เด็กปลดแอกดูไว้ ?!? ต้นแบบประชาธิปไตยอเมริกา ที่เทิดทูนนัก ทำคนคลั่ง-ไร้สติ ไล่ล่าคนเห็นต่าง ไม่สนกฎหมาย พาสังคมมะกันล่มสลาย

1126

เมืองเคโนซามีสภาพบ้านป่าเมืองเถื่อนไปแล้ว ด้วยกระแสความโกรธแค้นของชาวเมืองที่เห็นภาพสุดช็อก ของเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาว ยิงจาค็อบ เบลคชายผิวสีวัย 29 ปีข้างหลังหลายนัด  ทำการประท้วง Black Lives’ Matter ขยายตัวขนาดใหญ่และโกรธแค้นมากขึ้น เกิดการทุบทำลายอาคาร เผาสถานธุรกิจของคนผิวสี และปะทะกับเจ้าหน้าที่ปราบจราจล จนไม่รุ้ใครเป็นใคร มีเสียงปืนยิงกราด คนวิ่งหนีสับสนอลหม่าน เป็นภาพที่คนไทยต้องตื่นรู้ ถึงผลร้ายของการยุยงปลุกปั่นความเกลียดชัง  ยึดสิทธิประชาธิปไตยของตนโดยไร้สติ ไม่มีขอบเขต ผลคือความล้มเหลวของรัฐ และวิกฤติชีวิต-สังคม

ความเคลื่อนไหวมีขึ้นหลังพวกผู้ประท้วงจุดไฟเผา ทุบกระจก และปะทะกับเจ้าหน้าที่ในชุดปราบจลาจลเมื่อคืนวันอาทิตย์ (23 ส.ค.) หลังเกิดกรณี จาค็อบ เบลค วัย 29 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส และกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล  ถูกตำรวจผิวขาวยิงเข้ากลางหลัง ตอนที่เขากำลังเอียงตัวขึ้นรถ SUV ของตนเอง และต่อหน้าลูกๆ ของเขา 3 คนที่นั่งอยู่ภายในรถยนต์ จากวีดิโอสุดช็อกที่ผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกเอาไว้ได

นายโทนี เอเวอร์ส ผู้ว่าการรัฐจากพรรคเดโมแครต เปิดเผยว่า สมาชิกกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ 125 นาย จะเข้าประจำการในเมืองเคโนชาในตอนกลางคืน ภายใต้หน้าที่รับผิดชอบคุ้มกันสาธารณูปโภคของเมือง และเพื่อสร้างความมั่นใจว่าเหล่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นๆ จะได้รับการปกป้อง ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ของเมืองยังได้ประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 20.00 น.เป็นต้นไป

ผู้ว่าการรัฐที่เผยว่าเขาไม่เห็นข้อมูลที่บ่งชี้ว่า เบลค มีมีดหรืออาวุธอื่นๆ แต่แจงว่าคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนของกระทรวงยุติธรรม โดยในเบื้องต้นตำรวจทั้ง 3 นายถูกสั่งให้ไปปฏิบัติงานที่อื่นเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นระเบียบปฏิบัติตามมาตรฐานในกรณีที่เกิดเหตุยิงกันโดยตำรวจ

เอเวอร์ส ประณามเหตุการณ์นี้โดยบอกว่าแม้ยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด “แต่ที่แน่นอนก็คือ เรารู้ว่าเขาไม่ใช่คำผิวสีคนแรกหรือบุคคลรายแรกที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ หรือถูกสังหารอย่างไร้ความปรานีโดยเงื้อมมือของผู้บังคับใช้กฎหมายในรัฐของเราหรือประเทศของเรา”

