เห็นใจประชาชนด้วย?!!?สมาคมอสังหาฯยื่นรัฐชะลอใช้ผังคมนาคม-ขนส่งอีอีซี กระทบซื้อขายที่ดินและประชาชนพื้นที่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง

826

สมาคมอสังหาริมทรัพย์ฉะเชิงเทรา ยื่น สกพอ.ชะลอใช้แผนผังคมนาคมอีอีซี ขอให้กำหนดขอบเขตทางให้ชัดเจน เพราะกระทบการซื้อขายที่ดินในพื้นที่  บางแห่งขีดเส้นถนนใหม่ผ่ากลางหมู่บ้าน ทำให้เดือดร้อน และแก้ปัญหาไม่ได้ หวั่นเกิดความขัดแย้งระหว่าชุมชน กับผู้ประกอบการ

แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.2562  ซึ่งในแผนดังดังกล่าวได้กำหนดแผนผังระบบคมนาคมและขนส่ง เพื่อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อพัฒนาถนนรองรับการขยายตัวของอีอีซี  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้แผนผังระบบคมนาคมขนส่งเป็นแนวทางในการทำแผนหรือโครงการ  เพื่อพัฒนาตามแผนงานและโครงการตามแผนผังระบบคมนาคมและขนส่ง ในสภาพความเป็นจริง ปัจจุบันเกิดปัญหาถกเถียงเรื่องพิกัดเขตทางใช้ที่ดิน เพราะในแผนไม่ระบุไว้

นายวัชระ ปิ่นเจริญ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ฉะเชิงเทรา เปิดเผย ว่า สมาคมอสังหาริมทรัพย์ฉะเชิงเทราได้ทำหนังสือถึงนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เพื่อชี้แจงปัญหาแนวเขตทางตามแผนผังระบบคมนาคมและขนส่งของอีอีซีซึ่ง กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณที่กำหนด โดยห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ 2 ข้อ คือ 1.การสร้างถนนหรือเกี่ยวข้องกับถนน การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ 2.การสร้างรั้วหรือกำแพง

สมาคมอสังหาริมทรัพย์ฉะเชิงเทราเสนอความเห็นให้ สกพอ. 3 ประเด็น คือ

1.ประกาศมีผลบังคับใช้โดยที่ยังไม่ได้สำรวจแนวเขตทางและกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน ทำให้ประชาชนเจ้าของกรรมสิทธื์ที่ดินไม่สามารถทราบได้ว่าบริเวณใดของที่ดินตนเองเป็นบริเวณที่ห้ามใช้ประโยชน์ตามที่ประกาศ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

2.ประกาศไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการเวนคืนหรือก่อสร้างถนนสายต่างๆ แต่กลับห้ามประชาชนใช้ประโยชน์ที่ดินบนที่ดินที่ตนถือกรรมสิทธิ์ทำให้ประชาชนเสียสิทธิ์บนที่ดินของตน

3.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ศึกษาถึงความจำเป็นในการกำหนดแนวเขตทางต่างๆ ตามประกาศอย่างละเอียด แต่กลับนำแผนผังระบบคมนาคมขนส่งในอดีตมาใช้ ซึ่งจะเห็นได้จากการวางแผนผังระบบคมนาคมขนส่งประเภทถนนจำนวนมากในเขตเมือง โดยมีสิ่งปลูกสร้างเดิมของประชาชนอยู่อย่างหนาแน่น และบริเวณโดยรอบของรถไฟความเร็วสูงฉะเชิงเทราไม่ได้วางแผนผังระบบคมนาคมขนส่งเพื่อรองรับการขยายเมืองในอนาคต

นอกจากนี้ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ฉะเชิงเทรามีแผนที่จะยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการชี้แจง สกพอ.รวมถึงกรมโยธาธิการและผังเมืองถึงแผนผังคมนาคมและขนส่งที่จะเป็นการรอนสิทธิของผู้ถือครองที่ดินรวมทั้งการกำหนดแนวถนนในบางจุดมีการขีดเส้นผ่านกลางหมู่บ้านที่ผ่านมาผลต่อชุมชน เพราะแผนผังคมนาคมและขนส่งประกาศห้ามไม่ให้มีการพัฒนาด้านอื่น

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงว่า หลักการในการจัดทำผังเมืองการวางเส้นทางถนนต่างๆ จะต้องกระทบประชาชนในพื้นที่น้อยที่สุด โดยเวนคืนที่ดินน้อยที่สุด จะต้องให้คนในพื้นที่ได้ประโยชน์ และจะต้องรับฟังความคิดเห็นว่าเห็นด้วยกับแนวทางการตัดหรือขยายถนนเส้นทางต่างๆ หรือไม่ หากไม่เห็นด้วยก็ต้องปรับปรุงใหม่

ขณะนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่างการเร่งจัดทำผังจังหวัด 3 จังหวัด คือ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมทั้งผังเมืองอำเภอทั้ง 30 แห่ง ในพื้นที่อีอีซี และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2564 ซึ่งในผังเมืองนี้จะมีรายละเอียดเส้นทางถนนและระบบสาธารณูปโภคที่ชัดเจนเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ถนนเส้นใหม่จะเป็นไปตามโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เป็นหลัก ในขณะที่เส้นทางอื่นส่วนใหญ่จะเป็นไปตามแนวถนนเส้นเดิม แต่จะมีการขยายถนนเพียงบางเส้น เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชน ซึ่งผังเมืองนี้จะตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่มากที่สุด

“การตัดถนนตามผังการใช้พื้นที่อีอีซีจะพยายามกระทบคนในพื้นที่น้อยที่สุด จะมั่ดฝากลางหมู่บ้านหรือชุมชนจนส่งผลกระทบต่อประชาชน  ถนนทุกเส้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคนในพื้นที่ โดยภาคเอกชนที่จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่ในขณะนี้จะต้องยึดตามแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2562 เป็นหลัก”