จตุพรบุกปอท.เอาผิดอันธพาลโซเชียลกราวรูด 200 คดี ตัดต่อภาพอวยบิ๊กตู่ ปลอมแบนเนอร์สถาบันทิศทางไทย

1801

จากกรณีที่ทางสถาบันทิศทางไทย ได้มีการนำเสนอข่าวสาร เกาะติดสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา และได้มีการผลิตแบนเนอร์เพื่อเผยแพร่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารให้กับพี่น้องประชาชนได้ติดตามสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

ตามที่มีผู้ไม่หวังดีได้มีการเผยแพร่แบนเนอร์ที่อ้างว่าผลิตโดยสถาบันทิศทางไทย โดยมีเนื้อหาว่า พลเอกประยุทธ์ คือรัฐบุรุษของประเทศไทย และไม่เคยคิดหนีคดีเหมือนทักษิณ ชินวัตร โดยใส่เครดิตว่าเป็นคำพูดของนาย จตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งข้อสังเกตในเรื่องของวันที่ โดยลงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ทางผู้ไม่หวังดีที่ได้มีการดัดแปลงแบนเนอร์ดังกล่าว อาจจะเป็นการโจมตีความน่าเชื่อถือขององค์กรในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร

และยังมีการเผยแพร่แบนเนอร์ปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยแบนเนอร์ระบุว่า จะอยู่อย่างจงรัก จะตายอย่างภักดี ชีวิตขอยอมพลี เพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญ “มาตรา 112” ซึ่งใส่เครดิตว่า นาย จตุพร พรหมพันธุ์ ลงวันที่ 1 มกราคม 2564 ในรายการ TOP TV

ดังนั้น ทางสถาบันทิศทางไทย จะเตรียมการแจ้งดำเนินคดีของผู้ไม่หวังดีที่ผลิตแบนเนอร์ดังกล่าวขึ้นมา ในข้อหา พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และขอชี้แจงว่า แบนเนอร์ดังกล่าว ไม่ได้ผลิตโดยสถาบันทิศทางไทย แน่นอนว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการไม่หวังดีต่อองค์กร และขอให้ยุติการกระทำดังกล่าว เพราะได้สร้างความสับสนให้แก่ประชาชน

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ล่าสุดวันนี้ (7 มกราคม 2564) ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายจตุพร พร้อมทีมทนายความ เข้าพบ ร.ต.อ.หญิง กรฉัตร มาตรศรี รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ให้เอาผิดผู้โพสต์ข้อความเท็จและตัดต่อภาพเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กร่วม 200 คดี ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อตนเองจนเกิดความเข้าใจผิดในสังคม

นายจตุพรกล่าวว่า เบื้องต้นได้นำโพสต์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่อ้างชื่อเพจสถาบันทิศทางไทย นำภาพตนสวมเสื้อสีเหลือง ตัดต่อข้อความระบุว่า “พลเอกประยุทธ์ คือรัฐบุรุษประเทศไทย และไม่เคยหนีคดีเหมือนทักษิณ ชินวัตร” ลงชื่อตนวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ก่อนที่เพจดังกล่าวจะโพสต์เตือนว่ามีผู้อ้างชื่อเพจนอกจากนี้ยังมีข้อความระบุว่าตนย้ายขั้วสลับข้างไปอยู่กับเผด็จการ รับจ๊อบทหาร รวมถึงภาพตัดต่อตนยืนคู่กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ยืนยันว่าทั้งชีวิตนี้ตนเคยเจอนายสนธิ ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และใต้ถุนศาลอาญาเท่านั้น โพสต์ทั้งหมดไม่เป็นความจริง และตนไม่เคยคิดที่จะทรยศพี่น้องที่ต่อสู้ร่วมกันมา

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา นายจตุพร ได้ออกมาจัดเฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk พร้อมทั้งกล่าวถึงทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานทนายเครือข่ายทนายคลายทุกข์ นำข่าวเท็จมาพูดว่า ตนจะไปจัดรายการที่ TOP TV รวมถึงถ่ายรูปกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นั้น โดยทั้งหมดที่พูดมาล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น ตนจึงฝากเตือนกันไว้