เฟซบุ๊กปฏิเสธ?!? ลบคลิปถ่ายทอดสดรุนแรง ทำภาพสลดแพร่ทั่วTikTok บริษัทฯป่วนพนักงานรังเกียจนโยบายเลือกเงินไม่ยืนข้างคุณธรรม

750

เหตุรุนแรงเกิดซ้ำๆ ด้วยข้ออ้างเดิมๆของเฟซบุ๊ก ปฏิเสธลบคลิปกระทำรุนแรงตนเองอ้างยังไม่ขัดหลักการพื้นฐานของชุมชน  ทำภาพสลดเผยแพร่ทั่วในTikTokที่เด็กก็ได้เห็น ภายในบริษัทปั่นป่วนวิศวกรฯลาขาดเพราะรับไม่ได้บริษัทเมินเฉยไม่ลบ HateSpeech และเหยียดเชื้อชาติ ทุกคนรอฟังว่าซีอีโอจะว่าอย่างไร?

เฟซบุ๊กปฏิเสธลบไลฟ์สตรีมสดภาพทำรุนแรงต่อตนเองให้ทันเหตุกรณ์ ทำให้ภาพเผยแพร่ไปทั่วในTikTok ซึ่งภาพไม่เหมาะสมเข้าถึงเด็กๆอย่างไม่อาจควบคุมได้ โดยให้เหตุผลเบื้องแรกเมื่อมีคำร้องขอให้ลบก่อนว่า ยังไม่มีการกระทำที่ขัดกับหลักการพื้นฐานของชุมชน และรอนับชั่วโมงจนโศกนาฏกรรมนั่นจบสิ้นลง ซึ่งเท่ากับสายเกินแก้นั่นเอง

ปัญหาความเสี่ยงเนื้อหาไม่เหมาะสม ทั้งเนื้อหาความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย การล่วงละเมิดทางเพศ ที่ออกอากาศสดผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย และส่งต่ออย่างรวดเร็วโดยขาดการกลั่นกรอง พบบ่อยครั้งขึ้นในระยะหลัง โดยเฉพาะเนื้อหาในบัญชีผู้ใช้งานส่วนบุคคล

วีดิโอของชายอเมริกัน จากเมืองมิสซิสซิปปีผู้ซึ่งกระทำอัตวินิบาตกรรม โดยไลฟ์สดลงในเฟซบุ๊ก ได้เผยแพร่กว้างขวางทั่ว TikTok ซึ่งเด็กๆอายุต่ำกว่า 13 ต่างได้เห็นภาพนั้นอย่างไม่มีใครควบคุมได้ เมื่อสอบถามไปยัง TikTok ก็ได้รับคำชี้แจงว่า ทางบริษัทพยายามยับยั้งภาพ และแจ้งแบนผู้โหลดภาพนั้นแต่ผู้ใช้ก็จะพากันไปหาภาพจากการแชร์จากที่อื่นๆอีกจนได้

ภาพนั้นเผยแพร่ในวันที่ 31 สิงหาคม นายรอนนี้ แม็คนัทท์ อายุ 33 ปี อดีตทหารผ่านศึกได้กระทำอัตวินิบาตกรรมต่อตนเองโดยไลฟ์สด และในเบื้องต้นเฟซบุ๊กปฏิเสธที่จะลบวีดิโอนั้นและกล่าวว่านั่นไม่ขัดมาตรฐานชุมชนของบริษัท

แม็คนัทท์เคยรบที่อิรัก และป่วยจากผลกระทบของ PTSD อีกทั้งมีปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับผู้อื่น เพื่อนของเขา จอช สทีน ผู้แจ้งให้เฟซบุ๊กรู้ว่าเพื่อนของเขากำลังจะไลฟ์สดและปื่นลั่น แต่ในตอนแรกไม่มีเสียงตอบรับ เขาจึงแจ้งตำรวจ ตำรวจไปถึงหน้าอพาร์ตเม้นท์ของเขา และเห็นเขาไลฟ์สดอยู่แต่สายเกินการเมื่อไม่อาจช่วยเขาได้ทัน  สตีนชี้ว่าเพื่อนของเขาทำเช่นนั้นเวลา 10.30 น. แต่จนกระทั่ง 11.51 น.เขาจึงได้รับการตอบรับจากเฟซบุ๊ก ตอบว่าวีดิโอไม่ขัดต่อมาตรฐานชุมชน และไม่ยอมลบภาพ จนกระทั่งมีการแชร์ภาพแพร่หลายผ่านTikTok

