ทรราชย์สหรัฐบุกทะเลจีนใต้?!? ส่งกองเรือพิฆาตท้าทายจีน ขณะกระแสต้านกองทัพเมียนมาขยับ จับตาเครือข่ายล่มชาติขย่มไทยรับใช้วอชิงตัน

2777

สถานการณ์เมียนมาหลังกองทัพยึดอำนาจเริ่มทวีความดุเดือดรุนแรงมากขึ้น ภายในประเทศเริ่มกระแสต่อต้านแพร่กระจายด้วยรูปแบบเหมือนที่เคลื่อนไหวในไทย ขณะทหารตัดช่องทางสื่อสารถึงวันอาทิตย์และอาจต้องเปิดใช้ในวันจันทร์นี้เพื่อรองรับธุรกรรมการเงินและธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ ในโซเชียลพม่านัดชุมนุมใหญ่วันที่ 8 ฝ่ายสหรัฐแสร้งเรียกร้องจีนให้ประณามเมียนมาแต่ส่งเรือพิฆาตยั่วยุในน่านน้ำเกาะพาราเซล ส่วนจีนขยับกองทัพประชิดชายแดนเวียดนาม ไทยต้องจับตาขบวนการล่มชาติ แฝดนรกเผา 2 แผ่นดินเคลื่อนไหวตามวาระวอชิงตัน

เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2564 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า การสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ของสหรัฐฯ กับนายหยาง เจียฉือ ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศน์สัมพันธ์พรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้น 

สหรัฐฯ ได้ยืนยันการปกป้องสิทธิมนุษยชนและคุณค่าทางประชาธิปไตยในเขตปกครองตนเองมณฑลซินเจียง เขตปกครองตนเองทิเบต และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพื่อเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกและบริเวณช่องแคบไต้หวัน โดยสหรัฐฯ จะเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับจีน ส่วนจีนหวังว่าจะมีความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในเชิงสร้างสรรค์ และเรียกร้องให้หยุดแทรกแซงอธิปไตยใน 3 เขตการปกครองของจีน รวมถึงให้ประณามการรัฐประหารในเมียนมา

วันที่ 6 ก.พ.2564  สำนักข่าวอัลจาซีรารายงาน สหรัฐฯ ส่งเรือพิฆาต จอห์น เอส แมคเคน แล่นใกล้น่านน้ำพิพาทในทะเลจีนใต้ อ้างเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการเสรีภาพการเดินเรือทางทะเล ขณะที่จีนประณาม ส่งเครื่องบินรบและเรือรบเตือนผลักดันให้กลับไป

เรือพิฆาตของสหรัฐฯ ‘USS John S Maccain’ (จอห์น เอส แมคเคน) แล่นใกล้หมู่เกาะพาราเซล ซึ่งจีนควบคุม บริเวณน่านน้ำพิพาทในทะเลจีนใต้ 

ด้านกองทัพจีนได้ออกแถลงการณ์ประณามการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของกองทัพเรือสหรัฐฯ พร้อมประกาศว่ากองทัพปลดแอกประชาชนจีนจะส่งเรือรบและเครื่องบินรบเตือนและผลักดันให้เรือพิฆาตของสหรัฐฯ กลับไปจากน่านน้ำบริเวณนี้

โดยโฆษกศูนย์บัญชาการกองทัพจีน กล่าวว่าการที่สหรัฐฯ ส่งเรือรบมายังน่านน้ำพิพาทในทะเลจีนใต้ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของจีนอย่างร้ายแรง และยังเป็นการบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคนี้ อีกทั้งยังเป็นการจงใจที่จะทำลายบรรยากาศที่ดีของสันติภาพ มิตรภาพและความร่วมมือของอาณาเขตทางทะเลในทะเลจีนใต้

