แฉชัดๆ!!อดีตที่ปรึกษาเพนตากอนลากไส้ไบเดน สหรัฐ-ตะวันตกป้อนอาวุธให้ยูเครนเพื่อยืดสงคราม

766

สถานการณ์ล่าสุดในยูเครน รัสเซียประสบความสำเร็จเป็นส่วนใหญ่ในเป้าหมายลบล้างศักยภาพด้านการทหารของยูเครน ซ้ำยังได้พบหลักฐานศูนย์วิจัยทางชีวภาพที่สนับสนุนโดยสหรัฐจำนวนเกือบ 30 แห่ง แต่บรรดารัฐบาลตะวันตกกำลังเชื่อและโฆษณาแบบผิดๆว่า กระบวนการที่เกิดขึ้นโดยตั้งใจนี้ที่ออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ก่อความสูญเสียแก่พลเรือน เป็นการสะท้อนถึงความอ่อนแอของรัสเซีย แถมยังเดินหน้าป้อนอาวุธแก่ยูเครน ผลักให้การสู้รบลากยาวออกไปอีก จากความคิดเห็นของอดีตที่ปรึกษาระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

วันที่ 18 มี.ค.2565 สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์ รายงานว่า ดักลาส แม็คเกรเกอร์ อดีตที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยว่า รัสเซียประสบความสำเร็จในการทำลายล้างกองทัพยูเครน แต่บรรดารัฐบาลตะวันตกกลับเข้าใจผิดว่ากระบวนการต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือนสะท้อนถึงความอ่อนแอของรัสเซีย และตะวันตกยังเดินหน้าป้อนอาวุธในยูเครนเพื่อให้สงครามยืดเยื้อ

แม็คเกรเกอร์ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ข่าวเกรโซน (Grayzone) ว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ออกคำสั่งอย่างเข้มงวดตั้งแต่แรกเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือนและความเสียหายทางทรัพย์สิน

แม็คเกรเกอร์บอกอีกว่า คำสั่งดังกล่าวทำให้การรุกคืบของรัสเซียช้าลง “จนถึงจุดที่ให้ความหวังผิดๆ กับชาวยูเครน แต่คนในตะวันตกฉวยโอกาสนี้พยายามโน้มน้าวให้ชาวโลกเชื่อว่ารัสเซียกำลังจะพ่ายแพ้ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันตรงกันข้าม”

นายพลเกษียณกล่าวว่า“สงครามไม่ว่าจะมีจุดประสงค์ใดผ่านการตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนมาก่อนแล้ว”  “ปฏิบัติการทั้งหมดตั้งแต่วันแรกพุ่งเป้าไปที่การทำลายกองกำลังยูเครน ซึ่งส่วนใหญ่สำเร็จแล้ว”

แม็คเกรเกอร์กล่าวต่อว่า กองกำลังยูเครนที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ถูกปิดล้อมอย่างเบ็ดเสร็จ ถูกตัดขาด และถูกโดดเดี่ยวในหลายๆ เมือง รวมทั้งกองกำลังกว่า 60,000 นายที่อยู่ตามพรมแดนโดเนตสก์ซึ่งเสบียงกำลังร่อยหรอ

อย่างไรก็ดี รายงานข่าวเกี่ยวกับการสู้รบเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงนี้และวาดภาพให้ทหารรัสเซียไร้ความสามารถตามที่วุฒิสมาชิกสหรัฐบางคนพูด เนื่องจากรัสเซียไม่ได้ยึดกรุงเคียฟในเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยเรื่องนี้ถูกนำไปใช้เป็นข้ออ้างของกลุ่มที่สนับสนุนให้นาโต้เข้ามาแทรกแซงและกำหนดเขตห้ามบิน รวมทั้งคนที่ต้องการส่งอาวุธเข้าไปในเคียฟเพิ่ม

