หม่อมปลื้มไม่ปลื้ม บอกโควิดโคม่าแค่ 17 คน ฉะรัฐล็อกดาวน์ประเทศทำลายชีวิตมนุษย์

2025

จากกรณีที่สถานการณ์โควิด 19 มีแนวโน้มอาจจะควบคุมการติดเชื้อได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้บางจังหวัด มีการประกาศปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงไปเรียบร้อยแล้ว

ต่อมาวันที่ 3 มกราคม 2564 กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีประกาศเรื่อง ให้สถานศึกษาในสังกัด และในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจังหวัดที่มีผลจากคำสั่งนี้ มีทั้งหมด 28 จังหวัด และระหว่างที่สถานศึกษาปิดเรียน ให้ส่วนราชการต้นสังกัด กำหนดแนวทางการเรียนการสอนตามแนวทางกระทรวงศึกษาธิการระบุไว้ เช่น การสื่อสารด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าหากไม่สามารถทำได้ ก็จัดการเรียนการสอนโดยใบสั่งงาน หรือมอบตามความเหมาะสม ไม่ต้องเข้าชั้นเรียน

ขณะที่ ในเวลาต่อมา หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ “คุณปลื้ม” พิธีกร และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ ได้ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ Nattakorn Devakula วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ว่า “ถ้าคิดถึงเด็กในวันเด็กจริงก็เปิดโรงเรียนให้เขาไปเรียนหนังสือ ไม่ใช่ทอดทิ้งให้เรียนออนไลน์เช่นนี้…เเย่หว่ะ!”

หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เสนอด้วยว่า เรียนท่านรมว.ศธ.ณัฏฐพลเเละท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ครับ ผมว่าน่าเสนอวิธีการให้โรงเรียนเอกชนที่พร้อมจัดเรียนเเบบเรียนได้ที่โรงเรียนโดยให้สิทธิโรงเรียนเอกชนทำ Covid Free School คือให้ผู้ปกครองเเละบุตรตรวจโควิดเเล้วเอาใบตรวจยืนยันความไม่มีเชื้อเเละพกไปโรงเรียน

“ทำได้ครับ ดีกว่า Online ยาวเเบบนี้จนความรู้เด็กจะถดถอยหมดเลยรวมทั้งสุขภาพจิตเเละสุขภาพร่างกายด้วย หวังว่าจะรับฟัง…ถ้าทำเเล้วเวิร์คค่อยตามด้วยโรงเรียนรัฐได้ เราให้ลูกหลานเด็กไทยได้ดีกว่าที่เรียนจากที่บ้านนั่งหน้าจออย่างเฉื่อยชาเเบบนี้…”

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ล่าสุด ออกมาเคลื่อนไหวอีกแล้ว โดยคราวนี้เป็นการเคลื่อนไหวระบุว่า ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเเต่ยอดตายไม่เพิ่มสะท้อนไวรัสอ่อนลงมาก เเต่ละวันคนหายเฉลี่ยเกือบวันละพัน อาการสาหัสจากโควิดทั้งประเทศเเค่ 17 คน! เเค่นั้น น้อยมากกก! เลิกล็อคดาวน์บ้าบอคอเเตกทำลายชีวิตมนุษย์อย่างนี้ได้เเล้ว!!

อย่างไรก็ตาม สำหรับรายงานสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2564 พบว่า กองระบาดวิทยาได้จำแนกอายุผู้ติดเชื้อช่วงระหว่างวันที่ 15 ธ.ค.63 – 9 ม.ค.64 จำนวน 2,769 ราย พบว่าช่วงอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 40 ปี น้อยสุด 1 เดือน มากสุด 95 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่สูงกว่าเดิม และมีเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

ส่วนผู้ติดเชื้อวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้นั้น เพิ่มมา 245 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 224 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ 21 ราย

ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 10,298 ราย หายป่วยสะสม 6,428 ราย อยู่ระหว่างรักษา 3,803 ราย

ในจำนวนนี้เข้าเกณฑ์เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 17 ราย ที่ต้องได้รับยาต้านไวรัสเร็วขึ้น ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 67 ราย มีผู้ติดเชื้อกระจายอยู่ใน 58 จังหวัด