เฟซบุ๊กชี้แจงกับหนังสือพิมพ์ไวซ์ว่า บริษัทรีบลบโดยเร็วหลังชายผู้ตายโพสต์แล้วแต่ไม่ทัน แต่ไม่ได้ชี้แจงว่า ทำไมคำตอบแรกที่มีคนร้องเรียนจึงเป็นว่า “วีดิโอไม่ขัดต่อหลักการพื้นฐานชุมชน”

จุดยืนด้านสิทธิพลเมืองของเฟซบุ๊ก-ทำพนักงานผิดหวัง

วันอังคารที่ผ่านมาพนักงานของเฟซบุ๊กได้ลาออกจากบริษัทฯที่เขาเคยคิดว่าดีที่สุด และมีผู้บริหารที่เฉียบคม และเป็นความน่าตื่นใจที่จะได้ทำงานร่วมกับซีอีโอชื่อดัง มาร์ค ซักเคอร์เบิร์กผู้ซึ่งเคลื่อนไหวด้วยด้านดีๆที่น่าชื่นชมแต่แล้ว พนักงานคนนั้น ก็ต้องเคร่งเครียดกับนโยบายให้หลักประกันแก่คำพูดเกลียดชังและเหยียดเชื้อชาติ ที่เพื่มจำนวนขึ้นเมื่อมีการประท้วงเรียกร้องความยุติธรรม และการเหยียดเชื้อชาติในประเทศ พนักงานนับพันคนเรียกร้องต่อ ซีอีโอ, มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซึ่งดูแลและมีอิทธิพลต่อผู้ถือหุ้นในเฟซบุ๊กให้เปลี่ยนจุดยืนนี้เสียแต่ไม่มีคำตอบและไม่มีอะไรคืบหน้า

ขณะที่เฟซบุ๊กไม่ยี่หระ ไม่เคยสนใจจะตอบสนองต่อคำร้องขอของเหล่าวิศวรที่ตนจ้าง แม้วิศวกรส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งที่มีความต้องการสูงและมีรายได้สูงที่สุดในบริษัท แต่ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการรับรู้เป็นการส่วนตัวมากกว่าจะมีหลักเกณฑ์ที่แน่นอน จันวานี อายุ 28 ปี ผู้ซึ่งเชื่อในความเป็น non-binary (ไม่เป็นชาย-ไม่เป็นหญิง) เปิดเผยว่า บริษัทเน้นผลประโยชน์รายได้เป็นหลัก มากกว่าจะสนใจควบคุมการเพิ่มขึ้นของแพลตฟอร์มที่เหยียดเพศ, เหยียดเชื้อชาติ ที่แพร่ข้อมูลเท็จและส่งเสริมความรุนแรง แม้จะมีการรวมตัวกันเรียกร้องต่อประธานบริษัทนับพันคนก็ตาม

ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตัดสินใจได้ 

“อะไรเป็นจุดที่จะยืนยันด้านหลักการขององค์กร  เมื่อเราคอยจะไปย้ายทุกข้อความเป้าหมายที่ทรัมป์แสดงตัวตนของตัวเอง” ทิโมที อะเวนี,วิศวกรซอฟท์แวร์ของเฟซบุ๊ก ถามเขาในบันทึกย่อภายใน เมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้เขาตัดสินใจลาออกโดยไม่ลังเล  สำหรับยุทธศาสตร์จุดยืนด้านสิทธิพลเมืองของเฟซบุ๊กแบบนี้ทำให้ถูกบริษัทยักษ์ต่อต้านหยุดให้โฆษณาหลายแห่งมาแล้ว