“ดร.บวรศักดิ์”กางกม.คุก3ปี อาจารย์บังคับนศ.แบกเสลี่ยง แต่ถ้าไม่จริงอบจ.จุฬาฯโกหกโทษหนัก

1542

จากที่องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) ซึ่งมี เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นนายกสโมสรฯแถลงมติ ยกเลิกกิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ นั้น

ทั้งนี้มีเนื้อหาบางช่วงที่อ้างถึงบุคคลที่สามไว้อย่างติดตามว่า มีการใช้อำนาจในการบังคับให้คนต้องมาแบกเสลี่ยง ดังที่เห็นจากกระบวนการหานิสิตหอใน เพื่อมาแบกเสลี่ยงเข้าสนามนั้นมีการบังคับผ่านการอ้างว่าจะมีผลต่อคะแนนการคัดเลือกให้มีสิทธิอยู่ในหอพัก

คณะกรรมการบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเห็นว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่ล้าหลังอันขัดต่อคุณค่าสากลอย่างประชาธิปไตย ความเท่าเทียม และสิทธิมนุษยชน จากมติในวาระการประชุมสามัญครั้งที่ 1/2564 ของ คณะกรรมการบริหาร มีมติ 29:0 เสียง เห็นควรให้มีการยกเลิกกิจกรรมการคัดเลือก ‘ผู้อัญเชิญพระเกี้ยว’ ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เพื่อยุติการผลิตซ้ำธรรมเนียมปฏิบัติที่สะท้อนถึงความไม่เท่าเทียม มิให้คงอยู่ในสถาบันการศึกษาอีกต่อไป

ต่อมา ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ศิษย์เก่าและอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Borwornsak Uwanno ถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาบางช่วงที่น่าสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ้างถึงประเด็นบังคับนักศึกษาแบกเสลี่ยงว่า

“เนติวิทย์ และคณะกรรมการบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ อีก 28 คนโปรดจงฟัง เธอและเราต่างเป็นคนไทย เธอและเราเรียนจุฬาฯ เหมือนกัน แต่เราจบปี 2519 เธอยังเรียนอยู่ กรรมการบางคนโดยเฉพาะที่เรียนนิติศาสตร์คงเคยเรียนกับเรา แต่วันนี้เราจะขอพูดในฐานะคนไทยไม่ใช่ในฐานะอาจารย์หรือนิสิตเก่าจุฬาฯ

เธอทั้ง29คนออกแถลงการณ์ยกเลิกกิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ในวันที่ 23 ตุลาคม ทั้งที่ปีนี้ไม่มีการแข่งขันฟุตบอลดังกล่าว และเธอประชุมเรื่องนี้มานานก่อนหน้าวันที่ 23 ตุลา เธอมีวาระซ่อนเร้นที่จะใช้วันปิยมหาราชที่คนไทยระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำสิ่งที่อารยชนไม่ทำกันคือดูถูก ดูหมิ่นพระเกี้ยวอันเป็นสัญลักษณ์ในพระมหาราชเจ้าพระองค์นั้นว่าเป็น ”สัญลักษณ์ของศักดินา”

แต่ที่เราไม่อาจรับได้คือเธอไม่เคารพคนไทยที่เขายังจงรักภักดีต่อมหาราชพระองค์นั้น เธอเขียนถ้อยคำอันทำร้ายจิตใจของคนไทยเป็นอันมากซึ่งทำให้เรา คนไทยคนหนึ่งต้องออกมาอธิบายให้เธอฟังทีละประเด็นเป็นวิทยาทาน

การแบ่งงานกันเชิญพระเกี้ยวคนหนึ่ง แบกเสลี่ยงอีก 50 คนเป็นการแบ่งงานกันทำ ไม่ใช่ตอกย้ำความไม่เสมอภาค

แม้ความเสมอภาค (equality) ที่เป็นหลักปัจเจกชนนิยม หลักประชาธิปไตยและหลักกฎหมายมหาชน และเป็นคำขวัญการปฏิวัติฝรั่งเศสเอง ก็ไม่ใช่เสมอภาคแบบทื่อๆหลับตาพูด ว่าเท่าเทียมกันทุกคน ทุกเรื่อง ทุกสถานการณ์ ถ้าคิดแบบนั้นจริง ก็ตื้นเขินเกินไป เพราะไม่มีทางเป็นจริงไปได้เลย

