OECD ปลื้มไทยรับโควิด-19 ได้ดียิ่ง ประสบความสำเร็จในขั้นตอนสาธารณสุขอย่างเด่นชัด ทั้งสองฝ่ายพร้อมกระชับความร่วมมือกันในทุกมิติ อนุทินฯแย้มวัคซีนไทยใกล้เป็นจริง

1252

OECD และกระทรวงสาธารณสุข ได้หารือร่วมกันถึงแนวทางการรับมือผลกระทบจากโควิด-19 ในด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ การค้า ห่วงโซ่อุปทานโลก การเปลี่ยนแปลงธุรกิจไปสู่ธุรกิจแบบดิจิทัล การท่องเที่ยว และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยและต่างประเทศ โดยย้ำว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมกระชับความร่วมมือและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในทุกมิติอันจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน และประชาคมโลก รองนายกฯอนุทินแย้มข่าวดี วัคซีนไทยใกล้เป็นจริง

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาและกระทรวงสาธารณสุข(OECD) หารือร่วมกันผ่านระบบการประชุมทางไกลกับ กระทรวงสาธารณสุขไทย เพื่อสร้างความร่วมมือร่วมกันและพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการรับมือกับการระบาดไวรัส โควิด-19 ทั้งนี้ OECD ได้กล่าวชื่นชมไทยที่บริหารจัดการรับมือภัยโรคระบาดได้อย่างดียิ่ง ทางรัฐบาลโดยรองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกุลได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความคืบหน้าของการผลิตวัคซีนของไทยว่า เป็นไปด้วยดีและมีโอกาสได้ผลิตใช้ในประเทศตลอดจนนำออกสู่ตลาดโลกได้ในไม่ช้านี้

วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผย เปิดเผยว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายอังเคล กูเรีย (Mr. Angel Gurría) เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ร่วมหารือผ่านระบบการประชุมทางไกล สรุปสาระสำคัญการหารือ ดังนี้

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการประชุมในวันนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันเกี่ยวกับการรับมือกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ดำเนินการมาตรการต่าง ๆ ส่งผลให้ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศอย่างต่อเนื่องกว่า 30 วัน สำหรับด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลไทยได้ให้ความช่วยเหลือและเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยยึดแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในการส่งเสริมเศรษฐกิจ และการเตรียมพร้อมให้กับสังคมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต

เลขาธิการ OECD ย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง OECD และรัฐบาลไทย พร้อมแสดงความชื่นชมในการดำเนินมาตรการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย ซึ่งมีประสิทธิภาพ ประสบผลสำเร็จอย่างดี และเป็นที่ยอมรับ ทำให้มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจำนวนน้อย ทั้งนี้โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่ง OECD พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ และความร่วมมือทางด้านต่างๆ กับไทย

โอกาสนี้รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความก้าวหน้าการพัฒนาวัคซีนของไทย โดยการพัฒนาร่วมกันระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีทิศทางที่ดี และเชื่อมั่นว่าอีกไม่นานจะมีวัคซีนที่สำเร็จ นำไปใช้รักษาได้จริง โดยเป้าหมายของประเทศไทย คือ การได้วัคซีนที่ผลิตเองภายในประเทศ และมีวัคซีนออกสู่ตลาดโลก

ในช่วงท้าย รองนายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณ OECD ที่จัดการประชุมครั้งนี้ โดยไทยยินดีให้ความร่วมมือกับ OECD และประชาคมระหว่างประเทศในการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ต่อไป

โออีซีดี เป็นองค์กรระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และยอมรับระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจการค้าเสรีในการร่วมกันและพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคยุโรปและโลก แต่เดิมองค์กรนี้ได้ถูกก่อตั้งขึ้นในนามองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจของยุโรป

……………………………………………
.Cr: AnaduluAgency-photo