หมอสลดใจ ‘เราเห็นคนจากไปเร็วกว่าเมื่อก่อน’?!?พบส่วนใหญ่กว่า 80%ไม่ได้ฉีดวัคซีน ผู้เชี่ยวชาญชี้ไม่นานป่วยเพิ่ม วิกฤติขาดเตียง แพทย์พยาบาล

959

สหรัฐฯล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายของปธน.โจ ไบเดน ในการฉีดวัคซีน 70% ให้ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันภายในวันประกาศอิสรภาพ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา กว่าหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ผู้ใหญ่ประมาณ 67.7% ในสหรัฐอเมริกาได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และเกือบ 59% ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนตามข้อมูลของ CDC แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้เป็นไปดังหวัง เมื่อพบว่า การระบาดโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าได้คุกคามชีวิตคนอเมริกันอย่างทวีคูณ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยเป็นกลุ่มที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน แต่ก็ไม่เว้นคนที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสก็มีการป่วยติดเชื้อโควิด สายพันธุ์เดลต้า  แพทย์และผู้เชี่ยวชาญต่างวิตกสภาวะที่ 45 รัฐมีผู้ป่วยเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว และผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตมีอายุน้อยลง สวนทางช่วงระบาดระยะต้นที่คนเสียชีวิต ส่วนใหญ่สูงอายุและมีโรคประจำตัว หากเป็นเช่นนี้โดยยังไม่มีการจัดการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว อเมริกาจะประสบปัญหาวิกฤติสาธารณสุข ขาดเตียง ขาดแพทย์และพยาบาลอย่างแน่นอน

ดร.เซอร์จิโอ เซเกอร์รา(Dr. Sergio Segarra) หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ของ Baptist Health’s Baptist Hospital ในเมืองไมอามีกล่าวว่า เมื่อตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลที่เขาทำงานลดลงต่ำกว่า 20 คน เมื่อเดือนที่แล้ว เขาเริ่มรู้สึกมองโลกในแง่ดีว่าทุกอย่างกำลังคลี่คลาย

เขากล่าวว่า “ฉันจำได้ว่าเห็นบทความในข่าวเกี่ยวกับโรงพยาบาลในแคลิฟอร์เนียที่มีหน่วยผู้ป่วยโควิดว่างเปล่า และฉันก็รู้สึกยินดีกับข่าวนั้น แต่วันนี้มันเป็นประสบการณ์ที่เรากำลังดำเนินไปสู่จุดเปลี่ยนที่น่าเศร้า”

หลายสัปดาห์นับแต่นั้นมา จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ของโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรักษาผู้ป่วยมากกว่า 70 คน ซึ่งเป็น “การเติบโตแบบทวีคูณ” แพทย์ต่างไม่คาดคิด ว่าจะต้องรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น 

ผู้ที่ป่วยส่วนใหญ่จำนวนมากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหลายคนอายุยังน้อย คนในวัย 20 และ 30 ปี กำลัง “ป่วยหนักมาก” และบางคนกำลังจะเสียชีวิต

ข้อมูลของรัฐระบุว่าประมาณ 45% ของผู้คนในฟลอริดาได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน อัตราการฉีดวัคซีนที่ต่ำ พร้อมด้วยตัวแปรของโคโรนาไวรัส สายพันธุ์เดลต้าเป็นอันตรายซึ่งขณะนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกา

“เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เห็นว่า ตนเองเป็นมืออาชีพด้านการดูแลสุขภาพที่เห็นว่าโรคนี้โดยทั่วไปเป็นโรคที่หลีกเลี่ยงได้และป้องกันได้ แต่ต้องมาเห็นผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตจากความเจ็บป่วยที่ป้องกันได้” หมอเซเกอร์รากล่าวว่า “มันน่าสลดใจ”

ฟลอริดาและมิสซูรี ที่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดอย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ และผู้ป่วยอายุน้อยมีพื้นฐานสุขภาพดีกลับติดเชื้อโควิดมากขึ้น

โรงพยาบาลเท็กซัสเคาน์ตี้เมมโมเรียลในฮูสตัน มลรัฐมิสซูรี  เฮลาเนีย วูล์ฟ โฆษกโรงพยาบาลกล่าวว่า มากกว่า 23% ของประชากรในเคาน์ตีได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อยหนึ่งโดส และเคาน์ตีซึ่งขณะนี้ถูกระบุว่ามีความเสี่ยง “สูงมาก” เห็นอัตราการทดสอบในเชิงบวกเพิ่มขึ้นจาก 9.5% ในสัปดาห์ที่แล้วเป็นมากกว่า 30% ในสัปดาห์นี้ 

ลอเรน โทมัน ผู้อำนวยการฝ่ายดูแลระบบทางเดินหายใจของโรงพยาบาลกล่าวว่าในช่วงก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยมักจะแก่กว่าและมีอาการป่วยอยู่ก่อนแล้ว ผู้ป่วยตอนนี้อายุน้อยกว่าและมีสุขภาพดีโดยพื้นฐาน “อาการทรุดลงเร็วมาก และแม้กระทั่งหลังจากการใส่ท่อช่วยหายใจ เราก็จะเห็นพวกเขามีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว และน่าเสียใจที่เราเห็นผู้คนเสียชีวิตไปเร็วกว่าเมื่อก่อน” โทมัน กล่าว

