“เทพไท” ไม่เกรงใจ เหน็บหนัก จุดยืนอุดมการณ์ ปชป. พร้อมถือหาง “ก้าวไกล”

553

ตัวเลขผิดปกติ!? “เทพไท” ไม่เกรงใจ เหน็บหนัก จุดยืนอุดมการณ์ ปชป. พร้อมถือหาง “ก้าวไกล” เป็นแชมป์บริจาคภาษีพรรคการเมือง!

ในขณะนี้กำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งไปทุกขณะ ส่งผลให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ กำลังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังดึงคะแนนนิยม ในฐานเสียงสำคัญของตัวเอง ถือว่าการเมืองกำลังครึกครัก
ล่าสุดทางด้านของ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ Facebook ส่วนตัว โดยมีรายละเอียดว่า

ยอดเงินบริจาคภาษี
คือ ดัชนี วัดความนิยมพรรคการเมือง???
ผมได้ดูข้อมูลยอดเงินการบริจาคภาษีเงินได้ให้กับพรรคการเมืองต่างๆ ประจำปี 2563 พบว่า มีพรรคการเมือง ที่ได้รับการบริจาคภาษี ยอดเกิน1ล้านบาท มีจำนวน 5 พรรค คือ

1.พรรคก้าวไกล 12,695,739.77 บาท
2.พรรคประชาธิปัตย์ 3,241,639.30 บาท
3.พรรคกล้า 2,532,740.71บาท
4.พรรคพลังประชารัฐ 2,032,004.08 บาท
5.พรรคเพื่อไทย 1,422,517.81 บาท

ซึ่งกลุ่มบุคลลที่บริจาคภาษีเงินได้ให้กับพรรคการเมือง ส่วนใหญ่ จะเป็นคนชั้นกลาง หรือเป็นคนกรุงเทพและปริมณฑลเป็นส่วนใหญ่ จากเมื่อก่อนพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นแชมป์ในการได้รับบริจาคมาโดยตลอด แต่มาปีนี้ พรรคที่เป็นแชมป์ได้รับการบริจาคสูงสุด คือ พรรคก้าวไกล ที่มียอดการบริจาค ทิ้งห่างพรรคการเมืองอื่นหลายเท่าตัว และที่น่าจับตามองอีกพรรคหนึ่ง คือพรรคกล้า ที่มียอดการได้รับบริจาคภาษี สูงเป็นอันดับ 3 มากกว่า พรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐอีก ทั้งที่เป็นพรรคการเมืองก่อตั้งใหม่

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

จากยอดเงินของการบริจาคภาษี น่าจะเป็นดัชนี หรือนัยยะทางการเมืองได้ระดับหนึ่งที่บ่งบอกว่า คนชั้นกลางที่มีการเสียภาษีเป็นส่วนใหญ่ และคนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่เป็นผู้เสียภาษีเงินได้ มีความสนใจและให้การสนับสนุนพรรคก้าวไกลมากที่สุด

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยเป็นแชมป์การได้รับบริจาคมาโดยตลอดนั้น แต่กลับมียอดบริจาคลดลงอย่างน่าใจหาย น่าจะเป็นสัญญาณทางการเมืองบางอย่าง ที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องทบทวนการทำงานงานของพรรค ทั้งในเรื่อง ท่าที จุดยืน และอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค และจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่า ทำไมยอดการรับบริจาคของพรรคจากผู้เสียภาษีเงินได้ ลดลงไปมากกว่าผ่านมา
เพราะข้อมูลจากการบริจาคภาษีเงินได้ของผู้เสียภาษีให้กับพรรคการเมือง จะเป็นผลโพลวัดความนิยม ได้ชัดเจนกว่าผลโพลบางสำนัก เสียด้วยซ้ำไป