หมอวรงค์ นำล่าล้านรายชื่อรื้อระบอบสามกีบ วันเดียวกว่า3หมื่นแล้ว! ขณะศปปส.จ่อแจ้งความ เตี้ยหลังม็อบ! ศชอ.ลุยแจ้งจับพวกหมิ่นสถาบัน!

1330

หมอวรงค์ นำล่าล้านรายชื่อรื้อระบอบสามกีบ วันเดียวกว่า3หมื่นแล้ว! ขณะศปปส.จ่อแจ้งความ เตี้ยหลังม็อบ! ศชอ.ลุยแจ้งจับพวกหมิ่นสถาบัน!

จากกรณีที่ พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีเชิญชวนประชาชนผู้จงรักภักดีเพื่อร่วมลงชื่อต้านระบอบสามกีบในแคมเปญ “หยุดเชื้อ อยู่บ้าน ขอล้านชื่อ ไล่ระบอบสามกีบหยุดรื้อรัฐธรรมนูญ” โดยระบุข้อความว่า

เชิญผู้ภักดี สแกน QR code หรือ คลิกลิงก์ https://1mcampaign.thaipakdee.org เพื่อร่วมลงชื่อต้านระบอบสามกีบในแคมเปญ “หยุดเชื้อ อยู่บ้าน ขอล้านชื่อ ไล่ระบอบสามกีบ หยุดรื้อรัฐธรรมนูญ” เพื่อขยายความเข้าใจ
แถลงการณ์ ไทยภักดี แคมเปญ “หยุดเชื้อ อยู่บ้าน ขอล้านชื่อ ไล่ระบอบสามกีบ ค้านรื้อรัฐธรรมนูญ”
ปัจจุบันได้เกิดระบอบการเมือง มีการให้ร้าย สร้างความเกลียดชัง ปล่อยเฟคนิวส์ เพื่อให้เกิดการหลงเชื่อในข้อมูลผิดๆ จนประชาชนและสังคมโซเชียลได้ผลิตคำว่า “สามกีบ”ขึ้นมา และมีการใช้คำคำนี้กันอย่างแพร่หลาย
เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ การเมืองระบอบสามกีบ มีลักษณะดังนี้
1.การทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์
เพราะเขาเชื่อว่า ถ้าสามารถทำลายสถาบันที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนได้ เขาจะครอบครองทุกอย่างในประเทศไทยได้ แม้แต่รัฐบาล
2.รื้อรัฐธรรมนูญ 2560
ให้เกิดสภาเดี่ยว ไม่ต้องการสว. เพราะสว.สรรหาจากกลุ่มอาชีพ จะยากแก่การควบคุม
ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่งตั้งโดยสภาฯ โดยอ้างคำที่สวยหรูว่า ยึดโยงต่อประชาชน แต่หวังให้ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีการวิ่งเต้นผ่านพรรคการเมือง และท้ายที่สุด ก็เป็นคนของพรรคการเมือง
3.มุ่งแบ่งแยกประชาชน
โดยพุ่งเป้าไปที่เยาวชน คนรุ่นใหม่ ให้หลงคล้อยตาม และสร้างกระแสด้อยค่าคนรุ่นอื่น โจมตีว่าเป็นคนเฒ่า เต่าล้านปี ให้รู้สึกไม่มีคุณค่า เพราะคนรุ่นนี้ จะมีประสบการณ์ และรู้เท่าทันระบอบสามกีบ
4.สร้างความรู้สึกชังชาติ ชังแผ่นดินเกิด กะลาแลนด์
ด้อยค่าประวัติศาสตร์ชาติ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีไทย ให้หลงคล้อยตามตะวันตก โดยใช้คำว่าประชาธิปไตย(จอมปลอม)มาหลอกชี้นำ
5.ขายชาติและชักศึกเข้าบ้าน
สมคบกับสถานทูต และองค์กรNGO เพื่อมาทำลายและสร้างความขัดแย้งในประเทศไทย ปั่นหัวอาจารย์ นิสิตนักศึกษา หรือดึงตัวแทนทูตมาสังเกตการณ์เข้าลักษณะ “ชักศึกเข้าบ้าน” รวมทั้งมีการสมคบคิด และรายงานสถานการณ์ เข้าข่าย”ขายชาติ”