เอริค เฟรดเดอริค(Erik Frederick) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ธุรการของเมอร์ซี ฮอสพิทัล สปริงฟิลด์ (Mercy Hospital Springfield) ที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งชั่วโมงครึ่งบอกว่าพวกเขาเห็นจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น “ในอัตราที่แทบไม่น่าเชื่อ”

โรงพยาบาลได้เพิ่มผู้ป่วยโควิด-19 จาก 26 รายในวันที่ 1 มิ.ย.เป็นมากกว่า 130 รายในวันเสาร์ที่ 10 ก.ค. คือในระยะ 39 วันซึ่งสูงกว่าที่เคยเป็นมา  เฟรเดอริคกล่าวว่า “ปีที่แล้ว เราประเมินถึง 4 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ถึงจุดสูงสุดในวันที่ 28 ธ.ค. 2563 ผู้ป่วยเพิ่มจาก 24 เป็น 113 ” พบว่าในชุมชนที่อัตราการฉีดวัคซีนต่ำมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ตามข้อมูลของรัฐฯผู้อยู่อาศัยประมาณ40% ในรัฐมิสซูรีได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว แต่บางแห่งที่โรงพยาบาลให้บริการยังฉีดวัคซีนไม่ถึง 20% 

ผู้ป่วยประมาณ 91% ในหออภิบาลผู้ป่วยหนักใช้เครื่องช่วยหายใจ เป็นผู้ป่วยอายุน้อยในวัย 20, 30 และ 40 ปีด้วย

ดร.โธมัส ดอบส์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐมิสซิสซิปปี้ กล่าวบน Twitter ว่าแทบทุกกรณีในรัฐป่วยช่วงนี้เกี่ยวข้องกับตัวแปรโควิดสายพันธุ์เดลต้า “ส่วนใหญ่” ของผู้ป่วย เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และเสียชีวิต อยู่ในกลุ่มชาวอเมริกันที่ไม่ได้รับวัคซีน

ขณะที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสำหรับชาวอเมริกันที่ได้รับการฉีดวัคซีนเช่นกัน ดร.สตีเฟน สติทส์ (Dr. Steven Stites) หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์กล่าวว่า “ในแคนซัส ระบบสุขภาพของมหาวิทยาลัยแคนซัสได้บันทึกผู้ป่วยโควิด-19 เพียงสองหรือสามรายในไม่กี่วันก่อนเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ตอนนี้กำลังรักษาผู้ป่วยมากกว่า36 รายที่ผู้ป่วยใหม่มากกว่า 80% ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน อีก 20% ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม เขากล่าวว่า “เมื่อคุณเจาะลึกผู้ป่วยเหล่านั้น สิ่งที่คุณเห็นก็คือการฉีดวัคซีนไม่ใช่บัตร ‘ออกจากคุกฟรี’ ทั้งหมด มันทำให้สิ่งต่างๆดีขึ้นมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้เชื้อโรคมันหายไป”

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าแม้ว่าวัคซีนจะมีประสิทธิภาพมาก แต่ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ และชาวอเมริกันที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนแล้วควรพิจารณาระดับการแพร่เชื้อและประเภทของสภาพแวดล้อมที่พวกเขาจะได้รับ เมื่อตัดสินใจว่าจะสวมหน้ากากหรือไม่ และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคได้บอกว่าคนที่ภูมิคุ้มกันหรือผู้ที่มีความเจ็บป่วยเรื้อรัง ควรปรึกษากับแพทย์ของพวกเขาก่อนที่จะไม่สวมหน้ากากในเมืองมิสซิสซิปปี้ ดอบส์กล่าวในทวิตเตอร์ว่า 7% ของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในรัฐนั้นอยู่ในกลุ่มคนที่ได้รับวัคซีน และเรียกตัวเลขนั้นว่า “น่าเป็นห่วง”

 

จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นครั้งล่าสุดเกิดขึ้นต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่เหนื่อยล้าและบอบช้ำจากการต่อสู้กับไวรัสที่กินเวลายาวนานกว่าหนึ่งปี จำนวนคนป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากงานเฉลิมฉลองวันชาติ วันที่ 4 ก.ค.และการรวมตัวทำกิจกรรมช่วงฤดูร้อนที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งจะทำให้ “โรงพยาบาลทุกแห่งในรัฐมิสซูรี”รับมือไม่ไหว ปัญหาเรื่องบุคคลากรทางการแพทย์และเตียงแออัดจนถึงไม่พอก็จะตามมา

หมอเซเกอร์รากล่าวย้ำว่า “เรากำลังรับมือกับสถานการณ์ด้านสาธารณสุขที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย  ดังนั้นเราต้องไม่เห็นแก่ตัว” “ดังนั้น หากใครลังเลว่าจะฉีดวัคซีนหรือไม่ ขอให้คิดถึงสิ่งดีๆ ที่คุณจะนำมาสู่สังคม สู่ชุมชนของคุณ เพราะวัคซีนไม่เพียงแต่ป้องกันคุณจากการเจ็บป่วย แต่ยังทำให้คุณไม่สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ด้วย