“ลูกเกด” โต้แชทของปลอม เตรียมฟ้องแพ่งคนปล่อย รับคุยสถานทูตฯจริง เรื่องมนุษยชน ไม่ใช่ชู้สาว-ไม่ได้ขายชาติ!?!

2474

“ลูกเกด” โต้แชทของปลอม เตรียมฟ้องแพ่งคนปล่อย รับคุยสถานทูตฯจริง เรื่องมนุษยชน ไม่ใช่ชู้สาว-ไม่ได้ขายชาติ!?!

จากกรณีที่ Nicole Fox โฆษกหญิงของสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเทพฯ ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวของแชทที่บอกว่าเป็นการสนทนาระหว่างลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำม็อบราษฎรและนาย Henry Rector อดีตเจ้าหน้าทูตสหรัฐ โดยกล่าวว่า แชทดังกล่าวนั้น เป็นของปลอม และทางสถานทูตสหรัฐไม่ได้มีการสนับสนุนการเคลื่อนไหวในประเทศไทย ล่าสุดทางด้าน ลูกเกด ชลธิชา ได้ออกมาโพสต์ข้อความหลังจากที่ทางสถานทูตสหรัฐได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า

สวัสดีค่ะ
หลังจากที่มีการเผยแพร่รูปภาพแชท LINE ทางสื่อออนไลน์โดยอ้างว่าเป็นแชทระหว่างลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว กับคุณ Henry Rector นั้น เราขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า “รูปภาพแชทดังกล่าวเป็นรูปภาพแชทที่ถูกตัดต่อขึ้นทั้งหมด” เนื่องด้วยเรากับคุณ Henry ไม่เคยมีคอนแทคส่วนตัวกัน และไม่เคยพูดคุยกันเพราะเราไม่รู้จักกันค่ะ ล่าสุด ทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาก็ได้ออกมายืนยันอีกหนึ่งเสียงว่า รูปภาพแชทดังกล่าวเป็นภาพที่ถูกตัดต่อขึ้นมาและไม่ใช่ของจริง
ในช่วงที่ผ่านมา เราถูกโจมตีมาโดยตลอดว่า มีความสนิทสนมกับสหประชาชาติ(UN) องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และสถานทูตต่าง ๆ ประเด็นของการถูกต่อว่าด่าทอ มีตั้งแต่ประเด็นส่วนตัว จนถึงประเด็นที่อ้างคำว่า “ชาติ” เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ และการสร้างข่าวปลอม เช่น หาว่าเราเป็นพวกขายชาติและเป็นผู้ที่ทำงานร่วมกับสถานทูตต่างประเทศเพื่อทำร้ายประเทศตัวเอง
เราจึงอยากใช้โอกาสนี้ชี้แจงว่า เราไม่เคยรับเงินจากสถานทูตใด ๆ ค่ะ และการพบปะ/พูดคุยกับสถานทูตนั้น เป็นเพียงการอัพเดตประเด็นสิทธิมนุษยชนในฐานะนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Human Rights Defender) คนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเท่านั้น ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ปกติมาก เพราะหนึ่งในหน้าที่ของนักการทูตในประเทศต่าง ๆ คือ การทำรายงานกลับไปให้รัฐบาลของตนเพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลที่รัดกุมและรอบด้าน นักการทูตจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพูดคุยกับทุก ๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาลไทย ฝ่ายประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล หรือแม้แต่ฝ่ายประชาชนที่เห็นด้วย/เชียร์รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ด้วย
