หลายคนไม่เคยรู้!! “หมอเหรียญทอง” เผยเบื้องหลัง สู้โควิด ยึดหลักการตามรอย “ในหลวงร.9” ให้คำมั่น ช่วยพสกนิกรของพระเจ้าแผ่นดิน

1411

หลังจากที่พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา หรือ “หมอเหรียญทอง” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ได้ออกมาให้กำลังใจแพทย์ พยายาล และเจ้าหน้าที่ ที่ต้องรับมือสู้กับโควิด-19 ว่าอย่าท้อ ถอดใจ แม้จะยาก รับไม่ไหว แต่เราต้องทำเพื่อคนไทย เพราะยังมีชีวิตคนอีกมากมายเป็นเดิมพัน อย่ามัวด่าทอ แต่ขอให้ร่วมมือกันเพื่อพี่น้องคนไทย

และล่าสุด “หมอเหรียญทอง” ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุอีกว่า ” โพสต์นี้ยาวก็อยากให้อ่านจะได้รู้จักสิงห์จอมโวตัวจริง ความว่า…เพราะหลักการทรงงานของพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ 9 ทรงสอนให้ ‘พึ่งตนเอง’ ทำให้ผมตัดสินใจพึ่งตนเองตั้งแต่เริ่มการระบาดโควิด-19 ระลอกแรกเมื่อ ก.พ.63 ปีที่แล้ว”

เมื่อปีที่แล้ว (เดือน ก.พ.63) หลังจากที่มีผู้ป่วยโควิด-19 ชาวจีนที่ รพ.ราชวิถี และต่อมามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในย่านดอนเมือง ผมได้จัดประชุมแพทย์และหัวหน้าแผนกต่างๆมีสาระสำคัญว่า รพ.มงกุฎวัฒนะจะต้องพึ่งตนเองด้วยการรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ถึงแม้จะเป็นโรคอุบัติใหม่ที่เราไม่เคยเรียน ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยรักษามาก่อนก็ตาม หากเราจะหวังแต่เพียงการส่งต่อผู้ป่วยไปยัง รพ.รัฐ เราจะไม่มีวันรู้จักโควิด-19 เราจะไม่มีประสบการณ์รักษาโรคติดเชื้อนี้ซึ่งจะเป็นโรคระบาดที่คุกคามชีวิตผู้ป่วยซึ่งอาจหมายถึงญาติของแพทย์และบุคลากรทุกคนด้วย

หากเราไม่พึ่งตนเองแล้วการระบาดมันรุนแรงจน รพ.รัฐไม่สามารถรับผู้ป่วยที่เราส่งต่อไปได้ ในที่สุดเราก็จะต้องรักษาโรคนี้ด้วยตัวเราเอง…เราหนีมันไม่พ้นหรอก เราต้องเผชิญหน้า ซดกับมันประหนึ่งว่ามันคือศัตรูของเราโดยการรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเอง

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

เมื่อผมตัดสินใจให้ รพ.มงกุฎวัฒนะพึ่งตนเองด้วยการรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว เราจะต้องกล้ารับผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ๆ แล้วเราจะมีประสบการณ์จากผู้ป่วยจำนวนมากๆนั้นซึ่งจะทำให้เราเก่ง แกร่งด้วยตัวของเราเอง การกล้ารับจะต้องเข้าร่วมกับภาครัฐด้วยการเป็น “ศูนย์สำรองเตียงขึ้นสมทบกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข” ผมจึงประกาศต่อสาธารณะ ทำให้กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทราบและจัดทีมมาช่วย รพ.มงกุฎวัฒนะในการรับผู้ป่วยโควิด-19 ระลอกแรกเมื่อปีที่แล้ว

ถึงแม้การระบาดระลอกแรกนั้นจะไม่รุนแรง แต่ด้วยการเป็น”ศูนย์สำรองเตียงขึ้นสมทบกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ณ อาคาร ซี “ก็ทำให้พวกเราทุกคนใน รพ.มงกุฎวัฒนะมีประสบการณ์ ได้’ซ้อมรบ’กับโควิด-19 ระลอกแรก ครั้งนั้นบุคลากรในสังกัดติดเชื้อโควิด-19 ไปหลายคน และผู้ใกล้ชิดต้องถูกกักตัวมากกว่าร้อยคน ผมถือว่านั่นคือการบาดเจ็บจากการซ้อมรบ และเป็นบทเรียนที่ทำให้พวกเรานำมาปรับแผนในการรบกับโควิด-19 ระลอกใหม่ต่อไป

