รวบมะกันขู่สังหารตัดคอปธน.ไบเดน!?!โทษคุก 5 ปีปรับ 7.5 ลบ. ขู่อาฆาตพระมหากษัตริย์ไทยคุก 1 ปีปรับ 3 แสนบาท ใครบังอาจเสนอยกเลิกม.112??

1842

หนุ่มมะกันวัย 27 ปี จากรัฐนอร์ธแคโรไลนา ถูกศาลตั้งข้อหาดำเนินคดี ฐานขู่สังหารปธน.โจ ไบเดนโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 7่.5 ล้านบาท แต่สหรัฐยื่นหน้าแซะและนักการเมืองไทยจงใจเสนอนิรโทษกรรม-ยกเลิกม.112 เว้นโทษพวกอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ สะท้อนคิดชั่วร้ายต่อสถาบันหลักของชาติหรือไม่? ขณะทั่วโลกมีบทลงโทษผู้ทำผิดต่อประมุขทั้งสิ้น

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2564 แถลงการณ์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา  ระบุว่า นายเดวิด ไคล์ รีฟส์ ชาวเมืองแกสโตเนีย รัฐนอร์ธแคโรไลนา ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ฐานเจตนาข่มขู่จะสังหาร และทำลายศพ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐในเอกสารของอัยการ ระบุว่า ในระหว่างวันที่ 28 ม.ค. – 1 ก.พ. 2564 รีฟส์โทรศัพท์ถึงแผนกการสื่อสารประจำทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน หลายครั้ง พูดข่มขู่จะสังหารไบเดน และบุคคลอื่นๆ ในรัฐบาล โดยในการโทรศัพท์ครั้งหนึ่ง รีฟส์กล่าวว่า เขาจะฆ่าทุกคน และตัดศีรษะให้ขาดจากบ่า

นายแอนดรูว์ เมอร์เรย์ อัยการศาลแขวงนอร์ธแคโรไลนาตะวันตก เผยว่า นายรีฟส์ถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางในเมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ธแคโรไลนา เพื่อรับทราบข้อหา เมื่อวันพฤหัสบดี (11 ก.พ.) และผู้พิพากษา เดวิด ซี. คีสเลอร์ สั่งให้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ จนกว่าจะถึงวันเริ่มพิจารณาคดีในศาล

นายเมอร์เรย์ เผยอีกว่า ข้อหาข่มขู่ประธานาธิบดีสหรัฐ กฎหมายกำหนดโทษความผิดไว้ จำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี และปรับเป็นเงิน 250,000 ดอลลาร์ หรือ 7,462,000 บาท.

ครั้งอดีตปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ก็โดน

ปี 2018 คณะลูกขุนใหญ่ในเมืองซอลต์เลก ฟ้อง ทราวิส ลุค ดมินเกซ วัย 33 ปี ด้วยความผิดฐานข่มขู่สังหารประธานาธิบดี 2 กระทงและข้อหาอื่นๆ เขาถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

 

สมัยอดีตปธน.บารัค โอบามาก็ไม่เว้น

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2011 ศาลในเมืองหลุยส์วิลล์ มลรัฐเคนตักกี พิพากษาให้จำคุกนายจอห์นนี่ โลแกน สเปนเซอร์ ชาวเมืองหลุยส์วิลล์ วัย 28 ปี เป็นเวลา 33 เดือน ด้วยข้อหาข่มขู่อดีตปธน.บารัค โอบามา กรณีเขียนบทกวี 16 บรรทัด ซึ่งมีเนื้อหาบรรยายถึงการใช้ปืนสไนเปอร์ลอบยิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ

มาดูสถานการณ์ล่าสุดในประเทศไทย นักการเมือง นักวิชาการบูชาลัทธิประชาธิปไตยสุดโต่งตะวันตก หวังยกเลิก ล้มล้างทุกอย่างที่เป็นอัตลักษณ์ไทยประสานเสียงสหรัฐ รณรงค์นิรโทษสุดซอย และแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 เพื่อล้มล้างอย่างอึกทึกครึกโครม

