เพจดังตั้งคำถาม ชวนสงสัย เหตุใด “เศรษฐีฟินแลนด์” เข้าถือหุ้น “ครอบครัวพิธา”

2488

เหมือนมีกลิ่นแปลกๆ!! เพจดังตั้งคำถาม ชวนสงสัย เหตุใด “เศรษฐีฟินแลนด์” เข้าถือหุ้น “ครอบครัวพิธา” ทั้งที่ขาดทุนมหาศาล!!

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.63 ทางด้านของ เพจสาธารณะชื่อ “ไม่น่าจะมีคนอ่าน” ได้โพสต์เรื่องความผิดปกติกลิ่นแปลกๆ ที่เรียกได้ว่าน่าสนใจมากๆ ที่มีเศรษฐีวิสัยทัศไกลจากฟินแลนด์ เข้ามาถือหุ้นบริษัททำน้ำมันรำข้าว ซึ่งเป็นของครอบครัว “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ทั้งที่ขาดทุนต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่ ปี 59-61 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงนัยที่แปลก และน่าสนใจ โดยทางเพจได้โพสต์ตั้งคำถามดังต่อไปนี้

เศรษฐีบิทคอยน์มาทำอะไรที่บริษัทน้ำมันรำข้าว
ของบ้าน ส.ส ทิม พิธา พรรคก้าวไกล
เรื่องยาวพอสมควร ใครขี้เกียจอ่านดูแต่รูปก็ได้
——–

ความเข้าใจก่อนอ่าน
* บริษัททำน้ำมันรำข้าว จดทะเบียนชื่อ บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ออยล์ฟอร์ไลฟ์ จำกัด คงเปลี่ยนไม่นาน ปีที่แล้วยังชื่อเดิมอยู่ ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ดูจากเลขทะเบียนนิติบุคคล)แต่ผมขอใช้คำว่าบริษัทน้ำมันรำข้าวในทึ่นึ้นะครับ

* หลังจากบิดา พิธา เสียชีวิต บ้านพิธาไม่ได้ถือหุ้นโดยตรง แต่ถือผ่าน บริษัท พรพนา พาณิช จำกัด ซึ่งมีชื่อพิธา

*พิธา ได้เป็นกรรมการบริษัท 4ต.ค.2549 ถึง 6 มี.ค. 2560
*บริษัทเริ่มต้นกิจการผลิต OEM รับจ้างผลิตและส่งออก มีช่วงหนึ่งเคยขายเป็นขวดตามท้องตลาดยี่ห้อTIMS ระยะหนึ่งแต่คิดว่าคงแทบไม่เคยเห็นเท่าไรไม่แน่ใจว่ายังขายหรือไม่ มีอาหารเสริมบ้าง กับขนมบ้าง
——————-

เริ่ม
เรื่องนี้ดองไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่วันนี้อยากเล่า
ตอนนี้หลายคน คงทราบแล้วว่า บริษัทน้ำมันน้ำมันรำข้าวแห่งนี้ ตามข้อมูลใน กรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ขาดทุนต่อเนื่อง 3ปีตั้งแต่ปี 59 – 61 (อ้างอิง 1️)

ซึ่งในช่วงที่กำลังดูงบการเงิน ผมก็ดูรายชื่อกรรมการบริษัท และสังเกตได้ว่า รายชื่อเปลี่ยนไปพอสมควรจากจนถึงปี60 ตามข้อมูลของสำนักข่าว อิศรา ที่มีรายชื่อกรรมการเป็นคนไทย 9คน (อ้างอิง2️)
ดังนั้น เมื่อดูรายชื่อกรรมการบริษัทในปัจจุบัน ก็พบว่าเหลือแค่ 3คน ซึ่งมีรายชื่อหนึ่งสะดุดตา คือ
“นายอาร์นี่ โอตะวะ ซาริมา”
ที่สะดุดตาเพราะผมรู้ว่า บริษัทน้ำมันรำข้าวร่วมทุนกับญี่ปุ่นในช่วงแรก ซึ่งภายหลังมาถอนหุ้นออกไป ดังนั้น นายอาร์นี่คือใคร