การระบาดระลอกปัจจุบันที่รุนแรงกว่าระลอกแรกเป็นทวีคูณ แต่บุคลากรในสังกัด รพ.มงกุฎวัฒะ กลับติดเชื้อน้อยมากเมื่อเทียบกับการระบาดระลอกแรกในปีที่แล้ว เพราะพวกเราเก่ง แกร่ง และชำนาญ เราจึงพร้อมรบในสงครามจริง การระบาดระลอกแรกที่ผมเปรียบเสมือนการซ้อมรบนั้น ทำให้ผมจินตนาการวาดภาพการต่อสู้กับโควิด-19 ว่านี่คือสงครามชีวภาพ ดังนั้นผมจะวางแผนยุทธการอย่างเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่การตั้งรับอย่างฉุกละหุกในระลอกแรกด้วย “ศูนย์สำรองเตียง อาคาร ซีขึ้นสมทบกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข” และการเตรียมพร้อมในระลอกอนาคตอย่างเป็นลำดับขั้นด้วย แผนปฏิบัติการ รพ.สนาม จากระดับ 1 สู่ระดับ 3 ให้เป็นระบบ รพ.สนามขั้นสมบูรณ์ เพื่อการพึ่งตนเอง

…หากไม่เชื่อให้ย้อนไปดูโพสต์ต่าง ๆ ที่ผมได้เขียนไว้ในเฟซบุ๊กตั้งแต่ ก.พ.63 เมื่อปีที่แล้วดูก็ได้ แล้วท่านจะหมั่นไส้ผมว่า “ขี้โม้ชิบหาย” แต่ทำได้จริงนะ …ท่านผู้อ่าน

หลังจากสิ้นสุดการระบาดระลอกแรกในกลาง พ.ค.63 สถานการณ์สงบดูดีมากจนในเดือน ต.ค.63 ผมต้องรื้อถอน”ศูนย์สำรองเตียงขึ้นสมทบกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ณ อาคาร ซี” เนื่องจากถูกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ติดตามความคืบหน้า อันเนื่องจากอาคาร ซี เป็นอาคารที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพมีคำสั่งให้ระงับการใช้ อธิบดีกรมการแพทย์[นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ กระทรวงสาธารณสุข ยังคุยกับผมทางโทรศัพท์เลยว่าอย่าทุบอาคาร ซี ทิ้งเลย เก็บไว้ก่อน และจะช่วยผมด้วยการคุยกับอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้ชะลอคำสั่ง…แต่ผมเรียนท่านว่าไม่ต้องหรอกครับ ผมจะรื้ออาคาร ซี ทิ้ง…

(ทั้งนี้ผมไม่ได้บอกอธิบดีกรมการแพทย์หรอกครับว่าผมมีแผนการเตรียม รพ.สนาม ขั้นสมบูรณ์ ไว้แล้ว หากเกิดการระบาดระลอกใหม่ขึ้น)

แล้วมันก็เกิดการระบาดระบาดระลอกใหม่ ณ คลัสเตอร์ตลาดกลางกุ้ง และระบาดต่อเนื่องมายัง จ.สมุทรสาคร ต่อเนื่องเป็นโดมิโนเรื่อยมาจนข้ามปีสู่ปีปัจจุบัน พ.ศ.2564 แต่ก็ยังจำกัดพื้นที่อยู่ห่างไกลจากเขตหลักสี่อันเป็นที่ตั้งของ รพ.มงกุฎวัฒนะ จนกระทั่งเดือน เม.ย.64 ที่เกิด คลัสเตอร์ทองหล่ออันเป็นจุดเริ่มต้นของแผนปฏิบัติการ รพ.สนาม ขั้นสมบูรณ์ที่ผมได้เตรียมไว้ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว

ผมกล้าโอ้อวดว่า รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยเฉพาะกำลังพลในสังกัดทุกนายของผมมีศักยภาพพร้อมรบในสงครามโควิด-19 ผมประเมินสถานการณ์และจินตนาการสร้างภาพการรบกับโควิด-19 จนบางครั้งก็คิดว่าตัวผมเองอาจจะใกล้บ้าแล้ว เพราะโควิด-19 ขึ้นสมอง ที่ผมมักจะล้อเล่นว่าเป็นโควิด-19 สายพันธุ์ RR ที่ย่อมาจาก Rudolf Rien (Rudolf หรือ รูดอล์ฟ นั้นเป็นชื่อแรกของ รูดอล์ฟ เฮิร์สท์ ที่เป็นผู้บัญชาการค่ายกักกันมรณะเอ๊าซ์วิทช์ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เคยกักกัน ณ ศูนย์สำรองเตียง ณ อาคาร ซี ได้โพสต์ว่า ศูนย์สำรองเตียง ณ อาคาร ซีเหมือนกับคุก ผมจึงเอามาล้อเล่นนับแต่นั้นมาว่า ผมเปรียบเสมือน รูดอล์ฟ เฮิร์สท์ แต่ผม คือ รูดอล์ฟ เหรียญ หรือ Rudolf Rien , RR ไงล่ะครับ แต่ รูดอล์ฟ เหรียญ คนนี้ เป็นหมอผู้ค้นพบโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่ขึ้นสมองที่ผมเรียกว่า สายพันธุ์ RR)

