รัสเซียเตือนสหรัฐ-พันธมิตรอย่าล้ำเส้น!?!ตะเพิดทูตมะกัน 10 คน เคลื่อนทหารภาคพื้นดิน สั่งปิดทะเลดำห้ามต่างชาติเข้า!

2486

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แถลงนโยบายเตือนสหรัฐและนาโต้อย่าล้ำเส้นแดง ใครไม่สนเจรจายังคุกคามหนักจะเจอสวนกลับหลายเท่า และเมื่อวานนี้ก็ได้เวลาเอาคืนสหรัฐฯ  กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียประกาศว่านักการทูตอเมริกัน 10 คนเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนาและขับไล่ให้เดินทางออกจากรัสเซียภายใน 1 เดือน ตอบโต้ที่สหรัฐประกาศขับนักการทูตรัสเซีย 10 คนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้รัฐบาลรัสเซียประกาศตอบโต้สหรัฐ ภายหลังถูกคว่ำบาตร โดยปธน.โจ ไบเดนลงนามคำสั่งพิเศษประธานาธิบดี เนรเทศนักการทูตรัสเซีย 10 คน อ้างเพื่อลงโทษต่อการกระทำที่สหรัฐระบุว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2563, การโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ และกิจกรรมปรปักษ์อื่นๆ เรื่องนี้รัสเซียพร้อมตอบโต้สหรัฐในแบบเดียวกัน 

และเมื่อวานนี้ในวันพุธที่ 21 เม.ย.2564 กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียจึงได้ฤกษ์ประกาศขับนักการทูตสหรัฐ 10 คน โดยประกาศว่าคนเหล่านี้เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา

คำแถลงระบุว่า “บุคคลเหล่านี้ได้รับคำสั่งให้ออกจากดินแดนของประเทศเราภายในสิ้นวันที่ 21 พฤษภาคม” กระทรวงต่างประเทศรัสเซียกล่าวในแถลงการณ์ โดยบอกว่าเป็นการตอบโต้การดำเนินการปรปักษ์ของฝ่ายอเมริกันในแบบเดียวกันกับที่สหรัฐขับลูกจ้างของสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียในกรุงวอชิงตันและสถานกงสุลใหญ่รัสเซียในนครนิวยอร์ก และกระทรวงจะดำเนินการเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรที่ “ผิดกฎหมาย” ของสหรัฐต่อไป

ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับตะวันตกดิ่งสู่จุดตกต่ำครั้งใหม่ในเวลานี้ รัสเซียและรัฐบาลตะวันตกหลายชาติกำลังขัดแย้งกันทั้งด้วยกรณีของอเล็กเซย์ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านคู่ปรับของปูติน, การวางกำลังทหารจำนวนมากตามแนวชายแดนติดกับยูเครน และเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการจารกรรมในหลายประเทศ

ในวันเดียวกันนั้นเอง ประธานาธิบดีปูตินแถลงนโยบายแห่งชาติประจำปีต่อต่อที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติ ที่ประกอบไปด้วยสมาชิกรัฐสภาและผู้ว่าการระดับภูมิภาคต่างๆ ประกาศเตือนโลกตะวันตกว่า อย่าได้ล้ำเส้นแดง (Red line) พร้อมกับตำหนิประเทศอื่นๆที่ให้ร้ายรัสเซียฝ่ายเดียว

ปูตินกล่าวว่า “บางประเทศ พวกเขาเริ่มมีธรรมเนียมหยาบคายในการกล่าวโทษรัสเซียทุกเรื่อง” “รัสเซียต้องการมีความสัมพันธ์อันดีกับสมาชิกประชาคมระหว่างประเทศทุกประเทศ แม้แต่ประเทศที่มีความเห็นไม่ตรงกัน “แต่หากใครก็ตามตีความเจตนาอันดีของเราเป็นความอ่อนแอ ปฏิกิริยาตอบกลับจะไม่รีรอ, รวดเร็ว และรุนแรง” 

