“แกนนำม็อบสามกีบ” กล่าวหา ศักดินาสั่งขังคุก โดนม.112 ไม่เข็ด ยังปากดีใส่ร้ายสถาบัน!?!

2488

ดร.เสรี ฟาดกบาล แกนนำม็อบสามกีบ กล่าวหาศักดินา สั่งขังคุก โดนม.112 ก็ไม่เข็ด ยังปากดีใส่ร้ายสถาบัน!?!

จากกรณีที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการคดีอาญา 7 ได้นำตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นายอานนท์ นำภา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข พร้อมนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ หมอลำแบงค์ ซึ่งเป็น 4 แกนนำกลุ่มราษฎร มายื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาล โดยยื่นฟ้องรวม  2 สำนวน คือ คดีหมายเลขดำอ.286/2564 ยื่นฟ้องนายพริษฐ์ เป็นจำเลยเพียงคนเดียว กรณีระหว่างวันที่ 13-15 มิ.ย.63  นายพริษฐ์ ซึ่งเป็นแกนนำจัดให้มีการชุมนุมสาธารณะบริเวณเวทีคอกวัว โดยยุยงผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 5,000คน ให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบัน ดูหมิ่นองค์พระมหากษัตริย์ ราชินี และองค์รัชทายาท ตาม ม.112 ภายหลังศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว 4 ผู้ต้องหา แต่แกนนำที่ฝากขังไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมในครั้งนี้ โดยก่อนหน้านี้ นายอานนท์ นำภา ได้ออกมาบอกว่า ถ้าไม่ติดอะไรจะร่วมอยู่แล้ว เพราะเป็นการชุมนุมเปิดศักราชใหม่

ต่อมาทางกลุ่มแนงร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้ออกมาโพสต์ข้อความซึ่งเป็นเนื้อหาในจดหมายของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มคณะราษฎรที่ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยระบุข้อความว่า

จดหมายก่อนเข้าเรือนจำ ถึง พี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน
เป็นอีกครั้งที่เราต้องเข้าไปต่อสู้หลังซี่กรง ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ม.ล.จุลเจิม ซึ่งเป็นมือประสานเชื้อพระวงศ์ออกมากดดันศาลผ่านโพสต์เฟซบุ๊ก ก็โปรดคิดดูเถิดว่าใครอยู่เบื้องหลังการฝากขังเราในครั้งนี้ เกิดเป็นคนรักสิทธิเสรีภาพ คนรักประชาธิปไตยในประเทศศักดินาย่อมต้องต่อสู้ข้างในบ้าง ข้างนอกบ้าง เป็นปกติธรรมดา แต่เชื่อว่าไม่มีสิ่งใดจะหยุดยั้งการต่อสู้ของประชาชนได้ เมื่อผมเข้าไปต่อสู้อยู่ข้างใน ก็ขอให้ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวและมั่นคงในหลักการ โดยส่วนตัวผมจะยืนหยัดต่อสู้ไปจนกว่าเราจะบรรลุข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ได้แก่
1. ขับไล่พลเอกประยุทธ์ และคณะ
2. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทุกหมวด ทุกมาตรา ให้เป็นฉบับประชาชน
3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
ยังมีอีกหลายภารกิจที่ผมกำลังดำเนินการ น่าเสียดายที่จะต้องฝากฝังไว้ให้เพื่อน ๆ และมิตรสหายดูแลแทนชั่วคราว ผมเห็นทีจะต้องไปผจญภัยในแดนสนธยาแล้ว ขอให้ทุกคนตระหนักว่า “ตราบใดที่เรายังสู้ เราก็ยังไม่แพ้ ตราบใดที่เรายังไม่แพ้ เผด็จการก็ยังไม่ชนะ”
ล่าสุดทางด้าน ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่ศาลศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว 4 แกนนำ โดยระบุข้อความว่า

รถมันติดมานานก่อนรัฐประหารแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาติดเมื่อมีรัฐประหาร แต่ถนนเพิ่ม รถไฟฟ้าเพิ่ม การจราจรดีขึ้น เมื่อพลเอกประยุทธ์มาเป็นนายกฯ คุณบอกว่าการใช้มาตรา 112 เป็นการลิดรอนเสรีภาพคุณ ถ้าคุณไม่กล่าวร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความความที่เป็นเท็จ บิดเบือน อาฆาตมาดร้าย ใครจะใช้กฎหมายกับคุณ

ถ้าคุณไม่ผิดกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น ไม่ทำผิดศีลธรรมจารีตประเพณี คุณย่อมมีเสรีภาพทำตามใจต้องการได้ โดยไม่รู้สึกสูญเสียเสรีภาพ เมื่อคุณอยากได้บางอย่างเกินพื้นฐานความเป็นตัวคุณ แล้วเมื่อคุณไม่ได้ คุณก็จะรู้สึกความทัดเทียม เพราะคุณมีกิเลศอยากได้อยากเป็นสิ่งที่มันเกินความเป็นตัวคุณ อย่าคิดทำผิดกฎหมาย อย่าทำตามใจตนเองจนไม่รู้จักคิดว่าสิ่งที่ตัวเองอยากทำนั้นผิดกฎหมาย ละเมิดคนอื่น เป็นภัยต่อบ้านเมือง คุณก็ไม่โดนกฎหมายมาตราอะไรทั้งนั้น

คุณกล่าวหาว่าศักดินาทำสงครามกับประชาชน คนเขารู้นะว่าศักดินาของคุณหมายความว่าอะไร คนที่สั่งขังคุณคืออัยการ ไม่เกี่ยวอะไรกับศักดินาตามความหมายของคุณ อย่าบิดเบือนให้ร้าย คุณชวนคนมาชุมนุม คุณกล่าวความเท็จ เมื่อคุณทำอีกเรื่อยๆ ในที่สุดตัวคุณเองก็จะโดนขังคุกด้วย ไม่ได้ประกันอีกต่อไป แล้วพวกคุณก็จะออกมาสร้างวาทกรรมว่ารัฐบาลใช้นิติสงครามจัดการคนคิดต่าง

คิดชั่วกับคิดต่างมันไม่เหมือนนะลองนั่งคิดทำความเข้าใจหน่อยนะ

คุณคิดจะชุมนุมไปเรื่อยๆ คุณคิดหรือว่าจะมีคนเป็นแนวร่วมกับขบวนการของคุณมากพอที่จะทำให้คุณชนะได้ คุณเริ่มต้นด้วยการคิดผิด การกระทำก็เลยผิด แล้วจะมีคนอยากทำผิดร่วมกับคุณมากแค่ไหน

คิดสิคิด มีสมองก็ต้องรู้จักคิด แล้วคิดดีนะคะ จะได้รู้จักทำดีนะคะ