รุ้ง มิติแห่งชีวิต:รักและเข้าใจครอบครัว! อยากให้เธอมองสถาบันในมิติชีวิตบ้าง พระองค์ก็มีครอบครัว

8704

จากที่บีบีซีไทย – BBC Thai  ได้นำเสนอบทสัมภาษณ์ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำกลุ่ม”แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และพี่สาว เมย์ เมธาวี สิทธิจิรวัฒนกุล ถึงเรื่องราวชีวิต ครอบครัว และการเป็นนักเคลื่อนไหว แกนนำกิจกรรมทางการเมือง จนนำมาซึ่งการถูกแจ้งข้อหา ดำเนินคดี โดยการพูดคุยดังกล่าวนี้มีเรื่องราวที่ต้องการบอกว่าให้แง่คิด ในมุมมองหลายมิติ โดยเฉพาะมิติครอบครัว!!!

ทั้งนี้บีบีซีไทย จั่วหัวข่าวไว้ว่า  พี่สาวรุ้ง-ปนัสยา เล่าเรื่องน้องคนเล็กที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันฯ  ก่อนจะโปรยเนื้อหาข่าวไว้บางช่วงว่า

“การเข้าเรือนจำมันก็แย่มาก ๆ มันแตกสลายมาก ๆ อยู่แล้ว เราหวังว่ามันจะไม่ถึงวันนั้น” พี่สาวของรุ้ง-ปนัสยา กล่าว

ครอบครัวของเธอต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เมื่อน้องคนเล็กเป็นแกนนำ ราษฎรและผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันกษัตริย์”

สำหรับเนื้อหาในการพูดคุยของสองพี่น้องกับบีบีซีไทย นั้น ขอหยิบมาบางช่วงที่น่าสนใจ ซึ่งคิดว่า จะเป็นบทเรียน อุทาหรณ์ให้กับครอบครัวอื่นๆ  ในแง่ของความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ ซึ่งหากเรารักตัวเอง รักครอบครัวตัวเอง แต่ขณะเดียวกัน เราควรรักคนอื่นด้วยหรือไม่???

เมย์ – รุ้ง คือน้อง คือดวงใจของพี่ …คือแม่คิดอย่างนึง น้องคิดอย่างนึง

“ช่วงแรกๆพ่อแม่เครียด หลายคนกังวล เริ่มถลำลึกเกินไปแล้ว มีครั้งนึงน้องร้องไห้คุยกับเมย์ ตอนน้องเข้าเรือนจำ ทำให้พ่อแม่เข้มแข็งขึ้นมากๆ เหมือนเขาทำทุกวิถีทางเพื่อให้น้องกลับมา”

รุ้ง – แม่ก็พูดตลอดว่า อ้างอะไรก็ได้ โดนคดีก็ได้ แต่อย่าเข้าคุก แต่เราเข้าคุก มันถอยกลับไม่ได้แล้ว สภาพมันบังคับต้องไปต่ออย่างเดียว

“ตอนแรก กลัวมาก กลัวออกมาไม่ทันงานหมั้นพี่เมย์ งานขอแต่งพี่เมย์ พอถึงช่วงที่เราเห็นพี่เมย์โดนขอแล้ว เราพอใจแล้ว

(รุ้งสะอื้นนิดๆ พูดไม่ออก โดยพี่เมย์นั่งปลอบ โอ๋เป็นไร จากนั้นรุ้งก็พูดต่อ…)

“กลัวออกมาไม่ทัน กลัวกลับเข้าไปอีกรอบ”

เมย์ – แม่พูดตลอดทุกวัน จนมาถึงวันนี้ก็ยังพูดว่า เมื่อไหร่จะจบ แม่ไม่อยากให้น้องมาเสี่ยง

“เมื่อไหร่มันจะจบสักที”

