“สกลธี” เปิดลึกผลลต.! “พท.” คะแนนคงที่ ชี้พปชร.แพ้เพราะตัวบุคคล-คนในพรรคทะเลาะกัน!

715

“สกลธี” เปิดลึกผลลต.! “พท.” คะแนนคงที่ ชี้พปชร.แพ้เพราะตัวบุคคล-คนในพรรคทะเลาะกัน!

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (30 มกราคม 2565) ได้มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต9 โดยมีหน่วยเลือกตั้งรวม 280 หน่วยเลือกตั้ง จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 167,161 คน จากจำนวนประชากรรวม 199,605 คน แบ่งเป็นเขตหลักสี่ (แขวงทุ่งสองห้อง และแขวงตลาดบางเขน) 122 หน่วยเลือกตั้ง จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 83,712 คน จากจำนวนประชากรทั้งหมด 100,529 คน และเขตจตุจักร (เฉพาะแขวงลาดยาว แขวงเสนานิคม และแขวงจันทรเกษม) 158 หน่วยเลือกตั้ง จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 83,449 คน จากจำนวนประชากรทั้งหมด 99,076 คน

ต่อมาเวลาประมาณ 20.44 น. ทางสำนักงานเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ได้แถลงผลการเลือกตั้ง ส.ส. กทม. เขต 9 ซึ่งนับเสร็จสิ้นแล้ว 100% โดยนายสุรชาติ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย 29,416 คะแนน ,นายกรุณพล เทียนสุวรรณ พรรคก้าวไกล 20,361 คะแนน, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดีพรรคกล้า 20,047 คะแนน, นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ พรรคพลังประชารัฐ 7,906 คะแนนและนายพันธุ์เทพ ฉัตรธนะรัชต์ พรรคไทยภักดี 5,987 คะแนน

หลังจากที่ผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ทางด้านของนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งซ่อม จตุจักร-หลักสี่ โดยระบุข้อความว่า

เห็นหลายท่านออกมาวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งซ่อมที่เขตเลือกตั้งที่ 9 จตุจักร-หลักสี่ ว่าความนิยมของพลเอกประยุทธ์ถึงจุดตกต่ำเพราะคะแนนรวมของฝั่งที่ไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์มากกว่าแบบมีนัยยะบ้าง พลเอกประยุทธ์ไปต่อไม่ไหวบ้าง…ผมขออนุญาตเห็นแตกต่างและจะวิเคราะห์ ให้ฟังครับ
ถ้าย้อนกลับไปดูผลการเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 2562 นับเฉพาะ 4 พรรคใหญ่ คือ ปชป. พปชร. อนค. (ก้าวไกลขณะนั้น) และ พท. ก็จะพบว่าถึงแม้ สส. จะเป็นของ พปชร. แต่คะแนนรวมของ ปชป. + พปชร. ก็น้อยกว่าคะแนนของ พท. + อนค. อยู่หลายพันคะแนนอยู่แล้วครับ (ประมาณ 6,000 คะแนนถ้าผมจำไม่ผิด) โดยที่ผู้ออกมาใช้สิทธิ์ ณ วันนั้นตัวเลขกลมๆ อยู่ที่ประมาณ 74%
ทีนี้กลับมาดูเมื่อวานครับตัวเลขผู้ใช้สิทธิ์อยู่ที่ 52% น้อยกว่าการเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 2562 ถึง 22% ซึ่งตีเป็นจำนวนคนได้ประมาณ 39,000 คนกลมๆ ที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ์เท่าปี 2562 ทีนี้ตัวเลขดังกล่าวบอกอะไรเราได้ครับ?? แน่นอนครับว่านักเลือกตั้งทั้งหลายจะทราบดีว่าความสำคัญของการเลือกตั้งซ่อมกับการเลือกตั้งทั่วไปความคึกคักและตื่นตัวของผู้ออกไปใช้สิทธิ์ย่อมแตกต่างกันอยู่แล้วโดยเฉพาะในสนามกรุงเทพมหานครย่อมแตกต่างจากจังหวัดอื่นครับ ดังนั้นคะแนนที่เรียกว่าคะแนนจัดตั้งจึงมีผลอย่างยิ่งโดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่มีความผสมผสานกันระหว่างกลุ่มบ้านรั้วบ้านหลังและชุมชนในปริมาณที่เท่าๆกันแบบเช่นเขตเลือกตั้งนี้ คะแนนในกลุ่มที่จัดตั้งมักจะออกไปใช้สิทธิ์แน่นอนส่วนกลุ่มที่เป็นบ้านรั้วบ้านหลังเนื่องด้วยอาจจะเห็นเป็นแค่การเลือกตั้งซ่อมหรืออาจจะมีความเบื่อหน่ายทางการเมืองก็เลยไม่ออกไปเลือกตั้ง รวมถึงการไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าครับ
ลองมาดูคะแนนเมื่อวานครับ ไทยภักดี + กล้า + พปชร. ได้คะแนนน้อยกว่า พท. + กก. ประมาณ 15,000 คะแนนกลมๆ ซึ่ง trend ก็ไม่ได้แตกต่างไปมากจากการเลือกตั้งใหญ่ปี 2562 ครับ โดยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ์เท่าปี 2562 ถึง 39,000 คน ดังนั้นการจะบอกว่าความนิยมของพลเอกประยุทธ์ตกต่ำมากก็ดูจะไม่เป็นธรรมเท่าไหร่ครับ ถ้าถามผมส่วนตัวว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนอะไรได้บ้างผมบอกเลยครับว่า พท. คะแนนนิยมในเขตนี้คงที่แทบไม่ได้มีความแตกต่างไปจากเดิมแต่ความนิยมของ พปชร.ลดลงอย่างน่าตกใจ เพราะคะแนนหายไปจากการเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 2562 ถึงประมาณ 27,000 คะแนนซึ่งเหตุผลเป็นเพราะอะไรก็คงไม่ต้องพูดถึงเพราะคนในพื้นที่ก็รู้ดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้สมัครหรือสาเหตุของการที่ทำให้เราต้องกลับมาเลือกตั้งใหม่หรืออาจจะเป็นปัญหาใน พปชร. เองก็ตาม
แต่จุดที่ต้องระวังก็คือ 39,000 คะแนนที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ์ในคราวนี้ (ซึ่งผมมองว่าส่วนใหญ่เคยเลือก พปชร. เยอะมาก) อาจจะไม่กลับมาทางฝั่งของ พปชร. อีกถ้าไม่เร่งปรับหรือทำอะไรซักอย่าง ผลการเลือกตั้งใหญ่ข้างหน้าในอนาคตในเขตนี้ก็คงไม่แตกต่างไปจากนี้ครับ…แถมยังอาจจะลามไปทั่วทั้ง กทม. ครับ #ยินดีกับสุรชาติครับแต่ผมยังเชื่อว่า พท.ยังไม่ landslide #กก. ยังน่ากลัวครับ