แกะรอยโบว์กับจุดเปลี่ยนคืน10 สิงหา! ปชต.มีสถาบันอยู่คู่กัน วิจารณ์ได้แต่ต้องไม่คุกคามมุ่งร้าย

1021

จากกรณี สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันหนีคดีความผิดตามมาตรา112 และได้สถานะลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศสนั้น

ทั้งนี้นักวิชาการอย่างนายสมศักดิ์ บางครั้งถูกเรียกให้ฉายาว่า ศาสดาสามกีบ ชี้นำทางความคิดให้กับกลุ่มม็อบ และแกนนำที่จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดมา และมีพฤติกรรมมักโพสต์ปล่อยข่าวลืออันเป็นเท็จให้ร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เป็นประจำ และก็ทำให้บรรดาสาวก ตลอดจนนักการเมืองบางคน นักวิชาการบางพวกเชื่อว่าเป็นจริง โดยมีการแชร์ต่อไปขยายความต่างๆนาๆ

กระทั่งเมื่อคืนวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 นางสาวณัฏฐา มหัทธนา หรือ “โบว์” นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้ว่า “ถูกหลอกก็ไม่ต้องเสียใจไป สัปดาห์หน้าเจ้ากรมข่าวลือจะหาเรื่องใหม่มาปั่นหัวจนคุณลืมเรื่องเก่าไปเอง เหมือนที่ผ่านๆมา โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร .. แต่สังคมเขาไม่ลืม”

จากนั้นนายสมศักดิ์ ก็ได้เข้าไปโพสต์ในช่องแสดงความคิดเห็นว่า “ที่ลือกันยันไม่ยืนยันทางใดนี่ครับ” ทำให้ “โบว์ ณัฏฐา” ตอบกลับไปว่า “พอเถอะค่ะอาจารย์ ถ้าอยู่ในประเทศ มันไม่ได้ยากที่จะรู้ความจริง หยุดวิธีการแบบนี้ได้แล้ว

เช่นนั้นเองที่เรื่องราวการถกเถียง โต้แย้งระหว่างโบว์ กับอาจารย์สมศักดิ์ ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงแทบทั้งวัน ส่วนหนึ่งก็ให้กำลังใจโบว์ ที่มีจุดยืนดำรงอยู่ด้วยเหตุผล ขณะบางคนก็โจมตีพร้อมตั้งคำถามถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปนี้ของโบว์ ทำนองว่า ไม่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยแล้วหรืออย่างไร ซึ่งเจ้าตัวเองก็ได้ตอบคำถามนี้???

กระนั้นก็ยังพบร่องรอยในความคิดของโบว์ ที่มีอยู่มาก่อนนี้แล้ว ว่าเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยในบางข้อเรียกร้องด้วยเช่นกัน ซึ่งนี่เองคือคำตอบในเบื้องต้นว่า โบว์ มีความคิดที่ยึดเหตุผล ไม่สุดโต้ง และที่สำคัญยิ่งมีความรักและเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่มากก็น้อย แต่ที่แน่ๆ ไม่ก้าวล่วง จาบจ้วง อย่างรุนแรง หยาบคาย ไม่ปล่อยข่าวลือให้ร้ายต่อสถาบันแน่นอน!!!

หากย้อนไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องมาตรา 112 โดย น.ส. ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ แกนนำกลุ่มอยากเลือกตั้ง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ถึงข้อถกเถียงการใช้มาตรา 112 ไว้อย่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนี่คือเสียงของฝ่ายเดียวกันที่สะท้อนออกมาอีกมุมมองหนึ่ง ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่พึงร่วมกันพึงรับฟัง!!! โดยข้อความของโบว์ ระบุว่า

“จะให้สังคมเข้าใจปัญหา 112 เราจะพูดถึงแต่การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตไม่ได้ เราต้องยอมรับด้วยว่าคนที่ทำผิดร้ายแรงจริงก็มี และเรามีข้อเสนอในการปกป้องสิทธิของทุกคนอย่างไร มันจึงจะแฟร์ และเขาจึงจะฟัง”

และเมื่อข้อความของ โบว์ ณัฏฐา ได้เผยแพร่ออกมา ก็ปรากฏว่ามีคนได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นไว้ต่างๆอย่างมากมาย โดยบางข้อความ ทำให้เจ้าของโพสต์ต้องเข้ามาตอบคำถามด้วยตนเอง และมีบางข้อความที่โจมตี วิพากษ์วิจารณ์ข้อคิดเห็นของโบว์ ซึ่งมีการตอบโต้กันอย่างร้อนแรงดุเดือด!!!  เช่น

อ่อ ผมนึกว่าคุณตั้งโพสมาเพื่อให้คนแสดงความคิดเห็น แล้วดิสคัสกัน คงเข้าใจผิดอ่ะครับ

