ทีมสู้พลิกคดีค่าโง่โฮปเวลล์ย้ำยังไม่ต้องจ่าย?!?แม้ศาลปกครองกลางยกคำขอระงับจ่าย2.4 หมื่นลบ. คดียังไม่จบ เปิดปมรื้อคดีใหม่มั่นใจชนะแน่

771

บทเรียนครั้งสำคัญของการเปิดช่องให้ต่างชาติรับงานใหญ่ของรัฐฯ ทั้งๆที่เป็นฝ่ายผิดสัญญา ทำงานไม่เสร็จจนเกิด “อนุสาวรีย์แห่งความอัปยศโฮปเวลล์” ผงาดให้เห็นเป็นอนุสรณ์ แล้วคนไทยยังต้องจ่ายค่าเสียหายให้คนเหล่านี้อีกนับหมื่นล้าน น่าเจ็บปวดแค่ไหน และทำให้หลายฝ่ายต้องการรู้ความจริงว่าทำไมเราจึงแพ้คดีทั้งๆที่ความจริงแล้วประเทศไทยและคนไทยเป็นฝ่ายเสียหาย การต่อสู้ยังไม่จบ

สืบเนื่องจาก กรณีที่ศาลปค.กลางยกคำขอ“คมนาคม-รฟท.”ระงับจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์ 2.4 หมื่นล้านนั้น ฝ่ายทีมที่ต่อสู้อยู่ทั้งพีระพันธ์ฯ กระทรวงคมนาคมและรฟท. ยืนยันยังเดินหน้าสู้คดีโฮปเวลล์ต่อ เร่งพิจารณาแนวทาง ใช้ช่องนับอายุความมารื้อคดีใหม่ ย้ำคดียังไม่จบยังไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าโง่ตอนนี้

เมื่อวานนี้วันที่ 21 เม.ย.2564 ศาลปค.กลางยกคำขอ “คมนาคม-รฟท.”ระงับจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์ 2.4 หมื่นล้าน ชี้คำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แม้อ้างกำลังฟ้องถอนทะเบียนบริษัท-และขอศาลรธน.วินิจฉัยมติที่ประชุมใหญ่ศาลปค.สูงสุดไม่ชอบ ก็ไม่เข้าเงื่อนไขให้งดบังคับคดี

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับคดี ในคดีที่ กระทรวงคมนาคม และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ขอชะลอการจ่ายค่าเสียหายราว 2.4 หมื่นล้านบาท แก่ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด  ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ให้กระทรวงคมนาคม และ รฟท.ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 8 พ.ย 51 ที่ให้ 2 หน่วยงานรัฐ ต้องจ่ายค่าเสียหายจำนวนดังกล่าว

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

สวนเหตุผลที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าวระบุว่า เมื่อคดีนี้ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่อ.410-412/2557 คดีหมายเลขแดงที่ อ.221-223/2562 พิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 119/2547 ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 64/2 551 โดยให้กระทรวงคมนาคม และ รฟท.ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 180 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

ผลแห่งคำพิพากษาดังกล่าวจึงผูกพัน ทั้ง 2 หน่วยงานต้องปฏิบัติตาม คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังกล่าว ตามในมาตรา 70 วรรคหนึ่ง พ.ร.บจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 

แม้กระทรวงคมนาคม และ รฟท.จะอ้างว่าได้ดำเนินการทางศาลโดยยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินว่า มติที่ประชุมใหญ่ของตุลาการในศาลปกครองสูงสุดครั้งที่ 18 /2545 เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2545 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และ พรบ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 หรือไม่ และรฟท.ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ให้เพิกถอนทะเบียนบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย)จำกัด 

รวมทั้ง 2 หน่วยงานได้ดำเนินการสอบสวน เพื่อหาผู้รับผิดชอบทางแพ่งและทางวินัยจากการกระทำความผิดในโครงการนี้ก็ตาม แต่ในชั้นนี้กรณีดังกล่าวไม่เป็นเหตุที่จะเข้าเงื่อนไขในการงดการบังคับคดี ตามข้อ 131 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2543

ส่วนการทุเลาการบังคับคดีนั้น ไม่มีกฎหมายให้อำนาจศาลในการทุเลาการบังคับคดี ประกอบกับคดีนี้ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วตามมาตรา 73 วรรค 4 พ.ร.บจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 ศาลจึงไม่อาจมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับคดีได้เช่นกัน

พอข่าวนี้แพร่สะพัด เล่นเอาตกใจกันไปทั้งเมืองว่าคนไทยต้องควักให้โฮปเวลล์เสียแล้ว ต่อมาค่อยเบาใจหน่อยเมื่อฝ่ายทีมสู้ให้รื้อฟื้นอย่าง”พีระพันธุ์” กระทรวงคมนาคมและรฟท. แจงว่าไม่มีผลให้ต้องจ่ายเพราะคดียังไม่จบและ คำสั่งของศาลปกครองกลางอันนี้ มีออกมาก่อนที่ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่า มติศาลปกครองสูงสุดขัดรัฐธรรมนูญ และคำสั่งของศาลปกครองนี้ เพิ่งส่งถึงคู่ความ

ด้าน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานศึกษาปัญหาสัญญาโฮปเวลล์ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอของกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ขอระงับการบังคับคดี จ่ายค่าโง่โฮปเวลล์2.4 หมื่นล้าน ว่า เป็นคำร้องเก่าที่ได้เคยยื่นเอาไว้ ซึ่งการที่ศาล ปกครอง มีคำพิพากษาดังกล่าวก็จะยังไม่มีผลให้เราต้องจ่ายเงิน เพราะหลังเรายื่นคำร้องนี้ต่อศาลปกครองแล้ว มีประเด็นเพิ่มเข้ามาว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่ามติที่ประชุมใหญ่ในศาลปกครองสูงสุด ที่เอามาใช้ในการวินิจฉัยคดีโฮปเวลล์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งหลังจากนี้คณะทำงานฯ ก็จะหารือว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งรวมถึงในเรื่องของการรื้อคดีใหม่ด้วย

ทางด้านกระทรวงคมนาคม นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่าต้องรอให้คณะทำงานของกระทรวงคมนาคมพิจารณารายละเอียดคำสั่งของศาลปกครองกลางฯอย่างละเอียดก่อน เพื่อพิจารณาหาแนวทางในการต่อสู้คดีต่อไป ซึ่งมองว่ายังมีช่องทางที่ตามกฎหมายสามารถสู้คดีต่อไปได้

นายนิรุฒ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ถือว่าคดียังไม่สิ้นสุด ยังไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าโง่ตอนนี้ เพราะว่าจะสู้คดีต่อ มั่นใจว่ายังมีช่องทางที่สู้ได้ ซึ่งคณะทำงานกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทาง เพราะมีหลักฐานใหม่เรื่องของการนับอายุความในการฟ้องร้องคดีของโฮปเวลล์ โดยเตรียมยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุดขอให้พิจารณาคดีใหม่ พร้อมทั้งให้ขอทุเลาการบังคับคดี เพื่อชะลอการคิดอัตราดอกเบี้ยค่าปรับด้วย