จวกยับ “สื่อใหญ่” พาดหัวข่าวบิดประเด็น อ้าง “ไทยขาดทุน 1 ล้านล้าน” ล่อสามกีบ โหนโจมตีรัฐฯ

1189

เปิดความจริง รู้เลยว่าโง่!! จวกยับ “สื่อใหญ่” พาดหัวข่าวบิดประเด็น อ้าง “ไทยขาดทุน 1 ล้านล้าน” ล่อสามกีบ โหนโจมตีรัฐฯ แบบขาดความรู้!?

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 20 พ.ค.64 ได้มีสื่อใหญ่จำนวนมาก ปล่อยข่าวซึ่งมีการพาดหัวข่าวได้อย่างน่าตกใจ โดยการอ้างว่า ราชกิจจานุเบกษา ประกาศฐานะการเงินไทย ขาดทุนสะสม 1,069,366,246,596 บาท ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต่างตกใจ และเข้าทางให้กลุ่มสามกีบนำไปโหนต่อ เพื่อโจมตีรัฐบาล แบบเรียกได้ว่าโชว์โง่อย่างไรความรู้

ซึ่งเงินขาดทุนนั้น ไม่ใช่งบดุลของรัฐบาล แต่เป็นของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวอะไรกับรัฐบาล เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยมีกฎหมายในการดำเนินงานเอง ซึ่งทางด้านเพจสาธารณะชื่อ Street Hero Project ก็ได้โพสต์เรื่องราวดังกล่าว พร้อมพาดหัวข่าวของสื่อใหญ่ Amarin News โดยมีรายละเอียดว่า

เห็นมีหลายสื่อพาดหัวและไปตีความผิดๆนะครับ​ ความจริงคือ
ที่เห็นไม่ใช่งบดุลของรัฐบาล แต่เป็นของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่ง กระทรวงการคลัง รายงานในราชกิจจาฯ ตามที่กฎหมายกำหนด

เรื่องไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล ไปล้วงลูกไม่ได้ เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยมีกฎหมายในการดำเนินงานเอง

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ถึงจะขาดทุนตามนี้ แต่ทุนสำรองฯ มีมากกว่า เกิน 3 เท่า
การขาดทุนหรือมีหนี้สะสมของธนาคารแห่งประเทศไทย อธิบายได้ว่า
“มีเงินไหลเข้าระบบของธนาคารมากกว่าไหลออก” กลายเป็นภาระจ่ายดอกเบี้ย จึงออกมาเป็นยอดขาดทุน
สรุปใครมาโหนด่ารัฐบาลคือมั่วและโง่

ล่าสุดในวันที่ 22 พ.ค.64 ทางด้านของ นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา นักธุรกิจ และผู้ที่เรียกได้ว่าคลุกคลีในวงการแบงก์ชาติ มาทั้งชีวิต ได้โพสต์ถึงประเด็นดังกล่าว ผ่านทางเฟสบุ๊คส่วนตัว ได้อย่างม่าสนใจ และเรียกได้ว่าตอกหน้า “เด็กสามกีบ” ด้วยข้อมูลความจริงได้อย่างเจ็บแสบ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ตัวเลขกำไรขาดทุนในงบการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย
การเติบโตมากับการเห็นพ่อทำงานธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ต้นจนเกษียณนั้น สำหรับผมแล้วไม่เคยรู้สึกว่าเป็นงานที่สนุกเลย เพราะแม้จะรู้ดีถึงเกียรติและความภาคภูมิใจในฐานะคนแบงค์ชาติของพ่อ แต่ภาระหน้าที่ของการงานนั้น ไมได้สนุกอะไรอย่างที่ควรจะเป็นในความคิดของผม

งานธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นหลักๆก็คือ จัดพิมพ์ธนบัตรให้มีปริมาณหมุนเวียนที่เหมาะสมเพียงพอกับการใช้จ่ายภายในประเทศ และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจของประเทศทั้งในระดับประเทศและในระดับสังคมโลก
ครั้งหนึ่งสมัยที่ผมทำงานเงินทุนหลักทรัพย์ และต้องมีหน้าที่เปิดดูงบการเงินบริษัทนั้น บริษัทนี้ ก็เคยถามพ่อเหมือนกันว่า อย่างธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรในทุกๆธุรกรรม แต่ดันมียอดกำไรขาดทุนในงบดุล ด้วยนั้น มันคืออะไร

