ฮือฮาปธน.มาครงออกมาตรการเด็ด!?!บีบต้องฉีดวัคซีน ใครฝืนเข้าร้านอาหารผับบาร์ขึ้นเครื่องไม่ได้ ทำแห่จองฉีดเพียบ

315

คนฝรั่งเศสเปลี่ยนใจไม่ดื้อแล้ว แห่จองวัคซีนผ่านแพลตฟอร์มคึกคักกว่า 1.3 ล้านคนในวันเดียว หลังปธน.มาครงประกาศกฎเข้ม ใครไม่มีใบรับรองฉีดวัคซีน สารพัดหมดสิทธิ์ใช้ชีวิตปกติ ที่ผ่านมาโน้มน้าวให้เหตุผลอย่างไรก็ไร้ผล คนฝรั่งเศสกลัวใช้ชีวิตลำบากเลยยอมซะงั้น

วันที่ 14 ก.ค.2564 สำนักข่าวซินหัวไทย รายงานว่า แม้ฝรั่งเศสจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีข้อกังขาต่อวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) มากที่สุดของโลก แต่ยอดการจองฉีดวัคซีนกลับพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ หลังเมื่อเย็นวันจันทร์วันที่ 12 ก.ค. มานูเอล มาครง ประธานาธิบดีของฝรั่งเศสประกาศว่าประชาชนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนจะไม่สามารถเข้าใช้สถานที่สาธารณะได้ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

สตานิสลัส นีออกซ์-ชาโต ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร หรือ ซีอีโอของด็อกโตลิบ (Doctolib) ระบุบนทวิตเตอร์เมื่อเช้าวันอังคารที่ 13 ก.ค.2564

“มีชาวฝรั่งเศสเกือบ 1.3 ล้านคนจองฉีดวัคซีนในด็อกโตลิบ (เว็บไซต์นัดจองทางการแพทย์) ตั้งแต่รัฐบาลออกประกาศเมื่อวานเย็น เป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์” เมื่อบ่ายวันอังคารที่ 13 ก.ค.2564  แพลตฟอร์มไมยา (Maiia)จองฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ประกาศว่ายอดการจองบนแพลตฟอร์มอยู่ที่ 150,000 ครั้ง สูงกว่าช่วงหลายวันที่ผ่านมา 10 เท่าตั้งแต่ช่วงเย็นวันจันทร์ที่12 ก.ค.2564

ข้อมูลของสำนักสาธารณสุขระบุว่าฝรั่งเศสจัดการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เฉลี่ย 167,524 โดสต่อวันในเดือนมิถุนายน ลดลงมากเมื่อเทียบกับตัวเลขเฉลี่ย 450,000 โดสต่อวันในเดือนพฤษภาคม

ขณะที่ยอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ในฝรั่งเศสพุ่งสูง อันมีสาเหตุจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตาที่มีอัตราการติดเชื้อสูง และกระบวนการฉีดวัคซีนที่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ปธน.มาครง จึงออกมาประกาศบังคับให้บุคลากรด้านสาธารณสุขฉีดวัคซีน พร้อมกระชับข้อจำกัดให้เข้มงวดขึ้นสำหรับประชาชนที่ไม่ฉีดวัคซีน

ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป บาร์ ร้านอาหาร คาเฟ่ ศูนย์การค้า โรงพยาบาล บ้านพักคนชรา รถไฟ และเครื่องบินจะให้บริการกับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ผู้ที่เพิ่งหายจากโรคโควิด-19 หรือผู้ที่มีผลตรวจเชื้อเป็นลบเท่านั้น ก่อนหน้านี้ฝรั่งเศสกำหนดให้ประชาชนแสดงใบรับรองด้านสุขภาพโรคโควิด-19 ซึ่งระบุว่าผู้ถือบัตรฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว หรือมีผลตรวจเชื้อเป็นลบในระยะ 48 ชั่วโมง เพื่อการเข้าร่วมกิจกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น

