วิษณุชี้หากศาลรธน.ให้บิ๊กตู่พ้นนายกฯ อาจขอถอยไม่รักษาการเหมือนบิ๊กสุ

2595

จากที่ศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่ข้อมูล ระบุศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาพิจารณาคดีสำคัญที่น่าสนใจ ในกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญกรณีพล.อ.ประยุทธ์

โดยมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค1 (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 170 วรรค1 (5) ประกอบมาตรา 186 วรรค1 และมาตรา 184 วรรค 1 (3) หรือไม่  ตามเรื่องพิจารณาที่  8/2563

ทั้งนี้ผลการพิจารณา ศาลอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน และกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง ในวันพุธที่ 2 ธันวาคม 63 เวลา 15.00น.เป็นต้นไป ที่ศาลรัฐธรรมนูญ สำหรับเรื่องนี้ เป็นกรณีที่ พรรคเพื่อไทยยื่นคำร้องให้ศาลวินิจฉัยกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงพักอาศัยในบ้านพักราชการทหาร

ล่าสุดวันนี้(14 พ.ย.63 ) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องพ้นจากความเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ กรณีพักบ้านหลวงในวันที่ 2 ธ.ค. หากผลวินิจฉัยออกมาเป็นทางลบ กระบวนหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรว่า ไม่ทราบ ตอนนี้อย่าไปเดาอะไรเลย โดยในวันดังกล่าวเมื่อศาลอ่านคำวินิจฉัยออกมา รายละเอียดจะชัดเจน หากผิดก็พ้น และจะพ้นเมื่อไหร่ ถ้าไม่ผิดก็ไม่พ้น

อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ พ้นจากตำแหน่ง  ทางคณะรัฐมนตรีจะไปหมดหรือไม่ ทำให้นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าพ้น คณะรัฐมนตรีก็ไปทั้งหมด โดยคณะรัฐมนตรีจะรักษาการอยู่ก่อน ส่วนตำแหน่งนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังรักษาการอยู่ก่อนได้ แต่ท่านอาจจะขอถอยไปเหมือนในอดีตที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ลาออกจากนายกรัฐมนตรี ก็ต้องรักษาการ

“แต่ท่านขอไม่รักษาการโดยต้องเลือกนายกฯใหม่ ใช้รายชื่อแคนดิเดตที่มีอยู่ นอกเสียจากมีมติเลือกบุคคลที่อยู่นอกบัญชีของพรรคการเมือง ซึ่งต้องใช้เสียง ส.ว.ด้วย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า นายกฯไม่เคยมาปรึกษากับตน พูดกันครั้งแรกหรือครั้งสุดท้ายในเดือน ก.พ.63” นายวิษณุ กล่าว