สามนิ้ว หวด “ส.ส.เจี๊ยบ” ไม่มีจุดยืนที่สุดในพรรค พร้อมปกป้อง “กลุ่มขบถก้าวไกล”

2750

แซะนี้เจ็บปวด!! แนวร่วมสามนิ้ว หวด “ส.ส.เจี๊ยบ” ไม่มีจุดยืนที่สุดในพรรค พร้อมปกป้อง “กลุ่มขบถก้าวไกล” คนที่สมควรโดนด่าคือ “พรรคก้าวไกล”

จากกรณีพรรคก้าวไกลได้เตรียมจะยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ในฐานความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาททั้งหมด รวมถึงมาตรา 112

ร่างแก้ไข พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560, และร่างแก้ไข พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 เพื่อคุ้มครองและประกันเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนตามหลักการขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย

โดยพรรคก้าวไกลยืนยันว่า นโยบายเช่นนี้ของรัฐบาล ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องในการรับมือต่อการแสดงออกทางการเมืองของนักเรียน นักศึกษา ที่มีการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะนอกจากจะไม่สามารถคลี่คลายความขัดแย้งและความเห็นต่างทางการเมืองได้แล้ว การบังคับใช้มาตรา 112 ในสถานการณ์ปัจจุบันจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนแย่ลงในสังคมประชาธิปไตย

แต่ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 28 ม.ค.64 ทางด้านของ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนที่เรียกว่าขัดแย้งกับเป้าหมายของพรรคก้าวไกล อย่างชัดเจน นั่นคือการประกาศ ไม่ลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 ตามมติพรรค โดยให้เหตุผลว่าเป็นการขัดต่อหลักการส่วนตัว โดยทางด้านของ นายขวัญเลิศ ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวได้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

“ขออภัยพี่น้องประชาชนหากผมโหวตสวนมติพรรค ศรีราชา
กระผมนาย ขวัญเลิศ พานิชมาท (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี)
ต้องกราบขออภัยพี่น้องประชาชนชาวศรีราชา ที่กระผมต้องทำการขออนุญาตใช้เอกสิทธิ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้รับมาจากการที่พี่น้องประชาชนชาวศรีราชา ได้เลือกกระผมในฐานะตัวแทนผู้สมัครรับเลือกในนาม พรรคอนาคตใหม่

กระผมขออนุญาตไม่ลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 ตามมติพรรค (หรือพูดง่ายๆ สวนมติพรรค) ซึ่งกระผมยอมรับผลการลงโทษและการคาดโทษจากทางพรรคที่จะตามมา
และพร้อมน้อมรับคำวิจารณ์จากพี่น้องประชาชนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ทุกท่าน กระผมไม่สามารถลงชื่อญัตตินี้ ซึ่งเป็นมติพรรค ได้ เพราะขัดกับหลักการส่วนตัว

พรรคอนาคตใหม่หรือก้าวไกลเป็นพรรคที่ดีและมีอุดมการณ์ ที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ ส่วนตัวผมทำงานในพื้นที่ควบคู่กันไป ผมมีความต้องการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ ห่วงใยปากท้องชาวบ้าน จึงอาจไม่มีบทบาทมากนักในสภา

สุดท้ายนี้กระผมไม่เคยลืมตัว และยังสำนึกในพระคุณของพรรครวมถึงพี่น้องประชาชน
ที่ได้ให้โอกาสกระผมมาทำหน้าที่ตรงนี้ ครับ”

ล่าสุดในวันที่ 29 ม.ค.64 ทางด้านของ นายศศิพัฒน์ พงษ์ประภาพันธ์ หรือ กาณฑ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง แนวร่วมคณะราษฎร 63 ได้โพสต์ข้อความถึงประเด็นของ นายคารม และนายขวัญเลิศ พร้อมกับเหน็บทางด้านของ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ ส.ส.เจี๊ยบ ได้อย่างเจ็บแสบโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ภาษาไทยวันล่ะคำวันนี้
ขอเสนอคำว่า
“อย่ามาเจี๊ยบ”
ความหมาย แปลว่า
ชอบเสนออะไรเข้าที่ประชุมไปก่อน เห็นอะไรเป็นกระแสสังคมดังๆ ก็ชอบเสนอเข้าไปในสภา ทำได้/ไม่ได้ หรือเปล่าไม่รู้ แต่พอกระแสมวลชนลดลง ก็จะมาตีโพยตีพาย ไม่เอา จะเอาอย่างอื่น เช่นเมื่อ เดือนกันยายน 2563 จะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ตกลงไว้แล้วว่าจะแก้ พอไม่ได้ดั่งใจ ก็กลับลำ ไม่เอา ไม่แก้ ก็ออกมาโวยวายเรียกคะแนนจากติ่ง
เวลาอยากด่าเพื่อน ที่มีพฤติกรรมที่คล้ายๆกันแบบนี้
ด่ามัน มึง #อย่ามาเจี๊ยบ !!!!!!

โดยล่าสุดก็ได้โพสต์ประเด็นต่อเนื่อง โดยเป็นการพูดถึง นายคารม และนายขวัญเลิศ พร้อมกับเหน็บแนม พรรคก้าวไกล ถึงการไม่คัดกรองคนเข้ามาในพรรคตั้งแต่แรกโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

เราไม่อยากโทษทนายคารมและคุณขวัญเลิศ
สส.ที่ทำงานในพื้นที่ เขาคงต้องถามความเห็นจากฐานเสียงในเขตตัวเองมาแล้ว เรื่องแก้ม.112 หรือจุดยืนระดับประชาธิปไตยว่าเขาจะไปไกลแค่ไหน
ถ้าจะด่า ควรด่าที่พรรค โครงสร้างพรรค เพราะกรรมการบริหารพรรคไม่มีศักยภาพในการคัดกรองคน ผิดที่แกนนำพรรคที่เลือกผู้แทน ไม่มีอุดมการณ์เข้ามาในพรรคตั้งแต่แรก