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

เหตุการณ์ที่ปะทุบานปลายเป็นความรุนแรงไร้สติ ไม่รุ้ใครเป็นใคร ได้เปลี่ยนเมืองเคโนชา ให้กลายเป็นจุดล่อแหลมล่าสุดของสถานการณ์ความไม่สงบทางสีผิว ทั้งเมืองยังอยู่ในระยะเคอร์ฟิว แต่ความโกรธเกรี้ยวยังไม่จบลง คาดไม่ได้ว่าจะสงบลงด้วยวิธีไหน

เบน ครัมป์ ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ตัวแทนของครอบครัวเบลค กล่าวว่า “เบลคเพียงแค่พยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง ในการเข้าแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาทภายในครอบครัว” พร้อมเผยว่าทางครอบครัวของเบลคเรียกร้องให้ผู้ประท้วงชุมนุมกันอย่างสันติ “พวกเขาไม่เชื่อว่าความรุนแรงจะเป็นทางออก”

จากบันทึกของศาลที่เผยแพร่ทางออนไลน์ พบว่าคณะอัยการของเมืองเคโนชา เคยตั้งข้อหาเบลคเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ฐานประทุษร้ายทางเพศ, บุกรุกและมีพฤติกรรมที่ยุ่งเหยิงเกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายร่างกายภายในครอบครัว ก่อนมีการอนุมัติหมายจับในวันต่อมา อย่างไรก็ตาม บันทึกดังกล่าวไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม และไม่ปรากฏชื่อทนายความของเบลค และไม่เป็นที่ชัดเจนว่าคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุถูกตำรวจจ่อยิงครั้งนี้หรือไม่

ครัมป์ ซึ่งเป็นตัวแทนของครอบครัว จอร์จ ฟลอยด์ และ บรีออนนา เทย์เลอร์ สองชาวผิวสีเป็นเหยื่อการใช้ความรุนแรงของตำรวจ เรียกพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ว่า “ไร้ความรับผิดชอบ, ขาดการไตร่ตรองและไม่มีความเป็นมนุษย์” พร้อมบอกว่า “น่าอัศจรรย์มากที่เขายังมีชีวิตอยู่”

สถานการณ์ความไม่สงบมีขึ้นตามมาหลังจากนั้น โดยภาพบนสื่อสังคมออนไลน์ พบเห็นบรรดาเพื่อนบ้านออกมารวมตัวบนท้องถนนและตะโกนด่าทอตำรวจ ส่วนคนอื่นๆ ขว้างปาวัตถุสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่และทุบทำลายรถตำรวจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตอบโต้ด้วยการยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่เพื่อสลายการชุมนุม

เหตุการณ์นี้สะท้อนการประท้วงอย่างกว้างขวางทั่วสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ต่อพฤติกรรมใช้ความรุนแรงป่าเถื่อนของตำรวจและความไม่เท่าเทียมทางผิวสี ตั้งแต่กรณีจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีที่ถูกตำรวจผิวขาว กดคอขณะจับกุมทำหายใจไม่ออกและเสียชีวิตในที่สุด บัดนี้ซ้ำเติมความเหี้ยมโหดของตำรวจผิวขาวต่อชายผิวสีอีกครั้ง ได้พัฒนาเป็นความสับสนอลหม่านโกรธแค้นเกลียดชัง ทำร้าย ทำลายข้าวของ และผู้คนไม่เลือกว่าใครเป็นใคร และได้เปลี่ยนเมืองเคโนชา ให้กลายเป็นจุดล่อแหลมล่าสุดของสถานการณ์ความไม่สงบทางสีผิว

สังคมไทย ประชาชนไทย เห็นภาพของอเมริกันชนในวันนี้ ย่อมเห็นแนวโน้มสังคมไทย ในมือของขบวนการนักศึกษา-ปัญญาชน-นักการเมืองที่กำลังปั่นกระแสความเกลียดชัง ความไร้เหตุผล โดยชูลัทธิประชาธิปไตยอันธพาลเป็นธงนำ แก่ลูกหลานของเรา โปรดอย่าลังเล รีบเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหากอนที่จะสาย

https://www.rt.com/usa/