เนเธอร์แลนด์พังเพราะเสรีภาพบ้าคล้่ง?!? ม็อบต้านเคอร์ฟิวป้องกันโควิดลามเป็นจลาจลปล้นสะดม เผาบ้านเมืองเดือด ทางการหวั่นขยายเป็นสงครามกลางเมือง

1355

สิทธิเสรีภาพทำพิษ ในประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีความเจริญทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจของโลก อย่างเนเธอร์แลนด์ ทั้งๆที่โควิดกลายพันธ์บุกหนัก แต่เกิดม็อบประท้วงต้านเคอร์ฟิว 3 วันแล้วยังไม่สงบ ความไม่พอใจขยายลามเป็นก่อจลาจลปล้นสะดมเผาร้านค้า ม็อบเกิดปะทะเดือดกับตำรวจมีบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ผู้ประท้วงโดนจับกุมกว่า 300คน ขณะทั่วประเทศติดเชื้อโควิดเกือบ 1 ล้านราย เสียชีวิต 13,540 คน เจ้าหน้าที่โอดรุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปีหากเป็นแบบนี้ต่อไปไม่พ้นสงครามกลางเมือง

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในเนเธอร์แลนด์ เนื่องจากประชาชนจำนวนหนึ่งไม่น้อยกว่า 10 เมือง ในหลายเมืองใหญ่ได้รวมตัวประท้วง หลังจากรัฐบาลประกาศใช้ มาตรการเคอร์ฟิว เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดในอังกฤษ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา

มาตรการเคอร์ฟิวดังกล่าว มีข้อบังคับห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00-04.30 น. ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 76 ปี นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่2 สิ้นสุดลง นอกจากนี้ทางการได้มีระวางโทษปรับผู้ละเมิดข้อบังคับ โดยจะเริ่มต้นปรับที่ 95 ยูโร หรือกว่า 3,400 บาทโดยมีผลบังคับถึงวันที่ 10 ก.พ.2564  ทางการมีข้อยกเว้นให้สำหรับ ผู้ที่ต้องทำงานหรือผู้ที่เดินทางกลับจากงานศพซึ่งต้องมีใบอนุญาตมาแสดงด้วย

การประท้วงครั้งนี้ ถือเป็นการละเมิดคำสั่งห้ามรวมตัวในที่สาธารณะ จัดขึ้นโดยกลุ่มเจ้าของร้านอาหารที่ไม่พอใจมาตรการปิดเมืองของรัฐบาล โดยตำรวจได้เข้าควบคุมตัวผู้ประท้วงแล้วประมาณ 240 คน เนื่องจากเกิดการขว้างปาก้อนหินและพลุเข้าใส่ตำรวจระหว่างการเผชิญหน้า

นอกจากนี้ยังมีรายงานเกิดเหตุรุนแรงในอีกหลายเมืองทั่วประเทศเช่นที่กรุงเฮก, เมืองเบรดา, อาร์เนม, ติลบืร์ก, เอนส์เคอเด, อาเปลดูร์น, เวนโล และรูเรอมอนด์ มีรายงานว่ามีการจุดไฟขึ้นเผาสิ่งของบนท้องถนนในกรุงเฮก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามที่จะเคลื่อนย้ายกลุ่มคนที่ขว้างปาหินและพลุไฟใส่ตำรวจ ตำรวจระบุว่าเป็นเหตุรุนแรงที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 40 ปี

นายกรัฐมนตรีมาร์ค รุตต์ ของเนเธอแลนด์ออกมาประณามการก่อเหตุประท้วงดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการก่อความรุนแรงโดยอาชญากร

เหตุการณ์จลาจลเกิดขึ้นมาเป็นวันที่ 3 ของการบังคับใช้เคอร์ฟิวทั่วประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโรคโควิด-19 ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในเนเธอร์แลนด์แล้ว 13,540 คน จากผู้ติดเชื้อ 948,933 คน นายกรัฐมนตรีมาร์ค รุตเตอ กล่าวว่า การบังคับใช้เคอร์ฟิวมีความจำเป็นต่อการลดจำนวนผู้ติดเชื้อ

สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของเนเธอร์แลนด์รายงานว่า มีการวางกำลังตำรวจปราบจลาจลในอย่างน้อย 10 เมือง สารวัตรทหารเปิดเผยทางทวิตเตอร์เมื่อคืนวันอาทิตย์ว่าได้ออกปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนตำรวจท้องที่ในอย่างน้อย 2 เมืองทางภาคใต้

มีภาพข่าวของทีวีดัตช์เผยให้เห็นกลุ่มวัยรุ่นออกปล้นสะดมร้านค้า โยนรถจักรยานหลายคันเข้ากองเพลิงในเมืองไอน์โฮเวน สถานีโทรทัศน์โอมรูปบราบันต์กล่าวว่า ตำรวจที่นี่ใช้แก๊สน้ำตาสลายฝูงชนที่มีกันหลายร้อยคน มีรถยนต์หลายคันโดนวางเพลิง และร้านค้าหลายร้านที่สถานีรถไฟกลางโดนปล้นสะดมเช่นกัน จอห์น จอร์ริตส์มา นายกเทศมนตรีไอน์โฮเวน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หาเนเธอร์แลนด์ยังเดินไปตามเส้นทางนี้ เขาคิดว่าเรากำลังมุ่งหน้าสู่สงครามกลางเมืองแน่นอน