ชำแหละ 255 อาจารย์ “อาชญากรทางวิชาการ” ปั่นหัวมุดหลัง หลอกเด็กผิดกม.แทนตัวเอง!?!

2763

ชำแหละ 255 อาจารย์ “อาชญากรทางวิชาการ” ปั่นหัวมุดหลัง หลอกเด็กผิดกม.แทนตัวเอง!?!

จากกรณีที่ศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวแกนนำของการชุมนุมวันที่ 19-20 กันยายน 2563 รวม 4 คน ได้แก่ นายอานนท์ นำภา, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, และนายปฏิวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ โดยให้เหตุผลว่า หากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยอาจไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับความผิดที่ถูกกล่าวหาอีก

ต่อมาทางด้าน คณาจารย์ผู้มีรายชื่อแนบท้ายจำนวน 255 รายชื่อ 31 สถาบัน ขอให้ศาลได้พึงพิจารณาทบทวนคำสั่งไม่ให้ประกันตัว ทั้งยัง ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ โดยมีนักวิชาการที่เข้าร่วม อาทิ ผศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ , รศ.ดร. ยุกติ มุกดาวิจิตร , ผศ.ดร. บุญเลิศ วิเศษปรีชา คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ล่าสุดทางด้าน ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีของอาชญากรทางวิชาการ โดยระบุข้อความว่า

#เหยื่ออาชญากรทางวิชาการ
คนที่ต้องรับผิดชอบต่อการติดคุกของแกนนำหน้าฉากเหล่านี้คือ บรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการ รวมถึงนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของม็อบ
เพราะเป็น “อาชญากรทางวิชาการ” ผู้อยู่เบื้องหลังคอยปลุกระดมยัดเยียดชุดความคิดบิดเบี้ยว พร้อมกับชุดข้อมูลบิดเบือน ล้างสมองลูกศิษย์นักศึกษาตลอดจนสาธารณชน ให้ตกเป็นเครื่องมือรับใช้อุดมการณ์ที่เต็มไปด้วยความแตกแยกของพวกเขา แถมยังเป็นอุดมการณ์ที่พวกเขาไม่ค่อยกล้าที่จะกระทำเอง ได้แต่หลอกใช้ให้ผู้อื่นกระทำ ในขณะตัวเองมักหลบซ่อนและคอยตักตวงผลประโยชน์อยู่ข้างหลัง
ตลอดระยะเวลานับสิบปี อาชญากรทางวิชาการได้ทำการเคลื่อนไหวทางความคิด ขยายลัทธิความเชื่อ แทรกแซงสังคมไปในแทบทุกวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการการศึกษา การเมือง และสื่อต่างๆ คอยยุยงปลุกปั่นสร้างความแตกแยก ยัดเยียดความเกลียดชัง บ่อนทำลายความมั่นคงของชาติและประชาชน
ทั้งหมดเป็นการหลอกใช้มวลชนเพื่อประโยชน์ของคนส่วนน้อย เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการแทรกแซงทางการเมืองของต่างชาติ ไม่ได้เป็นประโยชน์ของประชาชนชาวไทย ไม่ได้สร้างประชาธิปไตยตามที่พูดจากันสวยหรู แต่รักษาระบอบเผด็จการของคณะราษฎรซึ่งเป็นลัทธิรัฐธรรมนูญหลอกลวงประชาชน สานต่อแนวทางที่ผิดของคณะราษฎรด้วยความดื้อรั้นและแฝงเร้นไปด้วยความรุนแรง โดยไม่ได้สนใจถึงผลเสียอันใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้นตามมา
สิ่งที่เลวร้ายและชั่วช้าสามานย์ที่สุด คือ ความเห็นแก่ตัวที่อาชญากรทางวิชาการมักหลบอยู่ข้างหลัง แล้วหลอกใช้ผู้อื่นเป็นเครื่องมือในการทำผิดกฎหมายแทนตัวเอง จึงไม่แปลกที่บรรดาอาชญากรทางวิชาการจะรอดจากคดีต่างๆ ในขณะที่แกนนำหน้าฉากกับมวลชนที่ออกหน้าทำผิดกฎหมาย จะตกเป็นเหยื่อผู้รับเคราะห์แทนพวกเขาอยู่ตลอด
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สังคมไทยต้องช่วยกันถอนรากถอนโคน #อาชญากรทางวิชาการ ผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนทางความคิดของม็อบและแกนนำหน้าฉากผู้ตกเป็นเหยื่อเหล่านี้?
มันจะมีประโยชน์อะไรถ้ากฎหมายสามารถเอาผิดได้แค่แกนนำหน้าฉากที่เป็นปลายเหตุของปัญหา ในขณะที่บรรดาอาชญากรทางวิชาการทั้งหลายที่เป็นต้นเหตุของปัญหายังคงลอยนวลอยู่ และคอยปลุกระดมอยู่ตลอดเวลาทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งล่าสุดได้ลุกลามเข้าไปในแอพพลิเคชั่น Clubhouse แล้ว