เมื่อทำการสืบค้นต่อ ได้พบว่า นาย Aarni Otava Saarimaa คือคน ๆเดียวกับที่เป็นข่าวในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2561 ในเรื่องของชาวต่างชาติถูกโกงบิทคอยน์ ซึ่งนายอาร์นี่ ชาวฟินแลนด์ คือ ผู้เสียหายที่มาแจ้งความโดยย่อคือ ถูกหลอกให้ซืัอหุ้นหรือเงินดิจิตอล โดยให้นาย อาร์นี่โอน เงินบิทคอยน์ รายละเอียดประเด็นนี้ยาวจะวางลิ้งค์ไว้ให้ที่ด้านล่าง (อ้างอิง 3️)
********

แต่เรื่องที่น่าสงสัยคือ แล้วทำไมนาย อาร์นี่ต้องมาเลือก บริษัท น้ำมันรำข้าว ของบ้าน พิธา ที่ขาดทุน มาสามปีเป็นเรื่องที่ผิดวิสัยของการลงทุนหรือไม่ โดยเฉพาะ นาย อาร์นี่ไม่น่าจะต้องการ เข้ามาบริหารองค์กร แต่ต้องการเข้ามาลงทุน เพื่อแลกเปลี่ยนเงินบิทคอยด์ให้เป็นเงินจริง
แล้วที่นายอาร์นี่ต้องมาไทยเพราะ ส่วนหนึ่งเพราะเขาไม่เคยได้รับเงินปันผล ในบริษัทที่เขาคิดว่าตัวเองมีหุ้น ซึ่งมันดูย้อนแย้งกับที่เขามาลงทุนในบริษัทน้ำมันรำข้าว
*********

สิ่งที่น่าแปลกใจอย่างต่อมาคือ
รายชื่อนายอาร์นี่เป็นกรรมการ บริษัทแต่สัดส่วนผู้ถือหุ้นที่เป็นชาวต่างชาติของกรมพัฒนาการค้า กลับเป็นสิงคโปร์ไม่ใช่ชาวฟินแลนด์

ข้อมูลนี้ต้องไปตรวจ บอจ.5 ว่า สิงคโปร์ที่ว่า เป็น บุคคล หรือ นิติบุคคล และ ถ้าเป็นนิติบุคคลคือใคร เรื่องนี้ต้องให้ขอคัดสำเนาจากกรม ซึ่ง ผมทำไม่เป็นนะ ถ้าใครจะไปสืบค้นต่อก็ได้
คือถ้าเป็นแบบที่ว่าจริง ก็จะมีข้อสงสัยเพิ่มอีกแล้วทำไมในอาร์นี่ไม่เข้าไปถือหุ้นโดยตรงเหมือนกันบริษัทอื่นที่เช่นที่เคยถูกหลอก

และยิ่งไปกว่านั้น สัดส่วนของการถือหุ้นของชาวต่างชาติ นั้นเกือบ ครึ่งหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาจะประมาณแค่หนึ่งในสามเท่านั้นตามข้อมูลของกรมพัฒนาการค้า ปี 64 (อ้างอิง 1️)
ไทย 5แสนหุ้น มูลค่า 50ล้านบาท
สิงคโปร์ 4.8แสนหุ้น มูลค่า 48 ล้านบาท

มาถึงตรงนี้ เชื่อว่ามีคนจะบอกว่าแล้วมันยังไง เพราะก็แค่เป็นเรื่อง ชาวต่างชาติมาลงทุน อาจจะแปลกหน่อยที่ใช้เงินบิทคอยด์ซื้อหุ้น ซึ่งก็อาจจะคิดแบบนั้นเพียงแต่ทุกอย่างเหมือนจะเป็นเครื่องบังเอิญดังนี้

1.บังเอิญว่าสิงคโปร์ นั้น เป็นประเทศหนึ่งที่ได้ชื่อเกี่ยวกับการปกปิดความลับทางการเงิน หรือเป็นสวรรค์ของคนฟอกเงิน ซึ่ง financial secrecy index 2020 หรือดัชนีความลับทางการเงิน ให้สิงคโปร์ เป็นอันดับที่ 5 ของโลก (อ้างอิง 4️)

2.บังเอิญว่า มีข่าวแปลโดยเวบไซต์ siamblockchain.com ปี 61 รายงานว่า ฟินแลนด์พบผู้ที่ยังไม่ ยืนยันรายได้จากคริปโตจำนวนมาก โดยรายได้จากบิทคอยน์จะเสียภาษีถึงร้อยละ 30-34 ถือเป็น capital income เช่นเดียวกับเงิน ปันผล หรือรายได้อื่น ๆ ถ้าไม่แจ้งจะโดนข้อหาหนีภาษี (อ้างอิง 5️) (ไทยนั้นเก็บภาษีคริบโตฯอยู่ที่ร้อยละ 15:แอดมิน)