ย้อนไปก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ได้เคยแสดงความเห็นลักษณะนี้ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิดรอบแรก โดยระบุว่า “ตอนนี้มีเเผนที่ให้เตรียมการสั่งบังคับให้เรียนจากที่บ้าน (e-learning) ทุกบ้านทั่วประเทศซึ่งก็คือไม่ได้ไปโรงเรียน เขาอ้างว่านี่คือการเปิดเทอม เเต่มันเป็นการเปิดเทอมที่เด็กโดนขังไว้ในบ้าน ไม่ได้พบปะกับเพื่อน ไม่ได้วิ่งเล่น ไม่ได้ไปออกกำลังกายที่ไหนเเละไม่ได้เรียนจริง

สายเหยี่ยวที่คุมรัฐบาลเขาเล็งยืดการบังคับเด็กอยู่บ้านโดยปิดยาวไปถึงสิ้นปีนี้ คุณคิดว่าเหตุใดผมถึงต้องออกมากระทุ้งมันทุกวันเเบบนี้ เราพูดถึงการปิดโรงเรียนถึงสิ้นปีซึ่งถ้ารัฐบาลทำตามนี้จริงคือเลว นอกเหนือไปจากนั้นเขาสั่งปิดสถานศึกษาเรียนพิเศษทุกประเภททั้งเด็กเเละผู้ใหญ่หมดเลยไปเเล้วซึ่งพวกนี้โดนหมดเเล้วถึง 1 ก.ค. หลายรายใกล้เจ๊งเเล้วด้วยเเละอาจจะมีคำสั่งปิดต่อหลัง 1 ก.ค.

ที่พวกผมเรียกร้องคืออย่าขังเด็กไว้ในบ้านนานขนาดนี้ เรียนพิเศษเปิดได้เเล้ว เเละมหาวิทยาลัยก็ต้องเปิดได้เเล้ว เเละร.ร.ปกติถ้าจะเปิด 1 ก.ค.ก็ต้องเปิดจริงคือต้องได้ไปโรงเรียนจริง ไม่ช้าไปกว่านั้น เลิกอ้างไวรัสที่ไม่ระบาดเเล้วเถอะครับเเละโดยเฉพาะอย่างยิ่งไวรัสที่ไม่ระบาดในเด็ก เด็กไม่มีติดเเล้วเอาไปเเพร่เชื้อ เเทบไม่มีเลย เด็กทั่วโลกเขายังได้ไปกัน

ทำไมเด็กไทยถูกรังเเกอย่างนี้ ใครสั่งมา? การบังคับ e-learning ทั้งที่ไม่จำเป็นคือสิ่งที่เเย่มากคือเป็นการบังคับให้ผู้ปกครองนั่งประกบเด็กหน้าคอมวันละ 4 – 5 ชั่ว คุยกับครูผ่านคอมพิวเตอร์หรือไม่ก็นั่งดูทีวีเป็นชั่วโมงๆ สุขภาพร่างกายเเละสายตาจะเสีย เเค่นานขนาดนี้ที่ออกไปไหนเเทบไม่ได้ก็เสียเเล้วสำหรับเด็กในวัยเจริญพันธุ์ จะออกไปเรียนดนตรีหรือกีฬาหรือติววิชาต่างต่างก็ไปไม่ได้ ปิดหมด ไร้เหตุผล ไร้ตรรกะ ไร้สติเเละไร้วุฒิภาวะในการตัดสินใจเเละสั่งการ.”

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2563 จากรายการ “Wake Up Thailand” ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ที่ดำเนินรายการโดย หม่อมณัฏฐกรณ์ ศรีสุข และ นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ซึ่งมีการพูดในรายการถึงกรณีที่มีการปิดการเรียนการสอนตามสถาบันต่าง ๆ และมีการปิดศูนย์เด็กเล็ก โดยช่วงหนึ่งหม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ ได้มีอาการฉุนเฉียวเป็นอย่างยิ่งต่อท่าทีของรัฐบาลในการปิดการเรียน โดยขยำสคริปต์แล้วเขวี้ยงใส่กล้อง