เปิดความเหี้ยม หลังศาลอุทธรณ์ยืน จำคุก “ดา ไชยแค” แนวร่วมนปช.

3703

ขุดความเหี้ยม!! “ดา ไชยแค” หลังศาลอุทธรณ์ยืน “จำคุกตลอดชีวิต” แนวร่วมนปช. ปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมกปปส. หวังกำจัด “สุเทพ เทือกสุบรรณ”

ล่าสุด ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาคดีมีระเบิดสังหารในครอบครอง ซึ่งทางด้านของ พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง นายกฤษดา ไชยแค อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาขว้างระเบิดใส่เวที กปปส. และนายพัสนัยหรือเอก พนัส อายุ 45 ปี แนวร่วมนปช.

โดยทางด้านของ จำเลยทั้งสองกับพวก ได้ขว้างระเบิดชนิดสังหารแบบ RGD 5 ผลิตในประเทศรัสเซีย และชุดเรือนชนวนจำนวน 20 ลูก ซึ่งเมื่อเกิดระเบิดสามารถทำอันตรายต่อร่างกายชีวิต และทรัพย์สินภายในรัศมี ได้อย่างรุนแรง

ซึ่งเมื่อวันที่ 12 มี.ค. ห้องพิจารณา 716 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษา คดี ปาระเบิด ใส่กลุ่ม.กปปส ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็น โจทก์ฟ้อง ได้พิพากษาจำคุกชีวิต นายกฤษดา และได้ทำการยื่นอุทธรณ์ ถึงอย่างไรก็ตามศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุกตลอดชีวิต

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยทั้ง 2 ให้การรับสารภาพ แต่จำเลยที่ 1 ถูกฟ้องในข้อหา พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 ที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้มีไว้ได้ ที่เคยถูกฟ้องในคดีหมายเลขแดง อ.588/2563 ไปแล้ว ซึ่งในส่วนของจำเลยที่ 1 เห็นว่าเป็นการทำผิดในช่วงเวลาเดียวกัน และศาลได้มีคำพิพากษาเด็ดขาดไปแล้ว การที่โจทก์นำมาฟ้องอีกย่อมต้องระงับไป เนื่องจากไม่เป็นธรรมกับผู้ต้องหา

ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามฟ้อง เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุด คดีร่วมกันมีวัตถุระเบิดฯ คือจำคุก 4 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปี

ทั้งนี้หากว่าย้อนกลับไปในวันที่จับกุม นายกฤษดา เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 61 บริเวณด่าน จ.สระแก้ว โดยเป็นการมอบตัว ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าร่วมกับพวกที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ก่อเหตุปาระเบิดมาแล้ว 2 ครั้ง คือ 1.ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้า รพ.ราชวิถี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย และ 2.บริเวณถนนบรรทัดทอง ปาระเบิดใส่ขบวนของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.

นอกจากนี้ยังร่วมอยู่ในเหตุการณ์ก่อความไม่สงบทางการเมืองในหลายครั้ง โดยในวันก่อเหตุได้นำระเบิดไปที่บริเวณจุดดังกล่าวจากนั้นก็ดึงสลักก่อนที่จะเขวี้ยงและวิ่งหนีไปโดยที่ไม่ได้หันมามองข้างหลังว่าระเบิดที่ปาไปส่งผลให้ใครได้รับบาดเจ็บบ้าง

หลังก่อเหตุผู้ต้องหายอมรับว่า “ได้หลบหนีไปกบดานยังประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่ปี 2557 โดยมีบุคคลคอยให้ความช่วยเหลือทางการเงิน เดือนละ 30,000 บาท โดยไม่ต้องประกอบอาชีพใดๆ แต่เจ้าหน้าที่ได้ประสานความร่วมมือกับทางการกัมพูชาในการกดดัน รวมทั้งช่วงหลังเงินที่ส่งมาให้นายกฤษฎาเริ่มเหลือน้อยไม่พอค่าใช้จ่าย และห่วงด้วยว่าจะถูกไล่เก็บจากพวกเดียวกันเนื่องจากมีค่าหัวกว่า 7 แสน จึงเดินทางเข้ามอบตัว”