 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลเสนอให้ยกเลิกและแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 และกฎหมายเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท-ดูหมิ่น ว่า การเสนอให้ยกเลิกและแก้ไขมาตรา 112 เป็นข้อเสนอที่เห็นชัดว่าพรรคก้าวไกลไม่เข้าใจหลักการกฎหมายอาญาและสิ่งที่กฎหมายประสงค์จะคุ้มครองหรือเหตุผลที่ต้องบัญญัติความผิดฐานนั้นๆ หรือเรียกว่าคุณธรรมทางกฎหมาย 

ด้วยความผิดตามมาตรา 112 เป็นบทบัญญัติความผิดลักษณะที่ 1 ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หมวดที่ 1 คือความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังนั้นมาตรานี้เป็นเรื่องของการปกป้องคุ้มครองความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรต่อการกระทำที่ละเมิดประมุขแห่งรัฐและหลักการความคุ้มกันประมุขแห่งรัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 6 ว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” มาตรา 112 จึงมีหลักการและความสำคัญในการปกป้องคุ้มครองแตกต่างจากความผิดฐานหมิ่นประมาท-ดูหมิ่นที่กฎหมายมุ่งคุ้มครองสิทธิในชื่อเสียงและเกียรติของคนทั่วไปและเป็นความผิดต่อส่วนตัว 

“ดังนั้นจึงไม่สามารถเอามาเทียบเคียงแล้วแก้ไขให้มาตรา 112 กลายเป็นความผิดอันยอมความได้ หรือลดโทษจำคุกและให้ปรับนั้นไม่ได้  อีกประเด็นที่จะให้สำนักพระราชวังเป็นผู้เสียหายและร้องทุกข์นั้น ก็ไม่สมควรทำ เพราะมาตรา 112 มุ่งคุ้มครองความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นความสงบเรียบร้อยของประเทศ” น.ส. ทิพานันกล่าว 

น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอที่ 2 ที่ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อประมุขและผู้แทนแห่งรัฐต่างประเทศนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งที่กฎหมายมุ่งคุ้มครองคือสัมพันธไมตรีอันดีกับต่างประเทศ และข้อเสนอที่ 3 ที่เสนอให้ยกเลิกโทษจำคุกของความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ศาลหรือผู้พิพากษา หมิ่นประมาท-ดูหมิ่นผู้อื่น ให้เหลือเพียงโทษปรับนั้น อยากให้พรรคก้าวไกลคำนึงถึงหลักการความเท่าเทียม เพราะเป็นข้อเสนอที่สร้างความเหลื่อมล้ำ อยุติธรรม เปิดโอกาสให้คนรวยมีสิทธิดูหมิ่น-หมิ่นประมาทผู้อื่นได้มากกว่าคนจนอย่างนั้นหรือ? 

น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า”นอกจากนี้พรรคก้าวไกลเสนอให้เพิ่มประเภทคดีปิดกั้นการมีส่วนร่วมสาธารณะ โดยอ้างถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพื่อไม่ให้มีการใช้กฎหมายปิดปาก (SLAPP law) ซึ่งอาจมีการหมิ่นประมาทได้นั้น ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการใช้อำนาจสภาเขียนกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ เช่น กลุ่มผู้ชุมนุมที่จาบจ้วงสถาบันฯ และประเด็นวิจารณ์อื่นๆ ที่ดูหมิ่น-หมิ่นประมาทผู้อื่นอยู่ ขณะเดียวกันมันย้อนแย้งกับที่พรรคก้าวไกลฟ้องร้องประชาชนผู้ใช้สิทธิตามกฎหมายในการตรวจสอบพรรคเป็นคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหายทางแพ่งถึง 24 ล้านบาทโดยอ้างว่าเพื่อปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของพรรค จึงสะท้อนให้เห็นว่าสิทธิและเสรีภาพที่พรรคก้าวไกลพูดล้วนเข้าข่ายหลอกลวงทั้งสิ้น”

