ศาลอนุญาตย้าย ไมค์-ไผ่-โตโต้ ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อยู่ไกลไปไม่สะดวก

1187

จากกรณีเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2564 ที่ผ่านมา ศาลอาญา ศาลไต่สวนกรณีทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลออกคำสั่งให้นำตัว นายภานุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน และ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ แกนนำกลุ่มราษฎร

(จำเลยคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ป.อาญา ม.112) 3 แกนนำกลุ่มราษฎร จากเรือนจำพิเศษธนบุรี มายังศาลอาญารัชดา ตามคำสั่ง เพื่อเข้ารับการไต่สวน กรณีที่ทั้ง 3 คน ยื่นคำร้องขอศาลให้ย้ายการคุมขัง จากเรือนจำพิเศษธนบุรี กลับมาควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแทน

ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลอาญารัชดาภิเษก ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง นายภาณุพงศ์ และ นายจตุภัทร์ ในความผิดมาตรา 112 จากการชุมนุมทวงคืนอำนาจให้ราษฎร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 และ นายปิยรัฐ ในคดีชุมนุมที่หน้าศาลอาญารัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ กล่าวว่า ทั้ง 3 คน ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว และศาลได้ออกหมายขังไว้ ระหว่างการพิจารณาคดีให้กับผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และได้กำหนดให้ขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แต่ปรากฏว่าทั้ง 3 กลับถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ซึ่งถือว่าเป็นการคุมขังที่ขัดต่อหมายขังของศาล โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่อ้างว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีความแออัด จึงให้ทั้ง 3 คน มากักตัวดูอาการโรคโควิด-19 และคุมขังที่เรือนจำธนบุรีแทน เพราะมีความแออัดน้อยกว่า

อีกทั้งเรือนจำพิเศษธนบุรี ตั้งอยู่ไกลจากศาลอาญารัชดาภิเษก และเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดความไม่สะดวกทั้งตัวผู้ต้องหาในการเบิกตัวไปศาลอาญารัชดาภิเษก กับญาติที่ต้องไปเยี่ยม และทนายความที่เดินทางไปปรึกษาหารือเกี่ยวกับคดี จึงอาจจะกระทบกระเทือนต่อกระบวนพิจารณาคดีของศาลได้

ในวันนี้ (15 มี.ค. 2564) ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่งเบิกตัว นายภานุพงศ์, นายจตุภัทร์ และ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ 3 แกนนำกลุ่มราษฎร จากเรือนจำพิเศษธนบุรี เพื่อไต่สวนกรณีการร้องขอศาลให้ย้ายการคุมขัง ทั้ง 3 ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี มาควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อให้ตรงกับหมายขังของศาลระหว่างสอบสวนและพิจารณาคดี เนื่องจากทนายความและญาติเข้าเยี่ยมไม่สะดวก เพราะอยู่ในที่ห่างไกล กระทบกระเทือนการสู้คดี

ล่าสุด มีรายงานว่า ศาลมีนัดคำสั่งต่อคำร้องขอให้ย้ายผู้ต้องขังทั้ง 3 คน มาเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตามหมายขังของศาล

โดย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. ศาลอาญาอ่านคำสั่งต่อหน้า โตโต้-ไผ่-ไมค์ อนุญาตตามคำร้องของทนายความ ให้ย้ายที่คุมขังทั้งสามจากเรือนจำพิเศษธนบุรี มาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตามหมายขังของศาล หลังจากคุมขังทั้งสามที่เรือนจำธนบุรีเข้าวันที่ 8

อย่างไรก็ตาม นายปิยรัฐ กล่าวว่าตนถูกจับกุมตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. 2564 โดยถูกควบคุมตัวอยู่ที่ บก.ตชด.ภาค 1 ก่อนถูกนำตัวไปเรือนจำพิเศษธนบุรี ในวันที่ 8 มี.ค. 2564 โดยขณะที่ถูกจับตนไม่มีพฤติการณ์ขัดขืน แต่ไม่ทราบว่าคนที่มาจับเป็นเจ้าหน้าที่หรือไม่ เนื่องจากไม่ได้แต่งเครื่องแบบ และนำตนขึ้นรถส่วนตัวไปคนเดียว จนตนคิดว่าถูกชิงทรัพย์ ที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกความเรื่องการชิงตัว Wevo นั้น จึงไม่เกี่ยวกับตน รวมทั้งคำร้องขอฝากขัง พนักงานสอบสวนก็ไม่ได้ระบุว่า ตนต่อสู้ขัดขวาง

ส่วนนายภาณุพงศ์ และนายจตุภัทร์ กล่าวว่า เห็นว่าพวกตน กับผู้ต้องขังอีก 4 คน คือ อานนท์, พริษฐ์, สมยศ และปติวัฒน์ ซึ่งถูกขังระหว่างพิจารณาคดีอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นผู้ต้องขังในคดีเดียวกันซึ่งอัยการยื่นคำร้องของรวมคดีแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ปรึกษาหารือในเรื่องการต่อสู้คดี นอกจากนี้ยังใช้ทนายชุดเดียวกัน พยานหลักฐานเดียวกัน สมควรที่จะได้อยู่ในเรือนจำเดียวกันเพื่อความสะดวกในการเข้าเยี่ยมและเพื่อความยุติธรรมในการต่อสู้คดี

นายจตุภัทร์ ยังเบิกความว่าวันที่พวกตนถูกนำตัวมามีการใช้รถบัสชุดควบคุมฝูงชนจำนวนมากกว่า 4 คัน มีรถหน่วย SWAT และรถเจ้าหน้าที่ รวม ๆ แล้วอาจจะถึง 15 คัน รถที่ควบคุมตนไม่ได้เลี้ยวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่พามายังเรือนจำพิเศษธนบุรี พวกตนถูกทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ ถ่ายภาพ ถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาทำ ครั้งที่สองเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ซึ่งเป็นสิ่งผิดปกติ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ไม่ทำตามคำสั่งศาลและไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าเหตุใดจึงพาพวกตนมาคุมขังที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและต่อกระบวนการยุติธรรม

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ไบร์ท แกนนำราษฎรนนทบุรี หนึ่งในจำเลย ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการพิจารณาคดีว่า ภายในห้องพิจารณาคดี นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ได้ขออนุญาตแถลงต่อศาลถึงความอึดอัดที่อยู่ในใจ แต่ศาลไม่อนุญาตให้พูดในที่เปิดเผย จากนั้นมีเจ้าหน้าที่มาควบคุมตัว จึงเกิดความวุ่นวายขึ้น เพนกวินจึงประกาศความอึดอัดใจว่าเหตุใดศาลไม่ให้ประกันตัว ทั้งที่ยังไม่มีคำตัดสิน โดยเทียบเคียงกับคดี กปปส. ที่ตัดสินแล้วว่ามีความผิดแต่ได้ประกันตัว และไม่ต้องตัดผม

พร้อมประกาศขอประท้วงด้วยการอดข้าว ดื่มแต่น้ำ จนกว่าจะได้รับการประกันตัว และยืนยันว่าหากตนเอง เพนกวิน พริษฐ์ฯ ถูกกระทำการใดๆที่ละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน อาทิ ถูกทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ ขอให้ประชาชนภายนอกเรือนจำลุกขึ้นสู้ต่อรัฐเผด็จการ อีกทั้งมวลชนหนึ่งคนได้นำปัสสะวะขว้างหน้าบัลลังค์ศาล จากนั้น เจ้าหน้าที่ศาลได้นำตัวเพนกวิน ออกจากห้องพิจารณา ๗๐๑