ตอนทำไม่คิด? โซเชียลซัด “อั่งอั๊ง” สัมภาษณ์สื่อ หงายการ์ดโดนรังแก ผวากลัวไม่มีที่ยื่นในอนาคต หลังโดนคดี 112!

1405

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 23 ก.ย.2564 ที่น.ส.อัครสร โอปิลันธน์ หรือ อั่งอั๊ง บุตรสาวของนางชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ บุตรสาวคนโตของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ และเป็นหลานสาวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

เดินทางมาพร้อม นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เพื่อเข้าพบ พ.ต.อ.พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ ผกก.3.บก.ปอท.และพนักงานสอบสวน กก.3.บก.ปอท.ตามหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ม.112

โดยน.ส.อัครสร หรือ อั่งอั๊ง ได้โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์บัญชี @AngAngOpilan เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2564 ถึงเหตุปะทะระหว่างกลุ่มราษฎร และตำรวจบริเวณหน้าศาลอาญา พร้อมกับได้พาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูงในลักษณะอันมิบังควร แม้ภายหลังเจ้าตัวได้ลบข้อความไปแล้ว แต่ยังมีชาวเน็ตบันทึกภาพหน้าจอข้อความดังกล่าวเอาไว้ได้

ล่าสุดน.ส.อัครสร หรือ อั่งอั๊ง ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ The MATTER หลังจากที่โดนแจ้งความเอาผิดคดี 112 ซึ่งมีท่อนหนึ่งเจ้าตัวกล่าวว่า “พอโดนคดี (ม.112) ก็ทำให้เห็นเลยว่า ขนาดเยาวชนยังเป็นภัยต่อความมั่นคงได้เลยเหรอ ผู้ใหญ่หลายคนชอบบอก เป็นแค่เด็กเอง แต่ท้ายที่สุด คุณก็เอาคดีที่มีโทษจำคุก 3-15 ปี มาเล่นกับเด็ก” จนต่อมามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า เจ้าตัวกำลังจะหงายการ์ดว่า ตนเองเป็นเด็ก แล้วถูกรังแกใช่หรือไม่ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า หากเจ้าตัวไม่ทวีตข้อความนั้น ก็คงไม่ถูกแจ้งเอาผิด

ทั้งนี้ในบทสัมภาษณ์ อั่งอั๊ง ยังเล่าต่อว่า หลังจากที่โพสต์ข้อความก็เริ่มรู้ว่า มีคนเข้าใจผิดหรือบิดเบือนกับข้อความที่ตนอยากจะสื่อ และก็อยากจะแจ้งความกับตนมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ตอนแรก ๆ ก็ตกใจกลัว ซึ่งเชื่อว่าเป็นเรื่องปกติที่จะต้องกลัวอยู่แล้ว แต่ก็มองว่า ในเมื่อสิ่งที่ตั้งใจสื่อไม่ใช่เจตนาร้าย เป็นการวิจารณ์อย่างบริสุทธิ์ใจกับพฤติกรรมของ คฝ. และการเห็นภาพตำรวจกระทืบแพทย์อาสาเป็นเรื่องน่าตกใจและน่าเวทนากับประเทศอย่างมาก

“หลังจากนั้นก็กลัวเรื่องอนาคตตัวเองมากกว่า เพราะว่าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ อยากไปเรียนกฎหมาย อยากกลับมาช่วยเหลือประเทศเรา ก็รู้สึกว่าตอนแรกก็กลัว แต่ตอนหลังก็หันมามองว่า โอเค ในเมื่อเราโดนแล้ว เกิดเรื่องนี้ไปแล้ว ถือว่าเก็บเป็นประสบการณ์ อนาคตเราจะนั่งอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะเป็นทนายที่ช่วยเด็ก ๆ แบบอั๊งบ้าง หวังว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”

ขณะที่ในเพจเฟซบุ๊ก The METTAD ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ด้วยว่า “#เปิดการ์ดเด็ก” จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากโซเชียลด้วยว่า ตอนทำโตแล้ว ตอนโดนคดียังเด็กอยู่ , น้องเค้าจะได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศไหมนะ ,อวดอ้างว่าฉลาดกว่าผู้ใหญ่ แต่ไม่อยากรับโทษแบบผู้ใหญ่ , อ่านกฎหมายก่อนสิ ถ้ากฎหมายเขียนว่าการกระทำแบบไหนผิดก็อย่าไปทำ ,ถ้าคิดว่าไม่ผิด โพสต์เสร็จแล้วรีบลบทำไม เยาวชนปกติใครเดือดร้อน หาเรื่อง ล้อเลียน บูลลี่ โกหก ก็สมควรโดนฟ้องแล้ว คนเท่ากัน ไม่ใช่รึ ทำผิดก็ต้องเข้าคุก แต่อย่างไรก็ตามยังมีคอมเม้นต์จากกลุ่มม็อบ 3 นิ้วเข้ามาให้กำลังใจ อั่งอั๊ง และเรียกร้องให้พรรคการเมืองผลักดันแก้กฎหมาย 112 ด้วย