จุดประสงค์ของการสร้างรูปภาพแชทปลอมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างหลักฐานปลอมเพื่อทำให้สังคมมองว่าเราเป็นคนขายชาติแล้ว ยังมีความพยายามสร้างเรื่องใส่ร้ายโดยอ้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง และยังแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงไทยที่ลุกขึ้นมาทำงานการเมือง ต้องการเปลี่ยนประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น และพยายามท้าทายผู้มีอำนาจนั้น มักถูกโจมตีด้วยถ้อยคำเหยียดเพศ วิพากษ์วิจารณ์รูปร่างหน้าตา ลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อยู่เสมอ แต่อย่างไรก็ดี ถ้อยคำด่าทอต่างๆเหล่านี้ ไม่อาจทำให้เราหยุดเคลื่อนไหวได้ มิหนำซ้ำ มันยังกลายเป็นเชื้อเพลิงเติมไฟให้เราต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อยืนยันว่า “ผู้หญิงทำงานการเมืองได้”
นอกจากการสร้างหลังฐานปลอมเพื่อใส่ร้ายเพราะต้องการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่น่ากังวลอีกประการ คือการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้สู่สาธารณะโดยสื่อหลายสำนัก ที่ผ่านมาเราจะสังเกตได้ว่า ประเด็นในสังคมถูกพูดถึงและผลักดันไปได้นั้น ต้องอาศัยสื่อแทบทั้งสิ้น เราจึงอยากขอเตือนสติและสามัญสำนึกของสื่อมวลชน ให้ตระหนักในหน้าที่ และจรรยาบรรณการเป็นสื่ออย่างที่ควรจะเป็น นำเสนอข่าวด้วยข้อมูลตามความเป็นจริง ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอต่อสาธารณะ
การเผยแพร่แชทปลอมเพื่อใส่ร้าย ดิสเครดิต สร้างความเกลียดชังในครั้งนี้ ได้สร้างผลกระทบทั้งทางจิตใจ การทำงาน ความปลอดภัยในการใช้ชีวิต อีกทั้งยังสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของเราด้วย ดังนั้น เราจึงตัดสินใจดำเนินคดีหมิ่นประมาททางแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหาย โดยเราตัดสินใจไม่ฟ้องหมิ่นประมาททางอาญา เพราะเราไม่สนับสนุนให้ความผิดฐานหมิ่นประมาทมีโทษทางอาญาค่ะ
ทั้งนี้ ขอเตือนว่า การสร้างและเผยแพร่แชทปลอมดังกล่าว ยังมีความผิดตามมาตรา 16 ของ พ.ร.บ.คอมฯ ด้วยค่ะ และ “การจงใจสร้างรูปภาพแชทปลอมขึ้นมาใส่ร้าย สร้างความเกลียดชังแก่ผู้อื่น ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นอย่างสุจริตใจแน่นอนค่ะ”
การตัดสินใจฟ้องร้องคดีในครั้งนี้ ไม่ง่ายเลย เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการค่อนข้างสูง ซึ่งเราไม่ได้มีเงินทองมากมายนัก แต่เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นการกอบกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองคืนมาอีกครั้ง จะเป็นการเตือนสติสังคมไทยให้หยุดสร้างข้อมูลปลอมทำลายชีวิตผู้อื่น และหากชนะคดีนี้ เราจะแบ่งเงินที่ได้ส่วนหนึ่งไปมอบให้ครอบครัวน้องบาส นักศึกษาอาชีวะที่โดนทำร้ายโดยกลุ่มปกป้องสถาบัน (ดักยิง) เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นค่ารักษาตัวและทำกายภาพบำบัด
หากใครพบเห็นการหมิ่นประมาท ใส่ร้ายเราในช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อความจากโพสต์ – คอมเมนต์, ภาพ, วีดีโอ หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อไปในทางหมิ่นประมาท ใส่ร้าย เราขอรบกวนให้ช่วยนำลิงค์ต้นทางเหล่านั้นมาใส่ในช่องคอมเมนต์ใต้โพสต์นี้ เพื่อที่เราจะได้รวบรวมไปใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไปค่ะ
สุดท้ายขอขอบคุณทุกคนที่คอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจ ขอบคุณองค์กรสิทธิมนุษยชน ทนายความ เพื่อนนักกิจกรรม รวมทั้งกลุ่ม DRG ที่คอยช่วยเหลือ ห่วงใย และสนับสนุนเรามาโดยตลอดค่ะ