อย่าแถ จะดีกว่า? The Truth ย้ำจุดยืน “ตีแผ่ความจริง” ตอกกลับ Thai PBS เบี่ยงประเด็น ไม่กล้าตอบคำถาม เชียร์ม็อบจาบจ้วง?

1052

หลังจากที่ทางสำนักข่าว “The Truth”เดอะทรูธ ได้นำเสนอเรื่องราวของสื่อไทยพีบีเอส ถึงกรณีที่มีการใช้สื่อหนุนคนล้มม.112 ซึ่งเคยมีกรณีที่นายสมเกียรติ จันทรสีมา ผอ.สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ TPBS ออกมาต้อนรับ “ไผ่ ดาวดิน” และม็อบเดินทะลุฟ้า และนำเสนอรายการ “เจาะ ลึก จริง” ตอน “งามหน้า! “เมียเดวิด” “เคยอยู่ Thai PBS” สามีขอวีซ่าแต่งงาน มหาลัยใหม่ชวนทำงาน” นั้น

ต่อมาทางด้านไทยพีบีเอส ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ ระบุว่า องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) กรณีถูกสำนักข่าว The Truth และสื่อออนไลน์อื่น ๆ นำเสนอข้อมูลบิดเบือนข้อเท็จจริง กล่าวหาไทยพีบีเอส

สืบเนื่องจากสำนักข่าว The Truth เสนอรายการ “เปิดประเด็น” ตอน “แท้จริงสุดเน่าเฟะเบื้องหลัง “Thai PBS” เชียร์ม็อบจาบจ้วง? ใช้สื่อหนุนคนล้ม 112 ?” และรายการ “เจาะ ลึก จริง” ตอน “งามหน้า! “เมียเดวิด” “เคยอยู่ Thai PBS” สามีขอวีซ่าแต่งงาน มหาลัยใหม่ชวนทำงาน” เผยแพร่ทางช่องทาง YouTube และสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งมีบุคคลและสื่อออนไลน์อื่นนำไปเผยแพร่ซ้ำ จนทำให้องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอสเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง นั้น

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส ขอชี้แจงว่า จากกรณีพยายามเชื่อมโยงไทยพีบีเอส กับ นางสาวหทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการภาษาไทย The Isaan Record นั้น ไทยพีบีเอสขอย้ำว่า นางสาวหทัยรัตน์ พหลทัพ ไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ กับไทยพีบีเอส นับตั้งแต่ได้พ้นสภาพด้วยการลาออกไปตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2561

ก่อนที่จะร่ายยาว บอกว่าด้วยว่า ไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะที่ผลิตเนื้อหารายการที่สร้างสรรค์สังคมคุณภาพและคุณธรรม ให้บริการข่าวสารที่เที่ยงตรง รอบด้านสมดุล ซื่อตรงต่อจรรยาบรรณ และส่งเสริมประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่เคยมีนโยบายหรือพฤติการณ์ใดอันเป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนบุคคลหรือกลุ่มเคลื่อนไหวใดให้มีการชุมนุมหรือเคลื่อนไหวในประเด็นที่ก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเป็นภัยต่อสถาบัน การผลิตรายการทั้งหมดของไทยพีบีเอสเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศ ภายใต้ข้อบังคับด้านจริยธรรมของวิชาชีพที่ได้รับการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดจากคณะอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชนหากบุคลากรของ ส.ส.ท. ทุกระดับและผู้ที่เกี่ยวข้องกระทำการหรือผลิตรายการขัดต่อจริยธรรมของวิชาชีพ โดยคณะอนุกรรมการชุดนี้แต่งตั้งโดยคณะกรรมการนโยบาย ซึ่งหลักการพื้นฐานและสิ่งที่สื่อสาธารณะพึงยึดถือทั้งหมดข้างต้นสะท้อนผ่านการนำเสนอเนื้อหาข่าวและรายการที่สามารถติดตามรับชมและรับฟังได้ทางสถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ช่องหมายเลข 3 และเว็บไซต์ www.thaipbs.or.th รวมถึงทางสื่อสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชันทั้งหมดของไทยพีบีเอส

