ม็อบเมียนมาแท้ ๆ ส่ายหน้าหนี รับไม่ได้ “ช่อ” โหนสโลแกน “ไม่สู้ก็อยู่อย่างไทย” พร้อมฟาดกลับสุดแรง ชังชาติอาย

1065

หลังจากที่นางสาวพรรณิการ์ วานิช หรือ “ช่อ พรรณิการ์ “ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ โหนกระแสการประท้วงในเมียนมา ระบุว่า #WhatsHappeningInMaynmar รัฐประหารเมียนมาไม่จบง่าย ๆ แล้ว

วันนี้ประชาชนชุมนุมใหญ่บนท้องถนนในนครย่างกุ้ง ต้านรัฐประหาร ส่วนในออนไลน์กระแสอารยะขัดขืนแรงมาก จนกองทัพบล็อก FB และ IG ก็ยังเอาไม่อยู่ ล่าสุดถึงขั้นตัดอินเทอร์เน็ตอีกรอบ อย่ามีที่ยืนให้เผด็จการ พร้อมได้ทิ้งท้าย#ไม่สู้ก็อยู่อย่างไทย

 

 

ต่อมากลุ่มแกนนำราษฎร และบรรดาม็อบ 3 นิ้ว ก็ออกมาห้อยโหนถึงประเด็นนี้ไม่แพ้กัน โดยเพนกวิน โพสต์ข้อความว่า “ถ้าประชาชนพม่าชนะ จะส่งแรงให้ประชาชนไทยชนะไปด้วย และถ้าประชาชนไทยชนะ ก็จะส่งแรงให้ประชาชนทั้งอาเซียนโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการได้เช่นกัน” และยังโหมกระพือข่าวอีกว่า ที่เมียวดี ประเทศพม่า ทหารตำรวจพม่าเริ่มยิงประชาชนแล้ว ขอประณามทุกการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนในทุกรูปแบบ


ขณะที่ในเพจเฟซบุ๊ก LOOK Myanmar ได้โพสต์ข้อความชี้แจง ถึงประเด็นที่กลุ่มเคลื่อนไหวในไทย โหนการประท้วงในเมียนมา ระบุว่า
หาข้อมูลมาละนะ
“ไม่สู้ก็อยู่อย่างไทย”
ไม่มีสโลแกนนี้ในพม่า
#แอดหม่อง

หลังจากมีคนบอกว่าคนเมียนมาเขากล้าหยุดงานประท้วงไม่เหมือนคนไทย เอางี้แอดจะขออธิบายบริบทในพม่าในเข้าใจกันนะ จะได้ไม่ต้องเอาคนเมียนมามาโหนหาประโยชน์ เพราะไม่ได้เกี่ยวกับคนไทย

1. คนเมียนมาจำนวนหนึ่งเป็นลูกจ้างรายวันที่ไม่ได้ทำงานในระบบบริษัท แต่ทำงานอิสระเช่น ขับบรถแทกซี่ (ในพม่าไม่มีอู่แท็กซี่นะ) ขับไซก้า แบกหาม ขายอาหาร Street food ขายของริมทาง

2. คนเมียนมาที่มีเงิน ถ้านอกจากคนที่เป็นเจ้าของกิจการในเมียนมาแล้ว หลายคนมีเงินจากการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์แล้วเก็บกินค่าเช่า พูดง่าย ๆ ให้เข้าใจคือ เขามีห้อง มีบ้าน เขาปล่อยให้ต่างชาติเช่าแล้วเก็บค่าเช่ากิน หรือบางคนปล่อยเงินกู้ ในขณะที่บางคนทำงานเป็นคนกลาง เป็นเอเย่นต์อิสระ เป็นต้น

3. ว่ากันว่าวันนี้อาจจะมีการหยุดงานประท้วงในเมียนมา ตามกฎหมายแรงงานมีการระบุเรื่องการหยุดงาน ได้ 6 วัน ดังนั้นหากพนักงานบริษัทคนใดอยากจะหยุดงานก็ทำได้ตามสิทธิ์ Casual Leave มากกว่านั้นก็ “ลาก่อน”

4. หากใครเคยเห็นอาหารในปิ่นโตของคนเมียนมา จะทราบว่าอาหารส่วนใหญ่จะเน้นผัก น้ำพริก มีเนื้อ 3-4 ชิ้น กินกับข้าวเต็มปิ่นโต ซึ่งต่างจากคนไทยที่เราจะทานข้าวที่เน้นทั้งข้าวและกับข้าวแบบสมดุล ดังนั้นต้นทุนอาหารของคนเมียนมาหากทำกินเองถูกกว่าคนไทยมาก

5. หลาย ๆ บริษัทในเมียนมา ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงหนักงานของตนเอง ในเชิงที่ว่าการแสดงออกทางการเมืองนั้นไม่ได้สร้างรายได้ ซ้ำร้ายหากเกิดอันตรายขึ้นมา คนที่อยู่ข้างหลังเขาจะทำอย่างไร ดังนั้นขอให้คิดตรึกตรอง คิดถึงคนในครอบครัวด้วย คุณสามารถแสดงออกความเห็นทางการเมืองได้ ตราบใดที่คุณปลอดภัย
แอดอธิบายแล้วนะ บริบททางสังคมไทยกับพม่านั้นต่างกัน

