ก้าวไกลคะแนนลดจากปี62 “พิธา”รีบเคลมมั่วเสียงในค่ายทหารเพิ่ม ย้อนชู3นิ้วสงขลาก็แพ้ยับ

601

จากที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ได้รายงานผลคะแนนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 9 กทม. หลักสี่-จตุจักร อย่างไม่เป็นทางการ นับคะแนนทั้งหมด 280 หน่วยซึ่งมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งนั้น

ทั้งนี้ผลปรากฏว่า  นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 ได้คะแนน 29,416 คะแนน , หมายเลข 6 นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล หมายเลข 6 ได้คะแนน 20,361 คะแนน , นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครจากพรรคกล้า หมายเลข 2 ได้คะแนน  20,047 คะแนน , นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 7 ได้คะแนน  7,906 คะแนน

“นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ ผู้สมัครจากพรรคไทยภักดี หมายเลข 1 ได้คะแนน 5,987 คะแนน , นายเจริญ ชัยสิทธิ์ ผู้สมัครจากพรรคครูไทยเพื่อประชาชน หมายเลข 8 ได้คะแนน 333 คะแนน , นายรุ่งโรจน์ อิบรอฮีม ผู้สมัครจากพรรคไทยศรีวิไลย์ หมายเลข 5  ได้คะแนน 244 คะแนน และน.ส.กุลรัตน์ กลิ่นดี ผู้สมัครจากพรรคยุทธศาสตร์ชาติ หมายเลข 4 ได้คะแนน 190 คะแนน โดยจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 167,649 คน จำนวนผู้มาใช้สิทธิ 88,124 คน คิดเป็น 52.68 %”

อย่างไรก็ตามหากเทียบผลเลือกตั้ง กทม. เขต 9 หลักสี่-จัตุจักร ระหว่างการเลือกตั้งซ่อม 30 มกราคม 2565 กับการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ซึ่งมีความน่าสนใจว่า พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย รวมทั้งพรรคก้าวไกล ที่ขณะนั้นยังเป็นพรรคอนาคตใหม่ ล้วนมีคะแนนที่ลดลงทั้งสิ้น

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

โดยการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 มีผู้มาใช้สิทธิ 127,650 คน คิดเป็น 74.54% จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 171,250 คนผลคือ อันดับ 1 สิระ เจนจาคะ พรรคพลังประชารัฐ 34,907 คะแนน

อันดับ 2 สุรชาติ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย 32,115 คะแนน , อันดับ 3 ฤษณุชา สรรเสริญ พรรคอนาคตใหม่ 25,735 คะแนน และอันดับ 4 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ประชาธิปัตย์ 16,255 คะแนน

นอกจากนี้ภายหลังผลเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 ม.ค.65 ออกมาแล้วทางพรรคก้าวไกล ได้แถลง นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ซึ่งมีเนื้อหาบางช่วงระบุว่า พรรคก้าวไกล ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ เพชร กรุณพล และพรรคก้าวไกล แม้ยังไม่ได้เป็นผู้ชนะ แต่ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว และผลการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่าการมีอยู่ของพรรคก้าวไกล การมีอยู่ของนักการเมืองแบบนี้ เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ และเมื่อดูจากเปอร์เซ็นต์คะแนนเสียงที่ได้รับในการเลือกตั้งปี 2562 ได้ 20 เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้ได้ 24 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าครั้งที่แล้ว ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่ให้ความไว้วางใจ

“นอกจากนี้นโยบายเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ ก็ถือว่าเป็นที่ตอบรับดีมาก เพราะคะแนนเสียงจากในค่ายทหารในสมัยอนาคตใหม่เราได้ 26 เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้เพิ่มเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ นั่นแสดงให้เห็นว่า พี่น้องทหารเห็นด้วยกับสิ่งที่เราจะทำให้กองทัพทันสมัย เป็นทหารมืออาชีพ ชีวิตของทหารชั้นผู้น้อยดีขึ้น

ชัดเจนว่า นโยบายปฏิรูปกองทัพที่เรานำเสนอดีขึ้นและดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีใครพยายามสร้างภาพว่าพรรคก้าวไกลกับทหารเป็นปฏิปักษ์กัน คิดว่าเลิกพูดแบบนั้นได้แล้ว เพราะแท้จริงเราพยายามทำให้ทหารมีสวัสดิการสวัสดิภาพที่ดีอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี เราตั้งใจที่จะทำงานอย่างมุ่งมั่นต่อไปสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงประเทศนี้” นายพิธา กล่าว

ก่อนหน้านี้ทีมข่าวเดอะทรูธ พบว่าเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565 เพจ พรรคก้าวไกล – Move Forward Party ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีการลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีเนื้อหาบางส่วนของนายธิวัชร์ ดำแก้ว ผู้สมัครฯ สงขลา เขต 6 ที่น่าสนใจว่า

พรรคก้าวไกลมีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย รวมถึงเรื่องการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นรับโดยสมัครใจ ซึ่งเรื่องนี้มั่นคงชัดเจนตามที่หัวพรรคได้นำเสนอไปแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากพูดคือเรื่องสิ่งแวดล้อม หากวันนึงได้มีโอกาสเข้าไปรับใช้พี่น้องประชาชน ผมก็พร้อมที่จะใช้ความรู้ความสามารถที่มีเข้าไปพัฒนา จ.สงขลา เพราะจากการที่อยู่เบื้องหลังการอภิปรายในสภาของคุณพิธามาตลอดระยะเวลา 3 ปี บวกกับการเป็นคนที่เกิดที่นี่เติบโตมาที่นี่ทำให้ผมรู้ดีว่าจะต้องผลักดันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เขต 6 สงขลา อย่างไรบ้าง

ในขณะที่ทางด้าน นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ อดีตหัวหน้าข่าวสายทหาร ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า เจี๊ยบชูสามนิ้วระหว่างหาเสียงในเขตทหารที่อ.คลองหอยโข่ง จว.สงขลา สะท้อนบอกวุฒิภาวะที่มีน้อยนิด

กระนั้นเมื่อผลการนับคะแนนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2565 ออกมาปรากฏว่า หมายเลข​ 1​ น.ส.สุภาพร​ กำเนิดผล​ พรรคประชาธิปัตย์ ได้​ 45,576 คะแนน​ ชนะได้เป็นส.ส.  ขณะหมายเลข​ 2​ นายธิวัชร์​ ดำแก้ว​ พรรคก้าวไกล​ ได้​ 5,427 คะแนน​ (อันดับ 3) และหมายเลข​ 3​ นายอนุกูล​ พฤกษานุศักดิ์​ พรรคพลังประชารัฐ​ ได้​ 40,531 คะแนน​ (อันดับ 2)