ก่อนหน้านี้กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินธีโอดอร์ รูสเวลต์ และกองเรือรบมายังน่านน้ำบริเวณนี้ ตอบโต้จีนส่งฝูงเครื่องบินรบรุกล้ำน่านฟ้าไต้หวันเพียงไม่กี่วันหลังจากโจ ไบเดน สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่สหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา จนทำให้สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ตึงเครียดมากขึ้น

 และในวันนี้ ((7 ก.พ.2564) เวียดนามกำลังตรวจสอบกรณีจีนสร้างฐานยิงขีปนาวุธใกล้ชายแดนติดกับเวียดนามอย่างเคร่งเครียด โดย  สำนักข่าวตุยเตรนิวส์ (Tuoi Tre News) รายงานถ้อยแถลงนางเลตีตุฮัง ( Le Thi Thu Hang )โฆษก กระทรวงการต่างประเทศเวียดนามว่า เวียดนามอยู่ระหว่างการตรวจสอบข่าวสารที่ว่าจีนกำลังก่อสร้างฐานยิงขีปนาวุธพื้นดินสู่อากาศที่เมืองหนิงหมิง เขตปกครองตนเองกว่างซี ที่อยู่ห่างจากชายแดนจีน-เวียดนาม ประมาณ 20 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากสนามบินเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังก่อสร้างในเวียดนามประมาณ 40 กิโลเมตร

สถานการณ์ตึงเครียดทั้งย่านท้องน้ำทะเลจีนใต้ และทางบกระหว่างจีนและเวียดนาม เป็นภาวะเปราะบางที่ทำให้ภูมิภาคนี้ร้อนระอุและสุ่มเสี่ยงกระทบกระทั่งทางการทหารอย่างน่าวิตก ขณะที่การเมืองในเมียนมาหลังรัฐประหาร ก่อตัวระอุร้อนภายใต้การสนับสนุนของทรราชย์สหรัฐและพันธมิตรตามคาด

มาดูสถานการณ์ล่าสุดในเมียนมาดังนี้

วันนี้ทนายความประจำตัวนางอองซาน ซูจี นายขิ่น หม่อง ซอ เปิดเผยสำนักข่าวต่างประเทศว่าเหล่าผู้นำทหารเมียนมายังห้ามพบ ซูจี และปธน.อู่ วิน มินต์ หลังถูกควบคุมตัวที่บ้านพักในเนปิดอว์มาตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหาร ขณะที่กองทัพ สั่งบล็อก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรมในพม่าจนถึงวันนี้ (7 ก.พ.2564) แต่คาดจะต้องเปิดใช้วันจันทร์นี้แน่นอน เพราะมีปัญหาในการทำธุรกรรมด้านการเงินและการดำเนินธุรกิจในประเทศ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมาได้ดำเนินคดีนางซูจี ในข้อหานำเข้าอุปกรณ์สื่อสาร ‘วอล์กกี้-ทอล์กกี้’ โดยผิดกฎหมาย และไม่มีการขอใบอนุญาต หลังจากเข้าตรวจค้นบ้านพักของนางซูจีที่กรุงเนปิดอว์  โดยสำนักงานตำรวจเมียนมาแจ้งว่า จะควบคุมตัวนางซูจีเพื่อสอบสวนจนถึงวันที่ 15 ก.พ.2564

นอกจากนั้นเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา กองทัพเมียนมาได้ปิดการสื่อสารโซเชียลมีเดียเพิ่มเติม สั่งบล็อกทวิตเตอร์ (Twitter) และอินสตาแกรม (Instagram) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หลังจากได้สั่งบล็อกเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ไปแล้ว โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง

เจ้าหน้าที่ทหารอาวุโสของเมียนมาเปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวในวันศุกร์ที่ 5 ก.พ. ว่า นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา ยังคงมีสุขภาพแข็งแรงดีระหว่างที่ถูกควบคุมตัวที่บ้านพักของเธอ เจ้าหน้าที่ระบุว่า นายวิน มินต์ ประธานาธิบดีเมียนมา และนางซูจี ได้ถูกควบคุมตัวโทษฐานฝ่าฝืนกฎหมายการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติและกฎหมายการนำเข้าและส่งออกไปจนถึงวันที่15ก.พ.นี้

