แกะรอยใครเชิญจนท.ทูต14ปท.จุ้นฟังคดี “เพนกวิน”?!? แฉเป็นแผนทำลายศาล พบเป็นแก๊งที่”ธนาธร”เชิญไปสน.ช่วงโดนคดี!?!

2413

แกะรอยใครเชิญจนท.ทูต14ปท.จุ้นฟังคดี “เพนกวิน”?!? แฉเป็นแผนทำลายศาล พบเป็นแก๊งที่”ธนาธร”เชิญไปสน.ช่วงโดนคดี!?!

จากกรณีที่เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำคณะราษฎร ได้ลุกขึ้นพูดถึงศาลถึงความอึดอัดที่อยู่ในใจ แต่ศาลไม่อนุญาตให้พูดในที่เปิดเผย จากนั้นมีเจ้าหน้าที่มาควบคุมตัว จึงเกิดความวุ่นวายขึ้น เพนกวินจึงประกาศความอึดอัดใจว่าเหตุใดศาลไม่ให้ประกันตัว ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ก็มีคนตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำของเพนกวิน น่าจะมีการเตรียมการมาแล้ว เพื่อทำลายศาล นอกจากนี้ ยังมีผู้สังเกตการณ์สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR), แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และเจ้าหน้าที่สถานทูตต่างๆ กว่า 14 ประเทศ สลับการเข้าร่วมฟังการพิจารณา ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนตั้งขอสังเกตว่า ใครเป็นผู้อนุญาตให้เข้าไปและใครเป็นคนเชิญบุคคลกลุ่มนี้เข้าห้องพิจารณาคดี

โดยทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ยังได้นำตัวจำเลยอีก 8 คน ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำต่างๆ ได้แก่ “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก, “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, “แอมมี่” ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ จากเรือนจำพิเศษธนบุรี, “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล จากทัณฑสถานหญิงกลาง และ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, อานนท์ นำภา, “หมอลำแบงค์” ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม , สมยศ พฤกษาเกษมสุข จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เข้ามาในห้องพิจารณา โดยมีประชาชนจำนวนมากและครอบครัวของผู้ถูกคุมขังแต่ละคนเดินทางมาให้กำลังใจ

ที่น่าสนใจปละเป็นประเด็นคือ ในการพิจารณาคดีตลอดทั้งวัน ที่มีผู้สังเกตการณ์สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR), แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และเจ้าหน้าที่สถานทูตต่างๆ กว่า 14 ประเทศ สลับการเข้าร่วมฟังการพิจารณาตลอดวันนี้ด้วย ได้แก่ สหภาพยุโรป, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย , อังกฤษ, ออสเตรีย, เบลเยี่ยม, ลักเซมเบิร์ก, สวีเดน, นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา

ภายหลังศาลออกจากห้องพิจารณาแล้ว เพนกวินยังคงพยายามแถลงสิ่งที่เตรียมมา โดยตำรวจศาลรวมถึงเจ้าหน้าที่ศาล และรปภ. ประมาณ 15 คน พยายามเข้ามาล้อมเพนกวินไว้เพื่อจะนำตัวออกไป เพนกวินได้ลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ไม้ในห้องพิจารณา ประชาชนที่มาฟังการพิจารณาพยายามยืนขึ้นคล้องแขนล้อมเพนกวินไว้ บางคนชูสามนิ้ว เพื่อแสดงถึงความสนับสนุน

อย่างไรก็ตาม หลายคนวิพากษวิจารณ์ว่า การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ผู้ต้องหาพยายามที่จะทำลายศาล โดยอ้างว่า ศาลไม่ยุติธรรม เพื่อทำลายภาพลักษณ์ และมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า โดยจัดฉากดึงต่างชาติให้เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยอ้างว่ามาสังเกตการณ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็คล้ายๆกับ วันที่นายธนาธรได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งก็มีตัวทนจากสถานทูตเข้าร่วมสังเกตการณ์เช่นเดียวกัน ประเด็นอยู่ที่ว่า ตัวแทนจากสถานทูตในสองเหตุการณ์นี้ เป็นชุดเดียวกันหรือไม่

หากย้อนไปเมื่อครั้งคดีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน รับทราบข้อกล่าวหายุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 ให้การช่วยเหลือผู้กระทำความผิดหลบหนี ตามมาตรา 189 และมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 โดยมีตัวแทนสถานทูตหลายแห่งร่วมสังเกตการณ์ด้วย

โดยเมื่อวันที่ 6 เม.ย.2562 นายธนาธร เข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ตามหมายเรียกที่ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116

นายธนาธร เดินทางมาถึง สน.ปทุมวัน พร้อมด้วย น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่และทีมกฎหมาย ในเวลาประมาณ 09.50 น. โดยมีมวลชนจำนวนมากมาให้กำลังใจ ขณะที่ตำรวจวางกำลังรักษาความปลอดภัยเข้มงวดและไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปใน สน. ในการสอบปากคำนายธนาธรในวันนั้นมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมสอบปากคำด้วย นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากสถานทูตรวม 12 แห่ง เข้าร่วมสังเกตการณ์การทำคดีของตำรวจ

ต่อมาทางด้าน น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้เปิดเผยถึงกรณีที่มีตัวแทนจากสถานทูตเข้าไปสังเกตการณ์คดีของนายธนาธรว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามข่าวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด มีหลายภาคส่วนแสดงความวิตกกังวลมายังกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทราบว่าคณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศที่ไปปรากฏตัวในวันนั้นเป็นเพราะได้รับเชิญจากนายธนาธรเอง

สำหรับกรณีของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ก็เคยเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาภายหลังถูกหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) ในคดีที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ รับมอบอำนาจจาก คสช. ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดอาญา 2 ข้อหาประกอบด้วย 1.ดูหมิ่นศาล และ 2.นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า การเข้าพบตำรวจ ปอท. ของนายปิยบุตร จะมีตัวแทนจากสถานทูตใดไปร่วมสังเกตการณ์ เหมือนกับกรณีที่นายธนาธร เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ปทุมวันหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง คณะทำงานสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.ท.กฤช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รอง ผกก.(สอบสวน)กก.3 บก.ปอท. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาข้อหายุยงปลุกปั่น ตาม ม.116

หลังโพสต์วิจารณ์เรื่องการใช้เงินของรัฐบาล ทราบว่าจะโดนแจ้งข้อกล่าวหาอีก 3 ข้อหา จำนวน 6 กระทง หลังตนเขียนโพสต์เรื่องการใช้งบประมาณของรัฐบาล โดยก่อนหน้าตนเคยมารับทราบข้อกล่าวหา 2 รอบ โดนแจ้งข้อกล่าวหาเหมือนครั้งนี้ไปแล้ว 6 กระทง ยืนยันว่าแม้จะถูกเจ้าหน้าที่ คสช.แจ้งความดำเนินคดีกี่ครั้งก็ตาม ตนก็ยืนยันว่าจะวิพากษ์ วิจารณ์ การใช้งบประมาณ และการทำงานของรัฐบาลต่อไป ตามสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญไทย วึ่งในวันนั้น ก็ได้มีตัวแทนจากสถานทูตประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และ เบลเยียม มาเฝ้าสังเกตการณ์ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า การที่จะมีตัวแทนจากสถานทูตเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ในการพิจารณาคดีของเพนกวินนั้น นายธนาธรอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง และได้มีการเตรียมการ วางแผนไว้ล่วงหน้า เพื่อทำลายศาล