หมอวรงค์ ฉะ “ตี๋ทอน” เสนอแผนจัดการวัคซีน ไม่แหลมคม พูดความจริงครึ่งเดียว! ลั่น ไปตำหนิ ส.ส.ก้าวไกลปั่นเฟคนิวส์ ยังมีประโยชน์กว่า!?! 

959

หมอวรงค์ ฉะ “ตี๋ทอน” เสนอแผนจัดการวัคซีน ไม่แหลมคม พูดความจริงครึ่งเดียว! ลั่น ไปตำหนิ ส.ส.ก้าวไกลปั่นเฟคนิวส์ ยังมีประโยชน์กว่า!?!

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (28 พฤษภาคม 2564) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์เฟซบุ๊ก ในหัวข้อ ประชาชนพร้อม วัคซีนไม่พร้อม: สถานะ ปัญหา และทางออกจากวิกฤตวัคซีน โดยเสนอแผนจัดการวัคซีน 5 ข้อ ให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ล่าสุดทางด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กถึงกรณีของนายธนาธรที่ได้เสนอแนะแผนจัดการวัคซีน 5 ข้อว่า

#ไม่แหลมคม
เมื่อคืนได้ฟังนายธนาธรไลฟ์ เสนอแนะรัฐบาลเรื่องการจัดการวัคซีน ใน 5 ข้อเสนอ ผมคิดว่าฟังแล้ว ไม่มีอะไรน่าสนใจ และมีบางเรื่องที่นายธนาธร ก็พูดความจริงไม่หมด หรือตั้งใจไม่พูด
เอาแค่ประเด็นแรก เรื่องเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ลงมาจัดการเอง และได้ยกตัวอย่าง นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เนทันยาฮู เป็นผู้ลงมาจัดการ นายธนาธร ต้องการให้นายกไทยทำแบบนั้น ผมต้องให้รายละเอียดเพิ่มเติม ที่นายธนาธรไม่พูดถึงอิสราเอลเลย นายธนาธรรู้ไหมว่าเงื่อนไขที่อิสราเอลเสนอคือ รัฐบาลอิราเอลจะเปิดข้อมูลให้แก่ไฟเซอร์ และองค์การอนามัยโลกใน 5 รายการ
1.อายุ
2.เพศ
3.ประวัติทางการแพทย์
4.ผลข้างเคียง
5.ประสิทธิภาพของวัคซีน
ถ้าเรามองข้อมูลที่ต้องเปิดเผยให้ไฟเซอร์ และWHO เท่ากับว่า นี่คือการเอาเรื่องการฉีดซีนนี้ มาศึกษาวิจัยในประชากรของประเทศอิสราเอลเอง และยังไม่รวมถึงราคาแพงถึง 47 เหรียญต่อโดส ขณะที่ขณะนี้ตลาดทั่วไป ราคาเพียง 19.5 เหรียญต่อโดส
ผมเชื่อเลยว่า ถ้ารัฐบาลไทยทำตามเงื่อนไขนี้ รับรองจะต้องถูกโจมตีว่า เอาคนไทยไปเป็นหนูทดลองให้แก่บริษัทวัคซีน นี่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องราคา แต่บังเอิญ คนในประเทศอิสราเอล เขาไม่เอาเรื่องนี้มาเล่นการเมืองเหมือนคนไทย
ส่วนประเด็นที่สอง คือการควบคุมสต็อควัคซีนให้โปร่งใส และประเด็นที่สาม การเปิดเผยสัญญา ผมมองว่าไม่มีสาระ ประเด็นที่น่าสนใจคือประเด็นสี่และห้า
ข้อสี่เขาเสนอว่า ฉีดวัคซีนสะดวก ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เรื่องนี้ผมคิดว่านายธนาธรคิดช้าไปแล้ว เพราะขนาดผมเอง ผมยังมองไปไกลกว่านั้น ต้องมาเสนอในเชิงยุทธศาสตร์ เช่นการจัดการกรณีพื้นที่แพร่ระบาดจำนวนมาก การกระจายอำนาจ การเพิ่มจุดฉีดให้มากเพื่อสะดวกต่อประชาชน
ส่วนข้อห้าที่นายธนาธรเสนอคือการจูงใจไม่ใช่ลงโทษ ข้อนี้เอาแค่นายธนาธรจั่วหัวการไลฟ์เฟสว่า “ประชาชนพร้อม วัคซีนไม่พร้อม” ก็ขัดแย้งกับข้อเสนอในข้อนี้แล้วครับ
สรุปแล้ว ข้อเสนอแนะเรื่องการจัดการวัคซีน ของนายธนาธร 5 ข้อ ผมมองว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่มีอะไรแหลมคม เสียดายถ้ากล้าตำหนิส.ส.ก้าวไกลที่ปล่อยเฟคนิวส์เรื่อง การเลือกวัคซีนที่จะฉีดให้ส.ส. หรือตำหนิผู้ก่อตั้งกลุ่มแคร์ ปล่อยเฟคนิวส์เรื่อง วัคซีนซิโนฟาร์ม 20 ล้านโดส น่าจะได้รับความน่าสนใจมากกว่านี้
หมายเหตุ ช่วงนี้ดูนายธนาธรซูบผอมไปหน่อยครับ ทางที่ดีให้คิดบวก ช่วยกันพัฒนาประเทศ สุขภาพจะดีขึ้นครับ