เปิดความจริง ตร.แถลงชัด “พบอาวุธเพียบ” หากไม่รีบรวบ “โตโต้” และพวก ม็อบการ์ดเถื่อน เตรียมเดือดนองเลือดกว่านี้

890

จากกรณีที่พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุม เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา

โดยการชุมนุมวานนี้แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม โดยกลุ่มเเรกเป็นกลุ่ม REDEM ร่วมกับกลุ่มการ์ดราษฎร นัดรวมพลบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ก่อนเดินไปยังหน้าศาลอาญา กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มของเเนวร่วมแดงก้าวหน้า 63 รวมตัวบริเวณหน้าโลตัส รังสิต และเดินเท้าไปยังหน้ากรมทหารราบที่ 11 กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มมวลชนเดินทะลุฟ้า นัดรวมตัวบริเวณหน้าตลาดเซียร์ รังสิต มายังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนกลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน รวมพลบริเวณแยกราชประสงค์

ระหว่างการชุมนุม เจ้าหน้าที่พบกลุ่มการ์ดวีโว่ นัดรวมตัวบริเวณลานจอดรถชั้น 5 ห้างเมเจอร์ฯ รัชโยธิน และสืบสวนพบว่ามีการพกพาอาวุธ ตำรวจจึงทำการตรวจค้น และจับกุมนายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา จำนวน 3 คัน แต่ในระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดออกมาจากที่เกิดเหตุ และเตรียมนำตัวไปส่ง ตชด.ภาค 1 ปรากฏว่า ขณะรถถึงบริเวณสี่แยกรัชโยธิน กลุ่ม REDEM และการ์ดราษฎร ได้ทุบรถควบคุมผู้ต้องหา และพังประตูด้านหลังรถ นำผู้ต้องหาหลบหนีไป ทำให้มีผู้ต้องหากลุ่มการ์ดวีโว่หลบหนีไปได้บางส่วน ส่วนที่เหลืออีก 18 คน สามารถนำส่ง ตชด.ภาค 1 ได้ ส่วนกลุ่มที่นำตัวผู้ต้องหาหลบหนีไป ตำรวจอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล รวมถึงผู้ต้องหาที่หลบหนีไปได้ ซึ่งเบื้องต้นมีผู้มาแสดงตัวแล้ว 27 คน แต่เชื่อว่าน่าจะมีมากกว่านั้น

• หนังสติ๊ก 15 อัน
• หัวนอต 50 ชิ้น
• ลูกแก้ว 300 ลูก
• ระเบิดควัน 30 ลูก
• ถุงน้ำปลาร้า 30 ลูก
• หมวกกันกระแทก 13 ใบ
• เสื้อเกราะ 37 ตัว
• ท่อเก็บแก๊สน้ำตา 1 อัน
• โล่ 1 อัน

ที่พบในกระเป๋าเป้ของกลุ่มนายโตโต้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นายโตโต้ ประกาศว่าจะไม่เข้าร่วมการชุมนุม แต่กลับมารวมตัวอยู่ใกล้พื้นที่การชุมนุม และหากมีเจตนาไม่เข้าร่วมการชุมนุมจริง กลุ่มดังกล่าวจะพกอาวุธไปเพื่ออะไร หรือจะบอกว่าพกพาอาวุธเพื่อไปกินข้าวหรือ

จากเหตุการณ์ชิงตัวนายโตโต้ ทำให้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บกว่า 7 นาย จากการถูกยิงด้วยลูกเหล็ก และถูกขว้างปาสิ่งของใส่ รวมถึงมีรถควบคุมผู้ต้องหาเสียหายอีก 9 คัน ส่วนสถานที่ราชการที่ได้รับความเสียหาย ทั้งศาลอาญา รัชดาฯ และสำนักงานอัยการสูงสุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เก็บพยานหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงรอให้ตัวแทนของศาลฯ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ โดยบุคคลที่ปีนกำแพงรั้วบริเวณหน้าศาลอาญา เพื่อวางป้ายข้อเรียกร้อง ถือว่าเข้าข่ายบุกรุกสถานที่ราชการ ขณะที่กลุ่มที่จุดไฟบริเวณรั้วศาลฯ ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเข้าข่ายวางเพลิงหรือไม่


ส่วนการเตรียมมาตรการรับมือสถานการณ์การชุมนุมวันนี้ (7 มี.ค.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ระบุว่า เบื้องต้นจะไม่มีการปิดถนน และตำรวจก็ไม่ได้ขัดขวางการชุมนุม แต่ตำรวจจำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ชุมนุมทราบในการปฏิบัติที่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งจะเกิดความรุนแรงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวผู้ชุมนุมเอง อย่างเช่นความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวาน กลุ่มที่ก่อความรุนแรง เบื้องต้นก็เคยก่อความรุนแรงและเคยถูกดำเนินคดีจากการก่อความวุ่นวายในการชุมนุมครั้งก่อนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 คน

หลังการแถลงข่าว หัวหน้าชุดควบคุมฝูงชนของ ตชด. เข้าพบผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมรายงานว่า เมื่อคืนหลังเหตุการณ์การชุมนุมสงบลง ในระหว่างที่ถอนกำลังควบคุมฝูงชนของ ตชด. และตำรวจภาค 6 ออกจากบริเวณศาลอาญา ขับรถมุ่งหน้าลงอุโมงค์ข้ามแยกรัชโยธิน ปรากฏว่า มีกลุ่มบุคคลไม่ทราบกลุ่มใช้อาวุธปืนยิงใส่ขบวนรถของตำรวจควบคุมฝูงชนที่วิ่งตามกันมากว่า 6 คัน โดยกระสุนทะลุกระจกหลัง เฉียดใบหน้าตำรวจที่นั่งอยู่ด้านหลัง นอกจากนี้ยังพบมีการเขวี้ยงปาก้อนหิน และยิงน็อตใส่รถของ ตชด.ด้วย ซึ่งเมื่อช่วง 09.00 น. วันนี้ ตชด.ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุที่สน.พหลโยธิน ไว้แล้ว