แม็คเกรเกอร์เผยกับ Grayzoneว่า “เห็นได้ชัดว่าวอชิงตันต้องการให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปให้นานที่สุด ด้วยความหวังว่ารัสเซียจะพ่ายแพ้อย่างหมดรูป แต่ผมว่ามันไม่เกิดขึ้นหรอก”  นายพลรายนี้กล่าวอีกว่า ปัญหาใหญ่ขณะนี้คือ ไม่มีความจริงในโลกตะวันตก มีแต่ความหวังลมๆ แล้งๆ และการหลอกลวงว่ายูเครนจะประสบความสำเร็จซึ่งไม่จริง “การโกหกคำโตที่ผมได้ยินทางโทรทัศน์บ่อยๆ คือ กองทัพรัสเซียได้รับคำสั่งให้ฆ่าพลเมืองยูเครน มันไร้สาระมาก”

ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเพิ่งขอให้สภาคองเกรสส่งเครื่องบินรบ ขีปนาวุธ และอาวุธยุทโธปกรณ์อื่นๆ ไปยังกรุงเคียฟและกำหนดเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้ายูเครน และยังกล่าวทำนองเดียวกันนี้กับสมาชิกสภาแคนาดา

อย่างไรก็ดี แม็คเกรเกอร์เชื่อว่า การส่งอาวุธดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบใดๆ มีแต่รัสเซียจะยึดเอาไปเสียมากกว่า  และการปฏิเสธการเจรจาหยุดยิงของเซเลนสกีมีแต่จะทำให้ทหารยูเครนและประชาชนจะถูกสังหารมากขึ้น

ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน บอกกับนายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนีระหว่างการพูดคุยทางโทรศัพท์ว่า ยูเครนพยายามทำให้การเจรจาสันติภาพกับรัสเซียชะงัก แต่รัสเซียยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าเจรจาต่อไป

คำแถลงการณ์สรุปประเด็นการหารือจากเครมลินระบุว่า “รัฐบาลเคียฟกำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อชะลอกระบวนการเจรจาด้วยการเสนอข้อเสนอที่ไม่สมจริงมากขึ้นเรื่อยๆ” “อย่างไรก็ดี ฝั่งรัสเซียพร้อมที่จะดำเนินการค้นหาแนวทางแก้ไขต่อไปตามแนวทางที่เป็นไปได้และที่ทราบกันดีอยู่แล้ว”

ด้าน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คณะผู้แทนรัสเซียแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทำงานให้เร็วขึ้นกว่าที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ “น่าเสียดายที่คณะผู้แทนยูเครนยังไม่พร้อมที่จะเร่งการเจรจา ถึงอย่างนั้นกระบวนการเจรจายังคงดำเนินต่อไป”

ยูเครนเผยว่ายินดีเจรจา แต่จะไม่ยอมแพ้หรือยอมรับข้อเสนอของรัสเซีย และยังคงยืนหยัดในจุดยืนว่ายังมีอธิปไตยเหนือดินแดนที่แยกตัวออกไปรวมกับรัสเซียตั้งแต่ปี 2014 นั่นหมายถึงไครเมีย, สาธารณรัฐโดเนตสก์และลูฮันสก์

ความคุ้มดีคุ้มร้ายของประธานาธิบดียูเครน ส่อให้เห็นมากขึ้น พูดกับรัสเซียพูดอย่าง พูดในรัฐสภาสหรัฐพูดอย่าง พูดกับแคนาดาและญี่ปุ่นก็ไปอีกอย่าง นั่นสะท้อนว่าลึกๆแล้วยูเครนยังเชื่อว่าจะสามารถพลิกกลับสถานการณ์ใกล้แพ้เป็นชนะได้ ด้วยการสนับสนุนจากสหรัฐและพันธมิตรที่ยุให้สู้ต่อ  แต่ความเป็นจริงก็คือ ในการศึกผู้ชนะสงครามในพื้นที่จะเป็นผู้กำหนดเกม และรัสเซียยังไม่ได้ใช้อาวุธทำลายล้าง หรือไม้เด็ดทางทหารทั้งทางอากาศและทางน้ำแต่อย่างใด ยังคงเดินหน้ารุกคืบภาคพื้นดินซึ่งก็ใกล้จะยึดได้เบ็ดเสร็จทั่วทั้งประเทศในไม่ช้า