ดร.อานนท์ ดูประวัตินิสิตจุฬา ถูกที่ฝึกงานส่งตัวกลับ! เตือนหมดอนาคตต้องปรับทัศนคติเป็นที่รังเกียจของนายจ้าง?

1990

ดร.อานนท์ ดูประวัตินิสิตจุฬา ถูกที่ฝึกงานส่งตัวกลับ! เตือนหมดอนาคตต้องปรับทัศนคติเป็นที่รังเกียจของนายจ้าง?

จากกรณีที่ในโลกโซเชียลฯ ได้มีการแชร์ภาพของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่เป็นนิสิตคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ภาพบันทึกข้อความของหน่วยจัดการศึกษา กลุ่มภารกิจวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา เรื่อง ขอแจ้งผลการพิจารณากรณีนิสิตถูกส่งตัวกลับจากสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพก่อนกำหนด อ้างถึงสำเนาหนังสือส่งตัวนิสิตกลับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของโรงแรม ลงวันที่ 22 ก.พ. 2565 ระบุว่า

ตามอ้างถึงบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโรงแรม ได้ส่งหนังสือขอส่งตัวนิสิตกลับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จำนวน 1 คน เนื่องจากนิสิตไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามระเบียบของสถานประกอบการ ในระหว่างการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และได้แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวกับทางผู้บริหารของโรงแรมฯ นั้น ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต ครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2565 ได้พิจารณาในกรณีดังกล่าวแล้ว มีความเห็นว่าด้วยเหตุแห่งการกระทำอันไม่เหมาะสมซึ่งขัดกับหน้าที่และความรับผิดชอบของนิสิตต่อสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ดังนี้

1. เคารพและปฏิบัติตามนโยบายของสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การไม่เห็นด้วยกับนโยบายอย่างหนึ่งอย่างใด ควรแสดงออกอย่างนักวิชาชีพ และไม่ขัดต่อระเบียบและกฎเกณฑ์ของสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

2. ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพอย่างเคร่งครัด

3. หลีกเลี่ยงการนินทาว่าร้ายผู้บริหารหรือบุคลากรในสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น ควรปรึกษาและขอความช่วยเหลือจากผู้แทนหน่วยงาน และอาจารย์นิเทศก์คณะ

4. เคารพและปฏิบัติต่อผู้บริหารและพนักงานในสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพเท่ากับอาจารย์นิเทศก์ของตน

5. มีความสัมพันธ์กับบุคลากรในสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพอย่างจริงใจ พึงระลึกเสมอว่า นิสิตทุกคนเป็นผู้แทนของคณะฯ พฤติกรรมของนิสิตจะมีผลกระทบต่อนิสิตประสบการณ์วิชาชีพรุ่นต่อไปด้วย และเป็นเครื่องชี้บ่งเกียรติคุณของคณะฯ ความรับผิดชอบข้อนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

และขัดกับระเบียบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วย วินัยนิสิต พ.ศ. 2527 ข้อ 4 นิสิตต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งของมหาวิทยาลัย หรือคณะทุกประการอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ และข้อ 7 นิสิตต้องประพฤติตนเป็นสุภาพชนไม่ประพฤติในสิ่งที่อาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ตนเอง บิดา มารดา และผู้ปกครอง หรือมหาวิทยาลัย มีผลทำให้นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพไม่ครบตามข้อกำหนดสำหรับวิชาประสบการณ์วิชาชีพ ภาคการศึกษาปลายปีการศึกษา 2564

การนี้ จึงขอรับตัวนิสิตกลับจากสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพก่อนกำหนด จึงทำให้นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพไม่ครบตามข้อกำหนดสำหรับวิชาประสบการณ์วิชาชีพ ภาคการศึกษาปลายปีการศึกษา 2564 และให้นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพภาคการศึกษาปลายปีการศึกษา 2565

ด้านนิสิตเจ้าของโพสต์ ระบุว่า “นี่คือผลการพิจารณาจากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีที่ฉันมีปัญหากับที่ฝึกงาน นางให้ไปฝึกใหม่ปีหน้า หมายความว่าฉันต้องเสียเวลาไปอีก 1 ปี อะไรคือการช่วยเหลือนิสิต ฉันถูกโรงแรมใช้งานเกินหน้าที่และฉันก็ตอบกลับผู้บริหารไปว่าให้มาทำเอง แล้วฉันก็โดนแจ้งว่าจะต้องส่งตัวกลับ พอฉันกลับมาคุยกับอาจารย์ อาจารย์ใช้เวลา 3 สัปดาห์ในการพิจารณา ซึ่งฉันก็แจ้งไปว่าฉันติดต่อที่ฝึกที่อื่นไว้แล้ว เขาแค่ขอเอกสารจากคณะก็สามารถฝึกงานต่อได้ แต่ความล่าช้าของคณะและความไม่สนใจนิสิตของคณะทำให้มันล่าช้า และเมื่อผลพิจารณาออกมาแบบนี้ คนที่เสียเวลาและเสียโอกาสคือฉัน