มาครงกล่าวว่า“เราต้องเดินหน้าฉีดวัคซีนให้ชาวฝรั่งเศสทุกคน เพราะนั่นเป็นทางเดียวในการฟื้นคืนภาวะปกติ หากเราไม่ดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้ ยอดผู้ป่วยและผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้น”

แบบสำรวจของ เอลาบ (Elabe) ผู้จัดทำแบบสำรวจ พบว่าชาวฝรั่งเศสส่วนมากสนับสนุนการขยายขอบเขตการใช้งานใบรับรองสุขภาพ โดยร้อยละ 76 เห็นด้วยกับการแสดงใบรับรองเพื่อเดินทางระยะไกลด้วยเครื่องบิน รถไฟ หรือรถบัส ขณะที่ร้อยละ 58 เห็นด้วยกับการใช้งานใบรับรองในคาเฟ่และร้านอาหาร

ล่าสุดมีชาวฝรั่งเศสฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างน้อย 1 โดสแล้วราว 35.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 53.3 ของประชากรวัยผู้ใหญ่ทั้งหมด และมีผู้ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว 27.85 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 41.3 เมื่อนับถึงวันจันทร์ที่12 ก.ค.2564

ส่องกฎใหม่ของ ปธน มาครง ของฝรั่งเศส ที่กำราบความดื้อรั้นยึดเสรีภาพเกินเหตุของคนฝรั่งเศสได้

  1. บังคับให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่ทำงานติดต่อกับผู้สูงอายุหรือมีสุขภาพอ่อนแอ ตลอดจนผู้ป่วย ต้องฉีดวัคซีน!
  2. เริ่มตรวจสอบและมีโทษปรับตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนเป็นต้นไป
  3. เริ่มใช้ใบรับรองสาธารณสุข- pass sanitare ในพื้นที่สันธนาการต่างๆ และในพื้นที่แสดงทางวัฒนธรรม ที่มีการรวมกลุ่มมากกว่า 50 คน ในวันที่ 21 กรกฎาคม                           

pass sanitaire (พาส-ซา-นิ-แต-เรอะ) เป็นเอกสารที่มีข้อมูลของ การได้รับวัคซีนแล้ว,มีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ, ผลตรวจที่แสดงว่าเคยติดเชื้อโควิด-19 มาแล้ว 

ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนแล้วหรือโชว์ผลตรวจโควิดเป็นลบ4

4.ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม เริ่มใช้ใบรับรองทางสาธารณสุข หรือพาสซานิแตเรอะ (pass sanitare)ในร้านอาหาร ในบาร์ ในโรงหนัง ศูนย์การค้า โรงพยาบาล บ้านพักคนชรา รวมถึงการเดินทางด้วยเครื่องบินและรถไฟ รวมถึงการเดินทางไกลด้วยรถโค้ช (รถบัสเช่น flixbus)

5.เริ่มให้ฉีดวัคซีนเข็มที่สามตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไปสำหรับผู้ที่ได้ฉีดไปแล้วในกลุ่มแรกๆ และภูมิคุ้มกันต่ำลง

  1. ต้องจ่ายค่าตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR เองตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงเป็นต้นไป ยกเว้นมีใบสั่งแพทย์ ก่อนหน้านี้ฟรีมาโดยตลอด
  2. ประกาศเคอร์ฟิวที่ เกาะมาร์ตีนิก(Martinique) และเกาะเรอูนียง(Réunion) 
  3. สำหรับการเดินทางเข้าฝรั่งเศส : ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป จะมีการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นสำหรับนักเดินทางจากประเทศที่มีความเสี่ยงที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน จะต้องมีการแยกกักตัว‼️ 

ทั้งนี้ pass sanitaire อาจจะเป็นในรูปแบบเอกสาร หรือเป็น QR code ที่อยู่ใน แอปพลิเคชั่น ตูแอนตี้โควิด(TousAnticovid Application) ก็ได้