ประเทศที่มีบทบัญญัติคุ้มครองประมุขของรัฐ ไม่ให้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี หรือล่วงละเมิด รวมถึงกระทำการอาฆาตมาดร้ายหรือประทุษร้าย นอกเหนือจากการวิจารณ์โดยสุจริตนั้น ไม่ได้มีเฉพาะประเทศที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่ยังมีในประเทศที่ปกครองในรูปแบบประธานาธิบดีด้วยอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาเป็นต้น  สำหรับอัตราโทษจำคุกสูงสุด คดีหมิ่นพระมหากษัตริย์  พระราชินี รัชทายาท และพระบรมวงศานุวงศ์ ในต่างประเทศมีดังนี้ -เนเธอร์แลนด์ 5 ปี -นอร์เวย์ 5 ปี -เบลเยียม 3 ปี -เดนมาร์ก 8 เดือน -สวีเดน 4 ปี -โมร็อกโก 5 ปี

ส่วนประเทศต่าง ๆ ที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข ก็มีกฎหมายคุ้มครองเช่นกัน

สหรัฐอเมริกา ศาลฎีกาแห่งสหรัฐฯ ในปี 1982 ถือว่า ประธานาธิบดีมีสิทธิ์“ คุ้มกันเต็มที่” จากความเสียหายสำหรับการประพฤติมิชอบใด ๆ ที่เกิดขึ้นภายใน“ ขอบเขตรอบนอก” ของอำนาจหน้าที่ของประธานาธิบดี เป็นการป้องกันในข้อสงสัยในกระบวนการอื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวกับการฟ้องร้องประธานาธิบดี โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐสามารถดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเป็นการปกป้องประธานาธิบดีที่อยู่ในวาระได้ อัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปีปรับ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 7.5 ล้านบาท

เยอรมนี การดูหมิ่นประธานาธิบดีผิดกฎหมาย แต่การฟ้องร้องต้องได้รับอนุญาตจากประธานาธิบดี

ไอซ์แลนด์ การดูหมิ่น ประธานาธิบดี ประมุขของรัฐต่างประเทศ ผู้แทนหรือธงชาติ ลงโทษจำคุกสูงสุดถึง 6 ปี

อิตาลี การดูหมิ่นประมุขต่างชาติต่อหน้าสาธารณชนถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

โปแลนด์การดูหมิ่นประมุขต่างประเทศในที่สาธารณะกฎหมายปรับ 5,000 ยูโร หรือ 6,200 เหรียญสหรัฐฯ 

รัสเซีย มีนาคม 2019 สภานิติบัญญัติของรัสเซียได้ผ่านกฎหมายว่าด้วยข่าวปลอมหรือดูหมิ่นประธานาธิบดีรัสเซีย นายกรัฐมนตรี และประมุขต่างประเทศต้องโทษจำคุก 15 วัน และปรับไม่เกิน 30,000 รูเบิล

สวิตเซอร์แลนด์ ในสวิตเซอร์แลนด์การดูหมิ่นประมุขต่างประเทศต่อหน้าสาธารณชนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน3 ปีหรือโทษปรับ

เมื่อเป็นเช่นนี้ การที่สหรัฐ หรือนักการเมืองไทย พากันเรียกร้องให้ล้ม-เลิก กฎหมายคุ้มครองพระประมุขของไทย ย่อมสะท้อนเจตนาแฝงเร้นที่เลวร้ายอย่างปิดไม่มิด  ต้องการเปิดโอกาสให้อริราชศัตรูของประเทศ ทำการหยามหยาบต่อพระประมุขใส่ร้ายรังแกไม่จบสิ้น  ควรที่คนไทยต้องเสนอเพิ่มโทษให้ทัดเทียมกับประเทศที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุขด้วยซ้ำ 

สงครามไฮบริดในไทยเปิดโฉมระลอกใหม่แล้ว ประสานกับกระแสต้านการยึดอำนาจของกองทัพในเมียนมา จากฮ่องกง-สู่ประเทศไทย-และเมียนมา เหมือนกันอย่างกับแฝดนรกสองแผ่นดิน จับตาแนวรุกคืบทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่รอบๆบ้านเราอย่าให้คลาดสายตา!!