ผมบ้าขนาดไหน ผมจะเปิดเผยให้ทราบทั่วกันดังนี้

1. การจัดตั้ง ศูนย์สำรองเตียง ณ อาคาร ซี ขนาด 4,000 ตารางเมตร ขึ้นสมทบกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นั้นเป็นแค่แผนการตั้งรับอย่างฉุกละหุกแล้วผมก็รื้อถอนออกไปเสีย 2 ใน 3 ส่วน ในเดือน ต.ค.63 แต่ผมก็ยังคงส่วนอาคารที่เหลือไว้อีก 1 ส่วนเพื่อเป็นส่วนตรวจคัดกรองการติดเชื้อโควิด-19 ที่สามารถรองรับการตรวจเชื้อผู้ต้องสงสัยได้วันละ 500 ราย ดังที่ปฏิบัติอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน…ทุกวันมีผู้เข้าแถวรอตรวจเชื้อ ณ อาคารส่วนที่เหลือนี้ทุกวัน…นี่คือการคาดการณ์อย่างแม่นยำจากความบ้าของผม

2. ผมเตรียม รพ.สนาม ระดับ 3 (รพ.พลังแผ่นดิน) ณ ที่ดินข้างเคียงของมรดกครอบครัวรุจิรวงศ์ ตั้งแต่ ส.ค.63 ก่อนที่ผมจะตัดสินใจรื้อถอน ศูนย์สำรองเตียง ณ อาคาร ซี แล้ว…ผมนี่แหละครับที่เป็นคนออกแบบและเขียนแปลน รพ.สนาม พลังแผ่นดิน ระดับ 3 ด้วยตัวผมเอง (ผมมีความสามารถในการเขียนแบบด้วยโปรแกรม Autocad จากการเรียนสถาบันเน็ตดีไซน์ [Net Design]ที่ สยามสแควร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 แล้ว แบบแปลน รพ.มงกุฎวัฒนะ ผมจะเขียนแบบเพื่อแสดงความต้องการของผมให้สถาปนิกและวิศวกร บ.วิไลศิริ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ นำไปดำเนินการในรายละเอียดต่อ นี่คือทักษะส่วนตัวของผมในการบริหารงาน)

3. ผมได้วางแผนเตรียมอาคาร รพ.มงกุฎวัฒนะใหม่ที่กำลังก่อสร้าง เป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ขนาด 28,000 ตารางเมตร ซึ่งขณะนี้ได้ก่อสร้างชั้นใต้ดินแล้ว และคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในปลายปี พ.ศ.2565 อาคารใหม่ที่กำลังก่อสร้างนี้จะมีหอผู้ป่วยสามัญรวมที่มีเตียงรับผู้ป่วยจำนวนมาก ทั้งยังจะเป็น ‘ศูนย์ผู้ป่วยอาการหนัก’ ที่มีจำนวนเตียงรับผู้ป่วยอาการวิกฤตจำนวนมาก ๆ ได้ด้วย ทั้งนี้ผมได้ประเมินสถานการณ์ว่าโควิด-19 จะเป็นโรคประจำถิ่นที่มีการระบาดทุก ๆ ปี ถึงแม้จะมีวัคซีนแล้วก็ตาม ดังนั้นอาคารใหม่ที่จะเปิดใช้ในปลายปีหน้าจึงต้องสามารถรับผู้ป่วยอาการหนักจำนวนมาก ๆ ได้

แล้วท่านทั้งหลายที่อ่านโพสต์นี้มาดูกันนะครับว่าผมประเมินสถานการณ์ได้ถูกต้องหรือไม่ รพ.มงกุฎวัฒนะจะพร้อมรับผู้ป่วยอาการหนักจำนวนมากได้จริงหรือไม่ ขนาดไหน???…มาดูกันซิว่า ไอ้เหรียญ มันเป็นไอ้ขี้โม้หรือไม่…ผมตัดสินใจลงทุนเป็นพันล้านเชียวนะครับสำหรับอาคารที่กำลังก่อสร้างนี้

ความบ้าของผมไม่ได้อยู่เพียงแค่ รพ.สนาม ระดับ 3 (รพ.พลังแผ่นดิน) หรอกครับ เพราะสงครามโควิด-19 มันคือ สงครามโรคระบาดประจำถิ่นที่คุกคามชีวิตพสกนิกรของพระเจ้าแผ่นดิน…มันคือ สงครามของผม ที่ได้รับเกียรติจากพี่น้องพสกนิกรทั้งหลายยกย่องให้ผมเป็น “ทหารพระราชา” ทั้ง ๆ ที่ผมไม่เคยเป็นราชองครักษ์และไม่เคยเป็นทหารรักษาพระองค์ การเป็น “ทหารพระราชา” นั้นยิ่งใหญ่เกินความสมควรที่ผมจะได้รับนะครับ