Edit พ้อยท์ของโพสต์นี้คืออยากให้คณะช่วยเหลือนิสิตและรับฟังปัญหาของเรา ซึ่งถ้าคณะจะช่วยมันทำได้เพราะหน่วยงานภายในก็สามารถฝึกได้ ฟิตเนสคณะก็มี แต่ที่ออกมาโพสต์เพราะคณะไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย เราไม่ได้พูดว่าเราไม่ผิดที่พูดจาแบบนั่นกับทางโรงแรมแต่เพราะเราพูดดีๆใช้วิธีที่ซอฟคุยกับคณะแล้วเขาไม่ช่วย เราติดต่อตั้งแต่ฝึกงานสัปดาห์แรก เขาไม่ช่วยอะไรเลย พอเรื่องเกิดเรารู้ว่าต้องถูกส่งตัวกลับ และเราก็ดีใจที่ได้กลับ แต่หลังจากกลับแล้วอยากให้คณะช่วยเทคแอคชั่น ออกมาโพรเทคหรือช่วยเหลือเราบ้าง #มีคณะมีอาจารย์ไว้ทำไมคะ #แทนที่ตะช่วยนิสิตแต่กลับหิ้วกระเช้าไปไหว้ขอโทษโรงแรม #ขอความเป็นธรรมด้วยค่ะ
ต่อมาทางด้านของ ดร.จรวยพร ธรณินทร์ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยอีกมุมหนึ่งของปมนิสิตจุฬาฯ โวยถูกคณะให้ฝึกงานใหม่ปีหน้า โดยบอกว่า อาจารย์ผู้สอนเป็นผู้ชี้แจงมาในกลุ่มไลน์ หลังจากมีข่าว
อาจารย์ฝนเองค่าาา ที่ลงชื่อในบันทึก ขอแจ้งว่าเด็กบิดเบือนข้อมูลเยอะมาก ประเด็นคือ

– เด็กเลือกไปฝึกที่นี่
– เด็กขอเปลี่ยนอาทิตย์แรก แต่แค่พูดคุย ยังไม่ได้ทำเรื่องมา แค่คุยกับอาจารย์นิเทศก์และอาจารย์แนะนำว่าให้ฝึกต่อไปเพราะมันเพิ่งอาทิตย์เดียวและให้ไปคุยกับหน่วยงานให้ชัดเจน
– เด็กก็เลยตัดสินใจไม่เปลี่ยนที่
– อยู่มาวันหนึ่งเด็กโดนจีเอ็มใช้งานแต่เด็กไปย้อนตามนั้น
– และพอตอนเย็นก็ไปชี้หน้าด่าฝ่ายบุคคล
– อาทิตย์ต่อมา เราเดินทางไปโรงแรมเพื่อไปพูดคุยกับจีเอ็มแล้วก็ขอโทษเขา
– เลยได้ทราบข้อมูลเพิ่มว่ามีลูกค้าโรงแรมร้องเรียนด้วย
– รวมทั้งพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับการทำงานบริการโรงแรมเลยขอส่งตัวกลับและไม่ประเมินให้
– ที่คณะวิชาฝึกงานจะออกเป็นเกรดดังนั้นไม่ประเมินให้คือ ฝึกใหม่
– ก่อนที่จะไปคุยกับโรงแรมก็ได้เรียกเด็กเข้ามาคุยและอธิบายว่าเรื่องเป็นอย่างไร รวมทั้งสอบถามเด็กและบอกเด็กว่าจะมีรอบการพิจารณากรรมการหลักสูตรวันที่เจ็ดมีนาฯ ซึ่งเด็กก็รับทราบ
– และได้บอกให้เด็กทำสรุปชั่วโมงมาส่งกรรมการด้วยซ้ำ
– เราก็พิจารณากันในหลากหลายมุมและเด็กให้เข้ามาชี้แจงด้วย
– สรุปว่ายังไงเราก็ต้องให้ผลออกมาว่าฝึกใหม่ปีหน้าเนื่องจากฝึกไม่สมบูรณ์
– ส่วนที่เด็กบอกว่าไปติดต่อที่ใหม่ไว้แล้ว เขายังไม่ได้ขอเอกสารหรือยังไม่ได้ทำเรื่องมาที่คณะและคณะก็แจ้งว่าต้องรอผลพิจารณา”

ล่าสุดทางด้าน ผศ.ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า
น้องนิสิตจุฬาที่มีปัญหาเรื่องฝึกงาน พี่ได้ฟังปัญหาและได้พิจารณาข้อมูลต่างๆ อย่างรอบด้านแล้ว คิดว่าน้องต้องปรับทัศนคติใหม่ทั้งหมด ไม่เช่นนั้นน้องจะไม่มีอนาคตเลยและจะเป็นที่รังเกียจของนายจ้างในอนาคตทุกคนเป็นอย่างยิ่งครับ
อย่างไรก็ตาม ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงพฤติกรรมของนิสิตคนดังกล่าว โดยบอกว่า ไปเห็นในเฟสน้อง ไม่สลด แถม มั่นใจว่าตัวเองถูกอีก คงต้องรับยาแล้วหล่ะครับ , เตือนไปก็เปล่าประโยชน์คะอาจารย์ พวกนี้เขาคิดว่า ตัวเองถูกต้องที่สุด ความคิดทันสมัยที่สุด ประชาธิปไตยสุดๆ ,ไม่ใช่แค่นายจ้างที่รังเกียจ ตอนนี้คิดว่าน่าจะค่อนประเทศแล้ว 555 , ผมว่าอน่าเสียเวลาไปเตือนเลยครับ ยุส่งดีกว่า ให้น้อนออกไปเจอโลกแห่งความจริงด้วยตนเองดีที่สุด