สิ่งเหล่านี้คือระบอบสามกีบ ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน พวกเราคนไทย จะยอมให้มีระบอบการเมืองแบบนี้ในประเทศหรือ??
นอกจากนี้ ระบอบสามกีบก็กำลังดำเนินการรื้อรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันก็มีนักการเมือง ที่มุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตนผสมโรง ฉวยโอกาสนี้รื้อรัฐธรรมนูญ ในหลายมาตรา โดยไม่มีประโยชน์ของประชาชนแม้แต่น้อย เช่นการรื้อเพื่อให้ส.ส.แปรญัตติงบประมาณ หรือให้ส.ส.ไปวุ่นวายกับระบบราชการได้ ที่สำคัญที่สุดคือการรื้อระบบเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียว สู่บัตรสองใบ
ระบบบัตรใบเดียว ออกแบบคัดกรองคน ได้สอดคล้องกับสภาพการเมืองไทย เพราะทุกคะแนนจะมีความหมาย ไม่ใช่คะแนนแพ้ตัดทิ้ง ประชาชนจะมีอำนาจมาก ในการลงโทษพรรคการเมือง จะทำลายระบบมุ้งการเมือง นายทุนพรรค นักเลือกตั้ง ตระกูลอิทธิพลประจำจังหวัด ที่สำคัญระบบนี้ ประชาชนจะเลือกได้ทั้งส.ส.และนายกรัฐมนตรีในคราวเดียวกัน
ระบบบัตรสองใบ ในระยะยาว เท่ากับเป็นการแก้เพื่อเอื้อให้ระบอบทักษิณ กลับเข้ามาครอบงำประเทศผ่านการเลือกตั้ง สภาจะเต็มไปด้วยนายทุนและ กลุ่มอิทธิพลจังหวัด ที่สำคัญคือประชาชนจะเลือกได้แค่ส.ส. และส.ส.จะไปเลือกนายกตามที่นายทุนสั่ง ในอนาคตจะเกิดระบบ นายกนอมินินีหุ่นเชิดตามคำสั่ง เหมือนสมัยนายสมัคร นายสมชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ และประเทศจะถูกครอบงำจากทุนสามานย์เหมือนเดิม
เรื่องแก้รัฐธรรมนูญจึงต้องฝาก ท่านนายกพลเอกประยุทธ์คิดให้รอบคอบ เพื่อแสดงเจตนารมย์ว่า ประชาชนอึดอัดกับระบอบสามกีบ และค้านการรื้อรัฐธรรมนูญ จึงขอเชิญทุกท่านร่วมลงชื่อ ผ่านแคมเปญ
“หยุดเชื้อ อยู่บ้าน ขอล้านชื่อ ไล่ระบอบสามกีบ หยุดรื้อรัฐธรรมนูญ”
โดยเมื่อวานนี้ (21 เมษายน 2564) เวลา 23.30 น. ระบบได้รายงานว่า มีพี่น้องประชาชนร่วมลงชื่อ ผ่าน 30,000 คนแล้ว
ในขณะเดียวกันทาง ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศปปส. นำโดยนายนพคุณ ทองถิ่น พร้อมด้วยทีมแอดมินและสมาชิกศปปส.จะเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่สน.ชนะสงคราม กรณีส.ส.บางพรรคฯ บางคน ที่มีพฤติกรรมการอยู่หลังม็อบล้มเจ้าในวันที่ 23 เมษายนนี้
นอกจากนี้ ทางด้านของศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด (bully) ทางสังคมออนไลน์ หรือ ศชอ. ก็ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับคนหมิ่นสถาบัน โดยการโพสต์ข้อความโจมตีสถาบันในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) จำนวนหลายรายตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปแล้ว