พล.ท.นันทเดช ซัด ตี๋ทอน อ้างประชาชนเห็นด้วย กล้าโกหก พาดพิงสถาบันต่อหน้าศาล!?!

1481

พลโท นันทเดช ซัดยับ ธนาธร อ้างประชาชนเห็นด้วย ดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กล้าโกหก บิดเบือนพาดพิงสถาบันต่อหน้าศาล

จากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธาานคณะก้าวหน้า ได้ออกมาโจมตีบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นฐานการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับคนไทย โดยโจมตีว่า เป็นผู้ได้ผลประโยชน์จากการผลิตวัคซีนในครั้งนี้ โดยเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่าด้วยการจัดหาและผลิตวัคซีนโควิดในประเทศไทย ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง และทำไมรัฐบาลถึงจัดหาวัคซีนได้ไม่ครอบคลุมจำนวนประชากรที่เหมาะสม ซึ่งในไลฟ์สด นายธนาธรตั้งใจที่จะพาดพิงไปถึงในหลวงรัชกาลที่ 10

ต่อมา นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2564 มอบหมายทีมกฎหมายไปแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ให้ดำเนินคดีกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิดที่พาดพิงสถาบันหลัก ผ่านเพจคณะก้าวหน้า ฐานความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ ผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(3) พร้อมกับได้ยื่นให้ศาลพิจารณาการกระทำดังกล่าว

ทางด้าน ศาลอาญาได้ตรวจสอบ พบเว็บไซต์ เผยแพร่ข้อความภาพและคลิปวิดีโอ ที่มีเนื้อหาอันเข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร ปรากฏใน 3 URLs ศาลจึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(3) ประกอบมาตรา 20 มีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ การไลฟ์สดของนายธนาธร เนื่องจากเห็นว่า เป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จึงสั่งระงับการทำให้แพร่หลาย 3 URLs ดังกล่าว

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 64 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางมาที่ศาลเพื่อร่วมการไต่สวนคำร้องคัดค้านของคณะก้าวหน้าที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลสั่งลบลิงก์ ตามคำขอกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) การเผยแพร่ภาพ-คลิปเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิดพาดพิงสถาบันฯ ผ่านเพจคณะก้าวหน้า

ในช่วงหนึ่งนายธนาธรได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกฎหมายมาตตรา 112 ระบุว่า “มาตรา 112 เป็นมาตราที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างแน่นอนที่สุด และสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานนั้นก็คือสิทธิของการมี Free Speech หรือเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น นอกจากนี้มาตรา 112 ยังมีโทษที่สูงเกินไปอีกด้วย พวกเราจึงเห็นว่าควรจะมีการแก้ไขมาตรา 112”

 

ต่อมาเมื่อวานนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2564)ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีนายธนาธร ได้กล่าวถ้อยคำที่อาจจะเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่อหน้าศาลว่า นักข่าวที่สนิทกันกับผมเล่าให้ฟังว่า​ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาในขณะที่ไต่สวนคดีกระทรวงดีอีเอสขอปิดกั้น​ Facebook.live.วัคซีนพระราชทาน​ ใครได้ใครเสีย​ ที่หน้าบัลลังก์ศาล​ นายธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ ได้กล่าวถ้อยคำที่อาจจะเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ​ โดยขอพูดต่อหน้าศาล​ เป็นถ้อยคำที่ผมไม่ขอนำมาเผยแพร่ซ้ำอีก​ แต่ถ้อยคำนี้กล่าวหาใส่ร้ายพระเจ้าอยู่หัวอย่างแน่นอนในความคิดของผมและผมเชื่อโดยสุจริตใจว่าวิญญูชนน่าจะคิดเช่นนี้เช่นกัน ผมได้สอบถามหลายท่านที่อยู่ในเหตุการณ์รวมถึงข้าราชการกระทรวงดีอีเอส​ ก็ยืนยันเช่นนี้​ ผมคิดว่าธนาธรไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดแทนคนไทยทั้งประเทศเช่นนี้​ และที่ผมโพสต์นี้ก็เพื่อที่จะปกป้องสถาบัน​ ผมต้องขอบคุณ​นักข่าวที่รักสถาบันที่แจ้งข่าวนี้ให้ผมทราบ​ พี่น้องประชาชนคิดอย่างไรครับ

ซึ่งก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก ถึงพฤติกรรมของนายธนาธร ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ชัดเจน

ล่าสุดทางด้าน พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีของนายธนาธร ที่กล้าพูดโกหกต่อหน้าศาล โดยระบุข้อความว่า

จบที่รุ่นเราแน่นอนครับ
ต้องยอมรับว่า “ธนาธร” นั้นเป็นคนที่ขาดพื้นฐาน ทางประวัติศาสตร์ และรากเหง้าของความเป็นคนไทย
อย่างแท้จริงเพราะ ธนาธร กล้าพูดต่อหน้าศาลแบบนั้น (ดูตามรายงานในเว็ปของผู้จัดการ) แล้วยังมีหน้ามาขอความกรุณาศาลอีก มันดูหมิ่นจิตใจของคนไทยจริงๆ “ศาลก็คนไทยนะครับ” ธนาธรเอาอะไรมาอ้างต่อศาล เรื่องประชาชนเห็นด้วยกับคุณแบบนั้น
ในเมื่อคุณไม่ได้เกี่ยวพันอะไรกับประชาชนเลย เอาแค่อ้างคนงานในโรงงานไทยซัมมิท ของคุณดูก็ได้ว่า ใครเขาเห็นด้วยกับคุณบ้าง อย่าลืมว่าพวกคุณเป็นคนส่วนน้อยมากๆ ของสังคมคนไทย ที่มีประชากรเกือบ 70 ล้านคน
จะมีคนแบบพวกคุณจริงๆสัก 100 คนก็เก่งแล้วครับ หลอกเด็กเดียวนี้ก็หลอกได้เป็นบางคนแล้ว จึงต้องออกมาเล่นเอง คุณนะเล่นเรื่องจริงไม่เป็นมานานแล้ว โกหกจนตัวเองยังเชื่อเองเลย คราวนี้เล่นหนักไปพูดโกหกต่อหน้าศาล
ตอนที่พวกคุณพูดกันว่า “ให้มันจบที่รุ่นเรา” ผมยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ตอนนี้ผมรู้แน่แล้วว่า “จบ”ที่รุ่นพวกคุณนั้น คงจะเป็นแบบนี้เอง ครั้งนี้คุณช่างรักษาคำพูดได้จริงๆ จบแน่ครับ
พลโท นันทเดช / 7กพ64