อ.ชูชาติ ชี้เป้า เอาผิด “ธนาธร” หมิ่นหน้าบัลลังก์ ศาลให้กระทรวงดีอีเอส ขอเทปไปแจ้งความได้!?!

2109

อ.ชูชาติ ชี้เป้า เอาผิด “ธนาธร” ศาลให้กระทรวงดีอีเอส ขอสำเนาเทปธนาธร หมิ่นสถาบันหน้าบัลลังก์ ไปแจ้งความ!?!

จากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธาานคณะก้าวหน้า ได้ออกมาโจมตีบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นฐานการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับคนไทย และได้มีกรพาดพิงถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ซึ่งต่อมาทางด้าน กระทรวงดีอีเอส ดำเนินคดีกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิดที่พาดพิงสถาบันหลัก

ต่อมา เมื่อวานนี้ (8 กุมภาพันธ์) ศาลสั่งเพิกถอนกระบวนการพิจารณาคำร้องดีอีเอส ระงับคลิปไลฟ์วัคซีนโควิดของนายธนาธร ชี้ไม่กระทบความมั่นคง เป็นอันสิ้นผลและยกคำร้องไป

ซึ่งก็มีอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ นายธนาธร ก็ได้มีการพูดพาดพิงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อหน้าศาล ซึ่งทำให้เกิดการะแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ถึงพฤติกรรมของนายธนาธร ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างชัดเจน ซึ่งหลายคนก็มุ่งประเด็นไปที่ศาลที่มีการตั้งคำถามว่า เหตุใดถึงไม่ดำเนินคดีกับนายธนาธร ในกรณีที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพหน้าบัลลังก์ศาล

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ล่าสุดทางด้าน นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า

กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เบิกความที่ศาลอาญาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 แม้ข้อความที่เบิกความอาจเข้าข่ายมีความผิดตามประมวลอาญามาตรา 112 ศาลก็จะลงโทษในขณะนั้นไม่ได้ เพราะไม่ใช่เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อมีการกระทำความผิดอาญา จะต้องมีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการสอบสวนแล้วส่งสำนวนให้พนักงานอัยการฟ้องผู้กระทำความผิดต่อศาล เมื่อคดีฟ้องต่อศาลแล้ว ศาลต้องสอบถามจำเลยว่าจะให้การอย่างไร ถ้าจำเลยปฏิเสธ ก็ดำเนินการสืบพยานโจทก์
และพยานจำเลย แล้วจึงมีคำพิพากษา

ถ้าจำเลยรับสารภาพ จึงพิพากษาไปได้ ยกเว้นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกขั้นต่ำตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป แม้จำเลยรับสารภาพ โจทก์ก็ต้องนำพยานมาสืบเพื่อให้ฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดจริง.

ในขณะที่ทางด้านของนายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด ได้ออกมาพูดถึงกรณีที่นายธนาธร หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต่อหน้าศาลว่า คุณจะเฮ ก็เฮไป เเต่ผมหดหู่และเศร้าใจ แต่คงเฮอีกไม่นานหรอกนะ!!!!  ข่าวว่า ศาลได้สั่งในห้องพิจารณา เรื่องการขอสำเนาเทปฯ ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพฯต่อหน้าศาล”ว่า ให้ DES ไปแจ้งความ และให้ตำรวจมาขอในคดีฯ อะแฮ่ม!!! ขอถามผู้เกี่ยวข้องครับว่า… “คดีที่มีการแจ้งความ (ตามคำสั่งนายกฯ) ไว้ที่ สน.นางเลิ้ง เกี่ยวกับคดีวัคซีนพระราชทานฯ” ได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้วครับ??? เมื่อไหร่จะออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้ต้องหาสักทีครับ???  #กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ…แต่นานจัง!!!

สำหรับกรณีที่นายธนาธร ที่บอกว่าคำว่า “วัคซีนพระราชทาน” ไม่ได้พูด แต่เป็นคำพูดของนายกฯ โดยระบุว่าหากนายธนาธรได้ฟังคำพูดของนายกฯ ที่แถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 63 หลังเป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีนโควิด-19

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ระบุตอนหนึ่งว่า “เราต้องมีการเตรียมการภายในประเทศ คือ เมื่อรับวัคซีนมาแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป อันนี้ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย อยู่ในขั้นตอน คือ เมื่อรับวัคซีนเข้ามาแล้วจะมีการบรรจุ แจกจ่าย”

ดังนั้น ในคำพูดของนายกฯ เป็นการพูดถึงที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย รับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนโควิด-19 เข้ามาเป็นผู้ร่วมผลิตวัคซีนโควิดแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) บริษัทผลิตวัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน และไม่ได้บอกว่าเป็นวัคซีนพระราชทานเพื่อจะนำมาฉีดให้แก่ประชาชน