พ่อก็บอกว่า กำไรขาดทุนทางบัญชี ส่วนใหญ่ก็มาจาก การผันผวนของค่าเงินบาทเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินตราต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่กำไรหรือขาดทุนจริง
เมื่อตอบมาแค่นี้ อีลูกชายก็ต้องไปนั่งหาข้อมูลต่อ จนลำดับข้อมูลต่างๆได้ดังนี้
เรื่องของเรื่องก็คือ สินทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารกลางที่ไหนๆก็ตามนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นสินทรัพย์ต่างประเทศหรือเงินสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ในรูปแบบสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
แต่หนี้สินของธนาคารแห่งประเทศไทยจะมาจากการบริหารเงินภายในประเทศ ซึ่งอยู่ในรูปแบบสกุลเงินบาท

ทุกๆช่วงปิดงบปลายปี ก็จะต้องแปลงมูลค่าของสินทรัพย์ให้เป็นเงินบาท เพื่อให้เป็นเงินสกุลเดียวกันกับหนี้สิน ซึ่งถ้าเงินบาทอ่อนค่าลง ก็จะเป็นกำไรทางบัญชี และในทางกลับกัน หากค่าเงินบาทแข็งขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะขาดทุนทางบัญชีมากขึ้นเท่านั้น

แต่ที่กล่าวว่าเป็นเพียงตัวเลขกำไรขาดทุนทางบัญชี เพราะเงินสำรองเราก็อยู่ที่เดิม มูลค่าตามค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯเดิมๆ ไม่ได้โยกย้ายแปลงกลับมาเป็นเงินบาทจริงๆ เพียงแต่เมื่อทำบัญชีงบดุล ก็ต้องสำแดงให้เห็นว่า ที่มีความแตกต่างกันของสินทรัพย์และหนี้สิน ก็เพราะมูลเหตุจากความผันแปรของอัตราแลกเปลี่ยน
ที่จะย้อนแย้งสักหน่อยก็คือ ในปีที่เศรษฐกิจภายในประเทศดี มีเงินไหลเข้ามาลงทุนมาก ค่าเงินบาทแข็ง ก็จะส่งผลทางอ้อมให้ตัวเลขงบดุลของธนาคารแห่งประเทศไทยปีนั้น ขาดทุนมากขึ้น

และในปีที่เศรษฐกิจโดยรวมไม่ดี มีการลงทุนจากต่างประเทศน้อย ค่าเงินบาทอ่อน ก็กลับส่งผลดีในทางอ้อม ให้ตัวเลขงบดุลของธนาคารแห่งประเทศไทยในปีนั้นมีกำไร สวนทางสภาวะเศรษฐกิจ
เขียนมาตั้งยาวก็แค่อยากจะบอกให้เข้าใจตรงกันเท่านั้นว่า
1) ตัวเลขกำไรขาดทุนสะสมนี้ เป็นตัวเลขกำไรขาดทุนทางบัญชี โดยหลักๆก็มาจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
2) ตัวเลขงบดุลของธนาคารแห่งประเทศไทยนี้ ไม่ใช่ และไม่เคยใช่ตัวเลข”ฐานะการเงินของประเทศไทย”

และ 3) ไม่ได้เกิดการขาดทุนจริง และส่วนที่ขาดทุน หรือ หนี้สินใดๆในงบดุลธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ไม่ได้เกี่ยวกับหนี้สาธารณะ หรือ เป็นภาระใดๆของประชาชนคนไทยทั้งสิ้น
ที่บอกว่าไม่ชอบงานของพ่อเอาเสียเลยนั้น ก็เพราะขนาดแค่จะหยิบเรื่องหนึ่งเรื่องใดมาคุย ก็ไม่สนุกและยากที่จะอธิบายอย่างไร ให้เข้าใจง่ายๆจริงๆครับ