สามกีบโจมตีกลุ่มอาจารย์ยึดงานศิลปะ แท้จริงแล้วนศ.เตรียมโชว์ผลงานสะเทือน มช. จาบจ้วงร้ายแรง

3074

จากประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของคนในสังคมขณะนี้ กรณีเกิดดราม่าอาจารย์คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ออกมาตอบโต้แทนลูกศิษย์ หลังนักศึกษาถูกเก็บผลงานลงถุงดำ กลายเป็นเรื่องถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลฯ ติดเทรนทวิตเตอร์

โดยในโลกโซเชียลฯ มีการพูดถึงดราม่าคณบดีและผู้บริหารคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าไปรื้อเก็บงานศิลปะจัดวางของนักศึกษากลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายศพที่ถูกห่อด้วยผ้าขาวมีเชือกพันธนาการตามร่างกาย (งานศิลปะจัดวาง (installation art)) ของนักศึกษากลุ่มหนึ่งลงในถุงขยะ

ก่อนที่ต่อมา อาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.ดร.ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้ามาช่วยพร้อมกับวลีเด็ดที่ปล่อยออกมาใส่ผู้บริหารคณะว่า “ศิลปะไม่เป็นเจ้านายใคร และศิลปะไม่เป็นขี้ข้าใคร” และกล่าวว่า “เป็นอาจารย์เหมือนกันใช่ไหม รักศิลปะไหม รักเคารพในมนุษย์ไหม ศิลปะไม่เป็นเจ้านายใคร และศิลปะไม่เป็นขี้ข้าใคร ขู่เข็ญนักศึกษากี่ทีแล้ว คุกคามการเรียนการสอนหรือเปล่า” ทัศนัย กล่าวกับกลุ่มผู้บริหารซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กของประชาคมมอชอ ก่อนที่จะมีการแชร์เรื่องราวดังกล่าว จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์

งานทั้งหมดของนักศึกษากลุ่มดังกล่าวถูกรื้อ และเก็บรวมใส่ถุงขยะสีดำขนขึ้นรถกระบะ โดยเจ้าหน้าที่พยายามจะขนย้ายงานทั้งหมดออกไป แต่กลุ่มนักศึกษาได้ออกมาห้ามปรามการขนย้าย เพราะเป็นงานของพวกเขาที่ต้องส่งอาจารย์และจัดแสดง แต่กลุ่มอาจารย์และบุคลากรไม่ยอม และยืนยันที่จะขนย้าย ขณะที่คณบดีจะขับรถส่วนตัวออกจากที่เกิดเหตุ นักศึกษาคนหนึ่งถึงกับต้องลงไปนอนขวางหน้ารถไม่ให้ขนย้ายข้าวของออกไป ตามภาพที่ปรากฏในโลกโซเชียลฯ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ซึ่งทำให้เหตุการณ์เหล่านี้ที่ถูกถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊ก กลายเป็นกระแสอย่างรวดเร็วมีผู้คนเข้ามาติดตามชม และแชร์เรื่องราวนี้ออกไปอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์การกระทำดังกล่าว ว่ามีเรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไรเกิดขึ้น??

อย่างไรก็ตาม ต่อมา ทางผู้บริหารได้ขอโทษและบอกว่าเป็นความเข้าใจผิดเพราะนึกว่าขยะ สุดท้ายฝ่ายผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ยอมที่จะขนงานลงจากรถให้คืนนักศึกษา และกล่าวว่าจะออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุการณ์ในภายหลัง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด บนเฟซบุ๊ก “Udom Wanjing” โพสต์ข้อความว่า ขออณุาตใช้พื้นที่นี้เพื่อชี้แจงแทน รศ.อัศวิณีย์ หวานจริง ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากสื่อมวลชนหลายชนิด ที่ไม่มีจรรยาบรร ใช้ข้อมูลด้านเดียว มาได้กลั่นกรอง นำไปเผยแพร่ จนเกิดความเข้าใจผิดในสังคม และเกิดความเสียหายต่อวงศ์ตระกูลเป็นอย่างมาก

เมื่อวานตอนเย็น รศ.อัศวิณีย์ได้เข้าไปหอศิลป์มหาลัยในฐานะคณะบดีวิจิตรศิลป์ เพื่อดูความพร้อมของสถานที่ เตรียมรับผลงานแสดงวิทยานิพนธ์ของต่างสถาบัน ที่มาขอใช้พื้นที่แสดงงาน แต่กลับไปเจอกับสิ่งของที่ทำขึ้นเพื่อเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองจำนวนหนึ่ง มาวางอยู่ในบริเวรพื้นที่หอศิลป์โดยไม่ได้รับอณุญาต เธอได้ให้เจ้าหน้าที่ย้ายออกไปเก็บไว้อีกที่หนึ่ง จึงถูกนักศึกษาที่ไม่ได้เรียนที่คณะวิจิตรศิลป์จำนวนหนึ่ง เข้ามาต่อว่าและนำเรื่องไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่  ทางมหาวิทยาลัยยังโทรมาชื่นชมและให้กำลังใจ ที่ได้ช่วยเหลือมหาวิทยาลัยด้วยการทำตามหน้าที่ ของผู้ดูแลสถานที่ เพราะ ช่วงเย็นของเมื่อวาน กำลังจะมีขบวนเสด็จที่เชียงใหม่  เธอจึงต้องทำตามหน้าที่เพื่อความเรียบร้อย ไม่ได้มีเจตนาขัดขวางกิจกรรมการเมือง ถ้าไม่ทำก็อาจจะโดนตำหนิว่าละเลยหน้าที่ หรืออาจเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นในมหาลัยก็เป็นได้

แต่ในความเป็นจริงการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องใด ๆ ก็ตาม ควรจะมีแผนการและหลักปฏิบัติที่ชัดเจนในการดำเนินการ ถ้ามีอาจารย์เป็นผู้นำก็ต้องกล้าออกมาลุยกับนักศึกษาด้วยครับ เพราะสมัยผมเรียนมหาลัย เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ อาจารย์ของผมยังเป็นผู้นำนักศึกษา ลุยไปประชิดแนวรั้วของเจ้าหน้าที่เลยครับ ขอเถอะอย่าเอาอณาคตของเด็กและความหวังของพ่อแม่ มาเป็นด่านหน้าเรียกร้องเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอีกเลยครับ

ในความเข้าใจอันน้อยนิดของผม ศิลปะควรเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อจรรโลงโลกและสร้างสรรค์สังคม ไม่ว่าจะด้านบวกหรือด้านลบ ศิลปะต้องไม่เป็นมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม สำคัญที่สุดศิลปะควรเกิดจากความบริสุทธิ์ใจของผู้สร้าง ที่ตกผลึกในความคิดและจินตนาการ ไม่มีการชี้นำ ไม่ถูกกดดัน เพื่อให้ร้ายใครก็ตาม ที่เค้าไม่มีโอกาศออกมาแก้ต่างเพื่อ ความบริสุทธิ์ของตนเองและวงศ์ตระกูลครับ #เราเลยยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมมาไกลมากแล้ว จำเป็นจะต้องเข้ายุคสู่ยุค “ปฏิวัติจริยธรรมอย่างจริงจังได้แล้วล่ะครับ”