ไปแย้ง อ. เจียม ได้ ก็ดีนะ ถ้าไม่แย้ง สิ่งที่โบว์ทำคือด้อยค่านะจ๊ะ

ใครกักขฬะ กักขฬะคืออะไรมีแต่คนมาเม้นแย้งเม้นถาม รึทุกคนที่แย้งคือกักขฬะหมด

(โบว์) Bow Nuttaa Mahattana คนที่หยาบโบว์บล็อคไปละค่ะ อะไรที่คุณไม่เห็นไม่ได้แปลว่าไม่มี แล้วที่อ.สมศักดิ์เสนอก็เสนอได้ เท่าๆกับคนอื่นๆทุกคน ถ้าคิดว่าการสื่อสารแบบนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้ คุยกับสังคมข้างนอกรู้เรื่อง ก็ทำต่อไปค่ะ

อย่างไรก็ตามไม่เพียงเท่านั้น ย้อนกลับไปอีกในวันที่ 11 สิงหาคม 2563 – น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ว่า สนับสนุนนะคะในข้อเสนอเมื่อคืนที่จะนำสู่การปฏิรูป การพัฒนา แต่ไม่ใช่จะเห็นดีเห็นงามกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนเวที บางอย่างไม่บวก เปิดช่องให้เกิดการโจมตีในระดับที่ยากจะแลกเปลี่ยน และกลบเสียงของข้อเสนอที่เป็นทางการหรือแย่งพื้นที่ของข้อเสนอหลักในสื่อสังคมมากเกินไป

ในกระแสสูงคงไม่ค่อยมีใครกล้าติง แต่เป็นสิ่งที่อยากให้พิจารณาในก้าวต่อไป ท่วงทำนองหลักต้องดังกว่าเสียงประกอบ คนจึงจะได้ยินสิ่งที่เราอยากให้ฟัง สิ่งสร้างสรรค์ที่จะนำสู่ทางออกไม่ใช่ทางตัน Voice ควรดังกว่า Noise ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับเสรีภาพในการพูด”

นอกจากนี้ยังพบว่าเฟซบุ๊ก โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา – Nuttaa Mahattana  ยังได้เผยแพร่รายการทีวีที่โบว์ได้ไปตอบคำถาม เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 โดยข้อความในเฟซบุ๊กดังกล่าวระบุว่า

การแสดงความคิดเห็นเรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์” ในหมู่ประชาชน ตอบคำถามประเด็นการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และการละเมิดกฎหมายโดยเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงนี้ … เทปเมื่อวาน (10 ส.ค.) ช่วงกลางวันนะคะ แต่ไม่ว่าถามเมื่อไหร่ก็จะตอบแบบนี้

นั่นเองที่ทำให้ทีมข่าวเดอะทรูธ ได้ฟังคลิปรายการดังกล่าว โดยมีโบว์ กับผู้ดำเนินรายการ ซึ่งเนื้อหาบางช่วงที่โบว์ตอบคำถามนั้น ยิ่งสะท้อนถึงความคิด และมุมมองต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย พร้อมๆกับการเคลื่อนไหวของคนสองกลุ่ม นั่นคือ ปกป้องสถาบัน และวิพากษ์วิจารณ์สถาบันจากข้ออ้างปฏิรูป ลองมาดูเนื้อหาบางส่วนที่โบว์ให้ความเห็นไว้ อย่างน่าสนใจและสังคมควรใคร่ครวญ โดยอย่างอย่างยิ่งจากผู้คนทั้งสองฝ่าย

“การแสดงออก สามารถทำกันได้ แต่ไม่คุกคาม ข่มขู่ เจตนามุ่งร้าย เพราะมันจะเลยกรอบรัฐธรรมนูญ เมื่อได้กระทำออกมาแล้ว ย่อมมีบวกและลบ เรามีทั้งกลุ่มปกป้องสถาบัน และกลุ่มวิจารณ์ ให้เกียรติทั้งสองฝ่าย แต่การวิจารณ์ต้องไม่มุ่งร้าย เจตนายั่วยุ ดูหมิ่น

สถาบันพระมหากษัตริย์ทุกประเทศในโลก ก็เคยผ่านจุดแบบเรามาแล้ว ที่ต้องมีการปรับตัว เปลี่ยนแปลงไปบ้าง เพราะมันคือวัฏจักรของโลก อย่างเช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ เบลเยียม  ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ ดำรงอยู่อย่างมั่นคงสง่างาม ในระบอบประชาธิปไตยที่สถาบันคู่กัน”

โดยก่อนหน้านี้ คือวันที่ 10 สิงหาคม 2563  ที่ลานพญานาคภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง  จ.ปทุมธานี  กลุ่มนิสิตนักศึกษาธรรมศาสตร์ ได้จัดกิจกรรมชุมนุมใหญ่ทางการเมืองขับไล่รัฐบาล ภายใต้หัวข้อ”ธรรมศาสตร์จะไม่ทน “โดยมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนเดินทางมาร่วมชุมนุมหลายร้อยคน พร้อมใจกันใส่เสื้อสีดำเป็นสัญลักษณ์

ในช่วงท้ายของการชุมนุม ได้มีการเปิดคลิปจากนายปวิน ชัชวาลย์พงศ์พันธ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ที่ลี้ภัยในประเทศญี่ปุ่นและก่อนยุติการชุมนุม น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯได้อ่าน “ประกาศกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฉบับที่ 1” ซึ่งระบุข้อเรียกร้อง 10 ข้อให้มีการแก้ปัญหา ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์