ถ้าเสมอภาคแบบทื่อๆ ทุกคนที่อยากเรียนจุฬาฯ ต้องได้เรียนไม่ใช่หรือ? แต่ทำไม เธอและเพื่อนเธออีก 28 คนและนิสิตอีกจำนวนหนึ่งได้เรียน คนอื่นอีกหลายหมื่นคนอยากเรียนแต่ไม่ได้เรียนล่ะ?

แล้วเธอและเพื่อนเธอที่เข้าจุฬาฯ ได้ เสมอภาคเท่าเทียมกันคนที่เข้าเรียนไม่ได้เหรอ? เธอคงตอบได้ว่ามันไม่เท่าเทียมกันจริงหรอก แต่มันก็ไม่ขัดกับหลักความเสมอภาคนะ เพราะความเสมอภาคเท่าเทียม 100% ในทุกเรื่อง ทุกสถานการณ์ มันเป็นไปไม่ได้ ต่อไปถ้าเธอจะอ้างหลักใดๆ โปรดอย่าใช้แต่ความรู้สึก แต่จงใช้ความรู้แทนนะ จะได้ไม่ตื้นเขินเกินบรรยายอีก

เธอและพวกของเธอพูดว่า ”สัญลักษณ์ของศักดินาคือ”พระเกี้ยว” “และขบวนแห่พระเกี้ยวเป็น” “ภาพแทนวัฒนธรรมแบบศักดินา”

เธอรู้หรือไม่ว่าเธอใช้เสรีภาพเธอแบบผิดๆ ไปทำร้ายความรู้สึกคนไทยจำนวนมากที่ยังรักและภักดีต่อพระมหาราชเจ้าพระองค์นั้น

คนปฏิเสธวัฒนธรรมคือคนปฏิเสธรากเหง้าของตนเอง!!! กิจกรรมที่เชิญพระเกี้ยวจึงเป็นวัฒนธรรม ประเพณีที่แสดงความกตัญญู รู้คุณต่อพระผู้พระราชทานกำเนิดแก่สถาบันที่เธอและพวกได้เรียนอยู่ในวันนี้ เราภูมิใจทุกครั้งที่เห็นขบวนนี้เหมือนกับคนฝรั่งเศส คนอิตาเลียน คนสเปนที่แห่รูปพระแม่มารี แห่รูปเซนต์ต่างๆ ที่เขานับถือ ไปด้วยความศรัทธา เป็นความงดงามของคนที่มี ”ราก” มี ”ฐาน” เป็นที่ตั้ง

เราเสียดายนักที่ เธอใช้ ”ความรู้สึก” มาตัดสินเรื่องนี้ แทนที่จะใช้ ”ความรู้” เธอจะเป็นปัญญาชนไม่ได้ ถ้าไม่ใช้ปัญญา จงระวังให้ดีว่าใช้ความรู้สึกอย่างเดียวจะทำให้เธอเป็น ”ปัญหาชน” ที่ไร้ราก ไร้ฐาน แลอาจจะไร้อะไรๆ อีกมากก็ได้

สำหรับอาจารย์จุฬา ที่เขาอ้างว่าไปบังคับนิสิตหอในให้มาแบกเสลี่ยงนั้น ถ้าเป็นความจริงอธิการบดีต้องแก้ไข ห้ามอาจารย์ใช้อำนาจครอบงำผู้เรียนเช่นนั้นอีก หากทำไปเพื่อแสวงประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเองหรือผู้อื่นผิด พ.ร.บ. อุดมศึกษา พ.ศ.2562 มาตรา72 และ78 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โปรดอย่าทำอีกเป็นอันขาด”

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ คนไทยคนหนึ่งที่ภูมิใจในขบวนแห่พระเกี้ยว

(อ่านฉบับเต็ม https://www.facebook.com/100062890292922/posts/246224820817193/)