3.บังเอิญว่าจริง ๆคือ นายอาร์นี่มาลงทุนในไทยทำไม โดยข้อมูลจากเวบไซต์ hoonsmart.com ว่าสาเหตุเพราะลงทุนในฟินแลนด์จะเสียภาษี 49.5% (ตรงนี้น่าหมายถึงภาษีบุคคลธรรมดา : แอดมิน )หรือก็คือลงทุนในไทยเสียภาษีน้อยกว่า โดยใช้เหรียญบิทคอยน์แลกเป็นหุ้นต่างไปในบริษัทหรือพื้นเพเดิมเขาก็มีความกังวลเรื่องภาษีอยู่แล้ว (อ้างอิง6️)

สุดท้ายผมไม่ได้ฟันธงว่าคุณอาร์นี่ ทำการซุกเงิน ฟอกเงิน เขาอาจจะทำทุกอย่างได้ถูกต้องแต่ในสิ่งที่้ค้นหามาตั้งแต่ความผิดปกติในการตัดสินใจลงทุนที่แปลก ตลาดจนเมื่อจิ๊กซอว์ต่าง ๆเข้ามารวมกัน คุณคิดว่า เรื่องนี้แปลกหรือไม่

– มีคนฟินแลนด์มาลงทุน ในบริษัทที่กำลังขาดทุน
– แต่รายชื่อผู้ถึงหุ้นเป็นสิงคโปร์
– สิงคโปร์ ชื่อนี้คือ สวรรค์ของแหล่งซุกเงินฟอกเงิน
– ฟินแลนด์เก็บภาษีทั้งรายได้บุคคลและคริบโตในอัตราสูงกว่าไทย และคนที่มาลงทุนก็ไม่อยากเสียภาษีแพงอยู่แล้ว
– ตกลงว่า บริษัทน้ำมันรำข้าว บ้านพิธายังคงถือเป็น บริษัทน้ำมันรำข้าวจริงๆ หรือไม่ แล้วทำไมต้องเปลี่ยนชื่อ รู้ไหมว่า มันหาลำบาก

ตอนนี้รู้สึกได้ถึงเรือยอร์ช นิด ๆต่างกันแค่สลับเรื่องราวกันเท่านั้น

หวังลมแล้ง ๆ ว่าจะมีใครไปตรวจสอบเรื่องนี้ในเมื่อเป็นบุคคลสาธารณะ แม้จะลาออกมาแล้วแต่ก็ยังถือเป็นธุรกิจทึ่เกี่ยวข้องกับครอบครัว ย่อมต้องถูกสงสัยได้ใช่หรือไม่ ?
จบจ้า
———–

อ้างอิง
1️.กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (บริการออนไลน์ /คลังข้อมูลธุรกิจ)
https://datawarehouse.dbd.go.th/
ค้นหา
ชื่อนิติบุคคล : บริษัท ออยล์ฟอร์ไลฟ์ จำกัด
ข้อมูล ณ วันที่ 23 ม.ค. 64
เลขทะเบียนนิติบุคคล : 0105548133372
————–
2️.สำนักข่าวอิศรา
บ.น้ำมันรำข้าว‘พิธา’! กก.ร่วม‘เครือญาติ’ รายได้สูงสุด 1,040 ล. – ขาดทุนฮวบปี 59
https://www.isranews.org/israne…/78957-report01-78957.html
—————-
3️.สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ
เปิด 3 ขั้นตอนโกง ‘บิทคอยน์’ 797 ล้านบาท
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/810106
————
4️.สำนักข่าว TNT
เปิดแหล่ง “ฟอกเงิน” ใหญ่ที่สุดในโลก

———-
5️.เว็บไซต์ siamblockchain (ข่าว พ.ศ.2561)
รัฐบาลฟินแลนด์พบ ผู้ที่ยังไม่ยืนยันรายได้จากคริปโตเป็นจำนวนมาก
https://siamblockchain.com/…/finland-gov-found-a-lot…/
————
6️.เวบไซต์ HoonSmart
ตั้งคำถาม ทำไม “อาร์นี” จากฟินแลนด์บินมาขายบิทคอยน์ในไทย ??

ตั้งคำถาม ทำไม “อาร์นี” จากฟินแลนด์บินมาขายบิทคอยน์ในไทย ??