นอกจากนี้ผู้บริหารของไทยพีบีเอสทุกระดับยังยึดมั่นบริหารงานภายใต้ ข้อบังคับ ส.ส.ท. ว่าด้วยจริยธรรมของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน พ.ศ. 2551 ที่กำหนดให้ต้องยึดมั่นในหลักผลประโยชน์สาธารณะ ความสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความเป็นอิสระที่ปราศจากการมีอิทธิพลหรือการแทรกแซงของบุคคล หรือกลุ่มผลประโยชน์ใด ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งทำให้การทำหน้าที่สื่อสาธารณะของ ส.ส.ท. เป็นไปโดยปราศจากอคติหรือการบิดเบือนข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มใด

แม้ที่ผ่านมาไทยพีบีเอสจะถูกกล่าวหาด้วยข้อมูลเท็จที่เจือปนด้วยอคติและจินตนาการเป็นครั้งคราว แต่ในฐานะสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอสพร้อมรับการตรวจสอบและเปิดกว้างรับฟังทุกเสียงสะท้อนด้วยความขอบคุณ เพื่อนำมาพัฒนาการทำหน้าที่ของสื่อสาธารณะ ให้สามารถตอบสนองความคาดหวังของประชาชนทุกกลุ่มในสังคมได้อย่างเต็มที่มากขึ้น พร้อมมุ่งมั่นทำหน้าที่สื่อซึ่งเป็นที่พึ่ง และวางใจได้ของประชาชนต่อไป ลงวันที่ 21 เม.ย. 2564

ทั้งนี้จากแถลงการณ์ของไทยพีบีเอส น่าตั้งข้อสังเกตต่อไปอีกว่า มีการชี้แจงไม่ครบถ้วน ตามที่ข้อมูลจากทาง สำนักข่าว “The Truth” ได้นำเสนอ เพราะเรื่องนี้ไทยพีบีเอสควรตอบคำถามสังคมให้ได้ ว่าหนุนคนล้มม.112 หรือไม่

เพราะเมื่อย้อนไปดูเหตุการณ์วันที่ 6 มี.ค. 64 ในเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งต้องพิสูจน์ ได้รายงานระบุว่า “6 มี.ค. 64 กลุ่มมวลชน ที่จัดกิจกรรม “เดินทะลุฟ้า” เข้าไปพักใน TPBS โดยทาง TPBS เป็นผู้อนุญาต เเละมี “นายสมเกียรติ จันทรสีมา” ผอ.สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ TPBS ให้การต้อนรับ “ไผ่ ดาวดิน” โดยทางด้านนายสมเกียรติ จันทรสีมา ผอ.สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ TPBS ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ไว้ดังนี้

“การเปิดพื้นที่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมแวะพักว่า พื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่กลาง ให้กับทุกกลุ่มนี่ก็เป็นหน้าที่เราต้องช่วยดูแลให้ประชาชนมีประกันเสรีภาพในการแสดงออก แต่อีกด้านก็พยายามจะช่วยดูแลเรื่องของความปลอดภัยด้วย

ในแง่ของการชุมนุมที่ผ่านมาทางกลุ่มดำเนินการราบรื่นมาโดยตลอด กลุ่มที่เข้ามาเราก็เห็นเป็นประชาชนที่เขามีความเดือดร้อนอยู่ หน้าที่เรา เราต้องเป็นเสียงหนึ่งให้กับคนในสังคมได้รับรู้ว่ามีคนที่เขาเดือดร้อนจากเหตุการณ์ อาจจะเอาเสียงของภาครัฐหรือคนที่เกี่ยวข้องมาตอบให้กับเขาด้วย”