(ขิ่น หม่อง ซอทนายอองซาน ซูจี)

ขณะเดียวกันกองกำลังตำรวจเมียนมาเปิดเผยว่า อู วินเทง ผู้อุปถัมภ์พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของเมียนมา ซึ่งเชื่อว่าเป็นคนสนิทที่ได้รับความไว้วางใจจากนางซูจี ได้ถูกจับกุมตัวเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 4 ก.พ2564 ด้วย “เรากำลังตรวจสอบว่า อู วินเทงถูกตั้งข้อหาตามมาตราใดของกฎหมาย” จีโท สมาชิกคณะกรรมการสารสนเทศของพรรคเอ็นแอลดี เปิดเผยบนสื่อสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเมียนมา, ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ของพรรคเอ็นแอลดีถูกกองทัพเมียนมาเข้าควบคุมตัวเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่1 ก.พ.โดยแถลงการณ์จากกองทัพเมียนมาระบุว่า สำนักงานประธานาธิบดีเมียนมาได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศเป็นเวลาหนึ่งปี ขณะอำนาจรัฐถูกส่งมอบให้มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพ

ในเบื้องต้น ไม่มีกระแสการต่อต้านกองทัพในการยึดอำนาจ และมีประชาชนบางส่วนแสดงท่าทีสนับสนุนด้วยซ้ำ  ต่อมาม็อบ 3 กีบและขบวนการล่มชาติที่นำโดยแฝดนรกบุด-ทอน เริ่มขยับสัญญลักษณ์ 3 นิ้วที่ไทย หน้าสถานทูตเมียนมาร่วมกับกลุ่มสนับสนุนซูจีในไทย ขบวนการโซเชียลมีเดียก็ได้เริ่มเปิดฉากประสานกับสื่อหลักตะวันตกและไทยที่ได้รับการสนับสนุนจากทรราชย์สหรัฐ รุกรบทางข่าวสารโซเชียลมิเดียอย่างเต็มที่

ล่าสุดการนัดหมายในโซเชียลมิเดีย จะมีการชุมนุมใหญ่ในเมียนมาวันจันทร์ที่ 8 ก.พ.2564 นี้ หลังจากที่แฟล็ชม็อบเริ่มออกมาชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารของกองทัพตามท้องถนนในเมืองย่างกุ้ง และเผยแพร่ภาพการเคลื่อนไหวในโซเชียลมิเดียให้เห็นว่า ประชาชนทุกสาขาอาชีพในเมียนมาคัดค้านกองทัพสนับสนุนซูจี และต้องการประชาธิปไตยแบบตะวันตก

สำนักข่าวดิอิรวดี (The Irradwady) สื่อท้องถิ่นและสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ชาวเมียนมาหลายร้อยคนออกมาร่วมชุมนุมท้องถนน ในเมืองย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ กรุงเนปิดอว์ และภาคมัณฑะเลย์ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเสาร์ 6 ก.พ.ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อต่อต้านการรัฐประหารของกองทัพที่ล้มอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี แต่ไม่มีการปะทะท่ามกลางการคุมเข้มของกำลังตำรวจ ในพื้นที่ชุมนุม

ล่าสุดชาวพม่าจะนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 ก.พ.นี้โดยมิน โก่ นาย อดีตนักโทษการเมืองชื่อดัง เจ้าของรางวัลสิทธิมนุษยชนกวางจู ปี 2552 นัดชุมนุมใหญ่ที่ เฮินดังจังชั่น (Hledan Junction) ใกล้มหาวิทยาลัยร่างกุ้ง มิน โก่ และอินเทอร์เน็ตน่าจะเปิดใช้งานได้ในวันจันทร์ เพราะจำเป็นสำหรับธุรกิจและการธนาคารซึ่งสำคัญมากในการดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