รุ้ง – เราก็อยากให้จบ ไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยง

นั่นคือเรื่องราวครอบครัวของรุ้ง นักเคลื่อนไหว แกนนม็อบวัย 22 ซึ่งจากการพูดคุยกับบีบีซีไทย เราก็พอจะเห็นและรับรู้สิ่งหนึ่งซึ่งสะท้อนออกมาในห้วงเลาที่ลูกสาวออกมา ทำให้มีประเด็นปัญหาครอบครัว แม้แม่จะเข้มแข็ง แต่ก็ต้องร้องไห้หลั่งน้ำตา นั่นก็ด้วยความรักต่อตัวลูก ที่ต้องถูกดำเนินคดี ต้องไปใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในเรือนจำสูญสิ้นอิสรภาพ โดยมีคำพูดของพี่สาว หรือ รุ้งเองที่บอกว่า ไม่อยากเสี่ยง ไม่อยากกลับเข้าไปอีก และที่ลืมไม่ได้เลยในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ นั่นคือ ความรักที่รุ้งมีต่อพี่สาว และตัวพี่สาวอย่างเมย์ ก็รักน้องสาวคนนี้ดั่งดวงใจด้วย

ดังนั้นอาจจะมองเรื่องราวนี้ในอีกมองมุมหนึ่งได้หรือไม่ว่า ครอบครัวรุ้ง หรือ ตัวรุ้งเอง ต้องแบ่งปันความรักที่มีต่อกันในครอบครัว โดยรักคนอื่น รักชีวิตอื่นด้วย ซึ่งนี่คือในมุมของมิติของชีวิต ยิ่งกว่านี้เมื่อมองเข้าไปสู่มิติของชีวิตแล้ว สถาบันพระมหากษัตริย์  ในหลวงรัชกลาที่ 10 พระองค์ก็เป็นคนมีชีวิตจิตใจ มีครอบครัว มีพระบิดา พระมารดา มีพระราชโอรส พระราชธิดา หากพูดกันในแบบชาวบ้านๆพระองค์ก็มีลูก มีพ่อแม่ เฉกเช่นเดียวกับรุ้ง นั่นคือ ความรัก ความเป็นครอบครัว

เช่นนั้น รุ้ง ควรจะต้องเข้าใจทุกชีวิตอย่างเช่นที่เข้าใจคนในครอบครัวด้วยหรือไม่ เรื่องนี้คงต้องใช้ความรู้สึกตอบ หากมองกันด้วยมิติของความรัก ไม่ใช่การเมือง !?!

กระนั้นรุ้งเองก็บอกว่าไม่อยากกลับเข้าคุกอีก ซึ่งวันนี้ต้องบอกว่า เธอมีโอกาสสูงที่จะต้องกลับเข้าเรือนจำอีกด้วยคดีที่พัวพันเกี่ยวข้องอยู่ โดยปัจจุบันโดนคดีไปแล้วเบื้องต้น คือ ความผิดตามมาตรา 112 มีจำนวน 8 คดี , มาตรา116 จำนวน 1 คดี ซึ่งคดีนี้เองที่เธอ ต้องเข้าสู่เรือนจำ ถูกตัดผม-ย้อมสีดำ จากความผิดฐานยุบงปลุกปั่น และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องจากการชุมนุมที่สนามหลวง 19 กันยายน นอกจากนี้ รุ้ง ยังมีคดีในฐานความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ อีก 3คดี

อย่างไรก็ตาม รุ้ง และแกนนำม็อบมีอุดมการณ์ แต่กับการเสนอปฏิรูปสถาบัน ถึงวันนี้ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจนกับข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม และหนทางข้างหน้าว่าจะปฏิรูปอย่างไร และจะเป็นเช่นไร??? ถ้ารุ้งลองย้อนดูประวัติศาสตร์คอมมิวนิสต์ที่เคยต่อสู้อันเนื่องกับสถาบันแล้ว ยิ่งเป็นคำตอบได้ชัดว่า ถึงที่สุดวันหนึ่งแล้ว ผลออกมาเป็นแบบไหน?!?

หากรุ้งรักตัวเอง รักพี่สาว รักพ่อ รักแม่ รักครอบครัว เข้าใจครอบครัว ก็หวังว่า วันใด วันหนึ่ง เธอคงรักคนอื่นบ้าง รักครอบครัวอื่นบ้าง เหมือนอย่างที่เธอรักครอบครัว เพราะเธอมีครอบครัว เหมือนๆกับคนอื่นๆ!!!

ขอบคุณบีบีซีไทย : (ดูคลิปสัมภาษณ์เต็มที่ https://www.facebook.com/BBCnewsThai/videos/987284921761573/)