จนท.สถาบันโรคทรวงอกติดโควิด-19 จากผู้ป่วยที่ปกปิดไทม์ไลน์ เปิดข้อมูล 3 รายล่าสุด นนทบุรี มีเด็ก 4 ขวบติดเชื้อด้วย

2173

หลังจากเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2564 ที่นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. ได้แถลงข่าวสถานการณ์โควิดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยได้ประกาศมาตรการที่เพิ่มเติมเข้ามา ระบุว่า “ประกาศฉบับที่ 17 ข้อ 4 ได้ระบุว่า “ผู้ที่ติดเชื้อ” “ปกปิดข้อมูล” ต้องมีสองปัจจัยนี้ ถึงจะมีโทษ หากมีไทยชนะ และหมอชนะ แปลว่า ไม่ได้จงใจปกปิดข้อมูล แต่หากไม่มีแอพทำให้ไม่มีหลักฐานที่จะแสดงได้ว่า ไม่จงใจปกปิดข้อมูลนั้น”

ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊กของศูนย์ข้อมูล COVID-19 นนทบุรี ได้โพสต์ภาพไทม์ไลน์ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 2 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์พร้อมข้อความระบุว่า “ศูนย์ปฏิบัติการ COVID-19 จังหวัดนนทบุรี โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี เเจ้งไทม์ไลน์ผู้ป่วย รายที่ 227 (รายที่ 111 ของการระบาดรอบใหม่) และ รายที่ 259 (รายที่ 143 ของการระบาดรอบใหม่) จ.นนทบุรี แหล่งแพร่เชื้อ – ผู้ป่วยรายที่ 111 พบจากการสอบสวนโรคผู้ป่วยรายที่ 65 – ผู้ป่วยรายที่ 143 พบจากการค้นหาเชิงรุก ในที่ทำงาน” โดยไทม์ไลน์ปรากฎดังนี้

 

รายที่ 111 เป็น หญิงอายุ 26 ปี ปฏิบัติหน้าที่ธุรการ ลักษณะงานคือ นัดผู้ป่วย ช่วยวัดความดัน จากการตรวจสอบไทม์ไลน์พบว่า เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.63 มีผู้ป่วยนัดผ่าตัด (ซึ่งไม่แจ้งประวัติเดินทางไปสมุทรสาคร ไป-กลับ ทุกวัน และไม่มั่นใจว่า ผู้ป่วยใส่แมสก์ หรือไม่)

จากนั้น ผู้ป่วยรายที่ 111 ก็ใช้ชีวิตตามปกติ มีเดินทางไปห้างโลตัส รัตนาธิเบศร์, ร่วมงานเลี้ยงแผนก, ไปโลตัส แจ้งวัฒนะ, ร่วมงานเลี้ยงกับญาติ 44 คน, ไปสุเหร่าท่าอิฐ, ร้านกูโรตีชาชัก สาขาท่าอิฐ ฯลฯ ก่อนเข้าตรวจเชื้อและพบว่าติดเชื้อโควิด โดยไม่แสดงอาการป่วย

ทั้งนี้หากพบผู้ป่วยที่มีการจงใจปกปิดข้อมูล และส่งผลกระทบต่อภาพรวม ทำให้บุคคลาการทางการแพทย์ติดเชื้อ รวมไปถึงทำให้ผู้อื่นได้รับเชื้อต่อ อาจจะเข้าข่ายความผิดตามประกาศพรก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 17 ตามข้อ 4 ข้างต้น ต้องจับตาดูว่าทางศบค.และรัฐบาลจะมีมาตรการเอาจริงมากน้อยแค่ไหนในส่วนนี้

โดยใน ข้อ 4 ได้ระบุโทษไว้ว่า “กำหนดให้ผู้ฝ่าฝืนข้อกำหนด ต้องมีโทษจำคุไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และระบุเพิ่มต่อท้าย “ผู้ติดเชื้อที่จงใจปกปิดข้อมูลการเดินทางหรือแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนและควบคุมโรค เป็นผลให้เชื้อโรคแพร่ออกไป อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝื่นหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ด้วย”

สำหรับผู้ป่วยรายที่ 141 เป็นเด็กหญิงอายุ 4 ปี ชาว อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งติดมาจากพ่อและแม่ ซึ่งเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 255-256 โดยไทม์ไลน์มีดังนี้

20 ธ.ค. 63 -3 ม.ค. 64 เป็นบุตรสาวของรายที่ 255-256 อยู่กับแม่ตลอด

4 ม.ค. 64 ไปตรวจหาเชื้อพร้อมพ่อแม่ ที่โรงพยาบาลเอกชนย่านบางแค

5 ม.ค. 64 ได้รับผลตรวจพบเชื้อ เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพร้อมพ่อและแม่

หมายเหตุ เคสนี้ถือเป็นการติดจากบุคคลในครอบครัว

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีรายงานว่า ไม่ค่อยพบผู้ติดเชื้อที่มีอายุน้อย โดยเฉพาะเด็ก ๆ จนมีประโยคที่ออกมาว่า “โควิดไม่ชอบเด็ก” แต่ชอบคนชราและผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว แต่คำดังกล่าวกลับผิดคลาด เมื่อทางด้านศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ได้กล่าวถึงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ระลอกใหม่ ว่า มีข้อสังเกตจากคนไข้อาการหนัก 17 คน ที่รักษาตัวที่ รพ.ศิริราช เนื่องจากเกิดขึ้นในคนอายุน้อย รวมถึงพบอัตราการเสียชีวิตในคนอายุน้อย เฉลี่ยอยู่ที่ 20-40 กว่าปี ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อติดเชื้อ COVID-19 จะไม่ค่อยมีอาการและมีอัตราการเสียชีวิตต่ำ

อย่างไรก็ตาม อาจไม่ใช่ปัจจัยจากไวรัสโดยตรง แต่สาเหตุเพราะมาพบแพทย์ช้า บางรายไม่มาพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการ เมื่อมาในช่วงอาการหนักจึงให้ยาฟาวิฟิราเวียร์ไม่ทัน ซึ่งยาดังกล่าวต้องได้รับตั้งแต่ต้น ๆ ย้ำว่าอย่ารอจนอาการหนัก คนที่มีความเสี่ยงหรือเริ่มมีอาการขอให้รีบมาพบแพทย์

นอกจากนี้ยังมีสถิติจากสหรัฐอเมริกาชี้ชัดด้วยว่า จนถึงขณะนี้มีเด็กในสหรัฐฯ เกือบ 550,000 คน ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “หมอศิริราช” เตือนโควิด-19 ครั้งนี้รุนแรง เจอเคสแปลก 17 ราย พบในคนอายุน้อย เสี่ยงไม่รอดชีวิต