ปูตินย้ำอีกว่า “ผมหวังว่า จะไม่มีใครคิดข้ามเส้นสีแดงที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย และเราจะเป็นผู้กำหนดเองเป็นกรณีไปว่าเส้นสีแดงนั้นอยู่ตรงไหน” “ผู้ที่แสดงการยั่วยุใด ๆ ที่คุกคามผลประโยชน์หลักของความมั่นคงของรัสเซีย จะต้องเสียใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

คำปราศรัยของประธานาธิบดีเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดรอบใหม่ ระหว่างรัสเซียและสหรัฐ-พันธมิตรตะวันตก แต่รัสเซียไม่หวั่นเดินหน้าเตรียมการใหญ่ในพื้นที่ล่อแหลมกระทบความมั่นคง ทั้งชายแดนและน่านน้ำ

เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2564 กระทรวงการเดินเรือและสมุทรศาสตร์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ออกแถลงการณ์ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.-31ต.ค.2564 ห้ามการเดินเรือผ่านทะเลอาณาเขตของรัสเซีย สำหรับเรือรบต่างชาติและเรือของรัฐอื่น ๆ ในพื้นที่น่านน้ำสามแห่งของทะเลดำ แต่จะไม่ขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบเคิร์ชในน่านน้ำของรัสเซีย

ด้านนายนิโคลาย พาทรัสเชฟ (Nikolai Patrushev) เลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งรัสเซีย ตั้งข้อสังเกตว่ารัสเซียได้าเล็งเห็น “มีกิจกรรมทางทหารที่เพิ่มขึ้นของพันธมิตร NATO และโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาบริเวณใกล้เคียงกับพรมแดนรัสเซียในภูมิภาคทะเลดำ”

Patrushev กล่าวว่า “คำถามคือสหรัฐฯเกี่ยวข้องอะไรกับทะเลดำ พวกเขามีธุรกิจหรือผลประโยชน์ของชาติแบบใดที่นี่ ทั้งๆที่ชาวอเมริกันจำนวนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทะเลนี้ตั้งอยู่ที่ใด” 

ตามที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระบุว่า “รัสเซียจำเป็นต้องออกมาตรการที่เข้มข้นเพราะถูกบังคับให้ใช้มาตรการเพื่อความมั่นคงในดินแดนของตน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงให้ความสนใจในการเจรจาด้วยการทูตทางการเมือง”

และแน่นอนสหรัฐโวยวายทันที!

เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2564 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์คัดค้าน โดยเน็ด ไพรซ์ (Ned Price)โฆษกฯกล่าวว่าสหรัฐฯพิจารณาเห็นว่าการตัดสินใจของรัสเซียในการปิดพื้นที่บางส่วนของทะเลดำกองทัพเรือต่างชาติเข้า เป็นึความพยายามที่จะบ่อนทำลายภูมิภาคและทำให้ยูเครนไม่มั่นคง 

เขากล่าวย้ำว่า“สหรัฐฯแสดงความกังวลอย่างสุดซึ้งต่อแผนการของรัสเซียที่จะปิดกั้นเรือเดินทะเลของต่างชาติและเรือของรัฐในบางส่วนของทะเลดำรวมถึงแหลมไครเมียที่ถูกยึดครองและช่องแคบเคิร์ช” 

 

ทั้งนี้ การปิดทะเลดำในส่วนที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของรัสเซีย จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเรือของตะวันตก ในการเดินทางเข้าเทียบท่าที่ยูเครน บริเวณทะเลอาซอฟ ซึ่งเป็นช่องทางเชื่อมต่อกับทะเลดำ ผ่านช่องแคบเคิร์ช

และนี่คือปฏิบัติการเฉียบขาดไม่พูดมากเจ็บคอ ของปูติน เตือนไม่ฟังก็ต้องเจอดี!