ส่วนบรรยากาศล่าสุดที่ด่านชายแดนแม่สอด หน้าด่านเปิดทำงานตามปกติ แต่สภาพการจราจรหน้าด่านติดขัด ตลอดทั้งวัน รถขนส่งแทบเคลื่อนตัวไม่ได้


และขอสรุปเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วงวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. 2564 ค่ำ ๆ จนถึงวันนี้นะครับ

1. มีการตัดอินเตอร์เนตตั้งแต่เย็นวันศุกร์จนถึงเมื่อวานบ่ายจึงใช้ได้อีกครั้ง

2. มีการชุมนุมประท้วงแบบดาวกระจายและมีรวมกลุ่มกันบางจุด

3. มีการใช้กระสุนยางที่เมียวดี “จริง” แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

4. ตำรวจทำสัญลักษณ์ เส้นเหลืองหากผู้ประท้วงข้ามเส้นมาตำรวจจะเข้าระงับเหตุด้วยด้วยกระสุนยาง

5. เช้านี้เฟซบุ๊กกลับมาใช้ได้ปกติ รวมถึง IG ด้วย

6. มีข่าวว่าจะมีการหยุดงานประท้วง แต่หลายบริษัทยังเปิดงานตามปกติ

7. ข่าวลือและ Fake News เยอะมากโปรดใช้วิจารณญาณในการเชื่อว่าเป็นไปได้ไหม

8. ตอนนี้ยังไม่ต้องกักตุนอาหาร ตลาดสดและห้างเปิดปกติ

9. ยังไม่มีรายงานการตัดน้ำไฟ

10. โรงพยาบาลเอกชนเปิดปกติ

11. แนะนำให้หลีกเลี่ยงจุดที่มีการชุมนุมจำนวนมาก ๆ

12. เซฟแผนอพยพของสถานทูตที่แอดแปะไว้ให้เผื่อใช้ในยามฉุกเฉิน

จากข้อสรุปทั้งหมดทำให้เข้าใจความเคลื่อนไหว และสถานการณ์ รวมทั้งบริบทต่าง ๆ ในเมียนมาได้มากขึ้น เพื่อที่แก๊งม็อบ 3 นิ้ว จะได้เลิกโหน และปล่อยข้อมูลบิดเบือน บ้างก็ว่ามีคนเสียชีวิตจากการชุมชม โหมไฟประท้วง ว่าคนพม่ามีความกล้าที่ยอมหยุดงานออกมาชุมนุม แต่แท้จริงกลับไม่ใช่แบบนั้น แก๊ง 3 นิ้วกำลังเพ้อว่าม็อบพม่าจุดติด และอยากให้ไฟแห่งความรุนแรง จุดติดม็อบในไทยบ้าง แต่อาจจะต้องผิดหวังและหน้าแตกอีกครั้ง


ล่าสุดมีรายงานความเคลื่อนไหวในเมียนมาเพิ่มเติม โดยชาวเมียนมา จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ประมาณ 500 คน ปิดล้อมสภ.เมียวดี ที่อยู่ใจกลางเมืองเมียวดีทั้งคืน เพื่อชุมนุมประท้วงในการประท้วงคัดค้านการรัฐประหาร ที่นำโดยพลเอกอาวุโสมินอ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมกับคณะ และเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางอ่องซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) นายอูวินมินต์ ประธานาธิบดี และนักการเมือง ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดอย่างไม่มีเงื่อนไข และกดดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยผู้ชุมนุมที่ทางตำรวจจับไป

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า และยิงลงพื้นดินเพื่อสลายการชุมนุม และล่าสุดจับผู้ชุมนุมไป 14 คน หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมกลับมาชุมนุมเพิ่มมากกว่าเดิม โดยใช้พื้นที่ด้านหน้า สภ.เมียวดีชุมนุมจุดเทียนประท้วงกดดันให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมดังกล่าว

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามที่ชี้แจงผ่านเครื่องขยายเสียง แต่คนจำนวนมากที่มีด้วยเสียงแตรรถยนต์ เสียงเพลง และเสียงเรียกกดดันเจ้าหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถเจรจาทำความเข้าใจกันได้ สุดท้ายเจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวผู้ชุมนุม 14 คนออกมา จึงลดความกดดันจากฝ่ายผู้ชุมนุมลงไป

อย่างไรก็ตามการชุมนุมที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 64 มีการกระทบทั่งกัน ระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยชาวบ้านเข้าไปขอร้องตำรวจ ไม่จับกุมตัวผู้ชุมนุมถึงขั้นยื้อแย่งตัวกัน และเกิดชุลมุนวุ่นวายขึ้นมา เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงขู่ผู้ชุมนุมไม่ให้เข้าไปแย่งตัวผู้ถูกจับกุม

และยังมีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในช่วงที่ประเทศเมียนมา มีการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหารนั้น คณะทูตสหประชาชาติอยู่ในเมียนมา เพื่อสังเกตสถานการณ์ ทำให้ทางรัฐบาลทหารคืนสัญญาณอินเตอร์เนต ให้มีการใช้งานตามปกติ ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่เมียนมา ไม่กล้าใช้ทหารจัดการกับผู้ชุมนุม