ซึ่งที่ผ่านมาม็อบกลุ่มนี้ ได้มีการใช้ข้อความ ถ้อยคำ จาบจ้วงสถาบันฯอย่างชัดเจน จนแกนนำหลายคนถูกดำเนินคดีม.112 ในแง่ของสื่อสาธารณะที่ต้องนำเสนอความเป็นจริงให้กับประชาชน และทำงานภายใต้ “จรรยาบรรณ และส่งเสริมประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่เคยมีนโยบายหรือพฤติการณ์ใดอันเป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนบุคคลหรือกลุ่มเคลื่อนไหวใดให้มีการชุมนุมหรือเคลื่อนไหวในประเด็นที่ก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเป็นภัยต่อสถาบัน” ตามที่ไทยพีบีเอสได้กล่าวอ้างนั้น ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่า ม็อบไม่ได้สร้างความแตกแยกอย่างไรบ้าง และม็อบไม่ได้จาบจ้วงสถาบันฯอย่างไรบ้าง มิเช่นนั้นคำที่แถลงออกมาก็ไม่ต่างจากกระกระทำที่ย้อนแย้ง

เช่น เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2563 “ไผ่ ดาวดิน” ร่วมปราศรัยที่แยกราชประสงค์ และได้เดินทักทายผู้ชุมนุม พร้อมพูดคำว่า “กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ” ซึ่งคำพูดนี้ สืบเนื่องมาจากที่ในหลวงร.10 ได้ตรัสกับชายชูภาพบรมฉายาลักษณ์ที่มารอรับเสด็จ ยังท้องสนามหลวง และก๊วนม็อบ 3 นิ้วยังมีการนำไปแต่งเพลงออกมาร้องกันด้วย หรือแม้แต่แม่ของไผ่ ที่ให้สัญญากับศาลว่า หากลูกชายได้รับการปล่อยตัว จะไม่ให้ลูกทำผิดซ้ำอีก และจะไม่พูดถึงเรื่องของสถาบันฯ แล้วอะไรคือการนำเสนอที่ไม่ส่งเสริม หรือสนับสนุนบุคคลที่เคลื่อนไหวเป็นภัยต่อสถาบันฯ ไทยพีบีเอส ต้องตอบคำถามตรงนี้ และควรชี้แจงให้เกิดความกระจ่างต่อสังคมด้วย

รวมทั้งกรณีที่นำเสนอข่าวของบก.บีบีซีไทย “นายนพพร วงศ์อนันต์ ” บรรณาธิการ ที่มักจะออกบทความเข้าข้างม็อบ 3 นิ้ว และกล่าวโจมตีในสถาบันฯอยู่บ่อยครั้ง ในปี 2559 ปรากฎข่าวบนหน้าเว็บไซต์ไทยพีบีเอส ข่าวการเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ของบีบีซีไทย และยังมีสกู๊ปข่าวที่ไทยพีบีเอส เยือนบีบีซีไทยที่กรุงลอนดอน เมื่อปี 2558 ด้วย แล้วเช่นนี้จะเรียกได้ว่า “ไม่เคยมีนโยบายหรือพฤติการณ์ใดอันเป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนบุคคลหรือกลุ่มเคลื่อนไหวใดให้มีการชุมนุมหรือเคลื่อนไหวในประเด็นที่ก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเป็นภัยต่อสถาบัน” ได้อย่างไร ?

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว The Truth ได้นำเสนอข้อเท็จจริง ไม่ได้มีกล่าวหาบิดเบือน ให้ร้ายไทยพีบีเอส ดังที่ได้เรียบเรียงสถานการณ์ของม็อบในการเคลื่อนไหวถึงเรื่องสถาบัน นอกจากนี้ยังได้ทำการนำเสนอข่าวช่วยชี้แจงด้วยว่า นางสาวหทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการภาษาไทย The Isaan Record ได้ลาออกจากไทยพีบีเอส ตั้งแต่ปี 2561 แล้ว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กร ดังนั้นประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไทยพีบีเอสควรชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน ว่าไม่ได้นำเสนอข่าวสาร ไปในทางที่สนับสนุนคนล้ม ม.112 ตามที่ สำนักข่าว The Truth ได้ตั้งคำถามไปก่อนหน้านี้