ชำแหละความจริง “ประชาไท-ปิยบุตร” เสี้ยมผู้ชุมนุม เผาพระบรมฉายาลักษณ์ไม่ผิด

2120

บิดเบือนรุนแรง!! ชำแหละความจริง แนวคิดสุดต่ำเตี้ย “ประชาไท-ปิยบุตร” เสี้ยมผู้ชุมนุม เผาพระบรมฉายาลักษณ์ไม่ผิด!?

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 28 ก.พ.64 ทางด้านของ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ และพวกรวม 3 คน ได้ทำการเผาพระบรมฉายาลักษณ์ขนาดใหญ่บริเวณ ด้านหน้าเรือนจำครองเปรม นำไปสู่การจับกุมตัว นักร้องหนุ่ม ในวันที่ 3 มี.ค.64 ช่วงเวลาประมาณ 01.00 น.

โดยในวันเดียวกันนั้น แอมมี่ ได้รักษาตัวอยู่ที่หอผู้ป่วยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ชั้น 5/1 รพ.ตำรวจ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บตกลงมาจากนั่งร้าน ในขณะกำลังปีนขึ้นไปเผาพระบรมฉายาลักษณ์

ซึ่งต่อมาในเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 3 มี.ค.64 นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ยอมรับผิดว่าตนเองนั้นเป็นผู้กระทำการเผาพระบรมฉายาลักษณ์ หน้าเรือนจำครองเปรมจริง

ซึ่งก่อนหน้านั้นทางด้านของ สื่อหัวส้มอย่าง “ประชาไท” ได้เหมือนรับลูก “แอมมี่” ออกตัวแรงผลิตคอนเทนต์ เป็นบทความเกี่ยวกับ “ย้อนดูศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปเคยชี้เผารูปกษัตริย์เป็นเสรีภาพในการแสดงออก” โดยในบทความเป็นการพูดถึง คำตัดสินของศาลสเปนในคดีเผาพระบรมฉายาลักษณ์ของกษัตริย์ฆวน การ์ลอสที่ 1 และพระราชินีโซเฟีย และคำตัดสินศาลสิทธิมนุษยชนยุโร เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2561

ซึ่งศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปตัดสินว่าการเผาพระบรมฉายาลักษณ์ของกษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ในการประท้วงที่สเปน สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่กระกระทำดังกล่าวต้องไม่ใช่การทุษร้ายด้วยวาจา (Hate Speech)

ซึ่งบทความดังกล่าวได้ถูกทางด้านของ “นายปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า นำไปขยายต่อในประเด็นเดียวกัน โดยพูดถึงคำตัดสินคดีของ ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป ตัดสินเรื่องการเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อดึงให้ประชาชนสามกีบรู้สึกว่า การกระทำดังกล่าวของ “แอมมี่” นั้นไม่ชอบธรรมในมุมมองของกลุ่มที่ต้องการล้มล้างสถาบันอยู่แล้ว

โดยทั้งทางด้านของ “ประชาไท” และ “นายปิยบุตร แสงกนกกุล” จะให้นำหนักความรู้สึกในคดีของแอมมี่ ไปในทางเผาพระบรมฉายาลักษณ์ จึงถูกเจ้าหน้าที่จับ ใน ม.112 แต่ทั้งนี้ในความเป็นจริง

ทางด้านของ ผบช.น. ได้เปิดเผย เบื้องต้นได้ตั้งข้อหา วางเพลิงเผาทรัพย์สินทางราชการ คาดว่าตาม ม.217 และ 218 ซึ่งมีโทษหนักสูงสุดถึงขั้น “ประหารชีวิต” และอาจพิจารณาตามตรา 112 ร่วมด้วย ก็แสดงได้ว่าคดีหลักๆของ นายไชยอมร นั้นคือ “วางเพลิงเผาทรัพย์สินทางราชการ” ซึ่งก็มีโทษสูงมากๆอยู่แล้ว และน่าห่วงกว่า โทษ ม.112 เสียด้วยซ้ำ

ทำให้การที่ทางด้านของ ประชาไท และ นายปิยบุตร พยามยามโยงการตัดสินของ ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป มาเทียบกับ คดีการเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ของแอมมี่ มารวมกันจึงค่อนข้างเป็นคนละเรื่องเดียวกันเลย เพราะหากว่าผู้ประท้วงสเปน ปีนขึ้นไปเผาพระบรมฉายาลักษณ์พระมหากษัตริย์สเปน หน้าเรือนจำกลาง ชายผู้ประท้วงก็ต้องมีความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกันกับแอมมี่

อีกอย่างที่น่าสนใจในคำตัดสินของศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป คือ มองว่าชายสเปนคนดังกล่าวไม่ได้ทำการ ทุษร้ายพระมหากษัตริย์ด้วยวาจา หรือ Hate Speech แต่ในประเทศไทยกลุ่มผู้ชุมนุม มีข้อความทุษร้ายพระมหากษัตริย์ โผล่ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก็แสดงว่าพฤติกรรมต่างๆเหล่านี้ ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปเองก็ยังยอมรับไม่ได้ แต่เหตุใดกลุ่มนักประชาธิปไตย ต่างไม่เคยพูดถึง แต่กลับหยิบยกบางอย่างมาเป็นประเด็นเหมือนโล่ป้องกันตนเอง