ตร.สืบหลักฐานวงจรปิดอุ้ม เยล มงคล การ์ดราษฎร

1549

จากกรณีนายมงคล สันติเมธากุล หรือ เยล หนึ่งในสมาชิกการ์ดกลุ่มปลดแอก ที่เข้าร่วมชุมนุม บริเวณแยกสามย่าน ได้หายตัวไปช่วงกลางดึกวันที่ 16 ม.ค. โดยได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ช่วยด้วย” และไม่สามารถติดต่อได้ หลังจากนั้นได้ปรากฏ ข้อความในเฟซบุ๊กของมงคล โดยเพื่อน ๆ เชื่อว่า เป็นการโพสต์ของบุคคลที่คุมตัวนายมงคลไป

เพจเฟซบุ๊ก iLaw ได้มีการโพสต์ข้อความว่า อ่านปากคำการ์ดราษฎรที่ถูกอุ้มหายเมื่อคืนนี้ 16 ม.ค. 2564 เวลาประมาณ 23.00 น. ที่บริเวณใกล้บ้านพักในจังหวัดสมุทรปราการ มงคล หรือ เยล การ์ดราษฎรกำลังเดินไปซื้อข้าวและถูกคลุมจากสิ่งของวัสดุคล้ายผ้า ทำให้เขามองไม่เห็นอะไรเลย จากนั้นถูกพาตัวขึ้นรถลักษณะน่าจะเป็นรถตู้ และคาดว่า จะเป็นการกระทำของผู้ชายประมาณ 4 คน มงคลอยู่บนรถตลอดไม่มีการลงไปเข้าห้องน้ำเลย เท่าที่จำได้จากการพูดคุยบนรถ เสียงเป็นเสียงผู้ชายทั้งหมด พูดด้วยภาษากลาง แต่มีหนึ่งคนที่ฟังแล้วติดสำเนียงใต้

บุคคลดังกล่าวยึดโทรศัพท์และขอรหัสผ่าน เขาจำยอมให้ไปและจะให้เซ็นเอกสารบางอย่างแต่เขาไม่ยอมเซ็น ไม่มีการบอกว่า เอกสารนั้นคืออะไร มีการข่มขู่ให้เลิกไปม็อบ ตลอดทั้งคืนคือวนอยู่แค่นี้ ไม่ได้มีการมัดมือ มัดเท้าใด ๆ ตอนเช้าบอกว่า จะพาตัวไปปล่อยที่ชายแดน และบอกว่า พี่เข้าใจผิดเท่านั้น มีการเปลี่ยนผ้าคลุม แต่ผ้าที่คลุมใหม่ก็ยังมืดอยู่ดี

วันที่ 17 ม.ค. 2564 เวลาประมาณ 13.00 น. บุคคลที่อุ้มหายตัดสินใจปล่อยตัวมงคล พวกเขาขับรถมาปล่อยตัวบริเวณบางปู สมุทรปราการ และกล่าวทำนองว่า มาส่งชายแดนและผลักมงคลออกจากรถ(กลุ่มบุคคลดังกล่าวคืนโทรศัพท์ให้ด้วยแต่ไม่ชัดเจนว่า เวลาใด) มงคลก็วิ่งลงรถโดยมีผ้าคลุมหัวอยู่ เขาบอกว่า เขาเชื่อว่า เป็นชายแดนอย่างที่กลุ่มคนดังกล่าวพูดจึงคิดแค่ว่า จะวิ่งเข้าป่าอย่างเดียว ไม่เอาผ้าออกเลย แต่ความจริงคือเขาวิ่งไปจนถึงซอยบางปู 49 เมื่อตั้งสติได้จึงติดต่อให้ผู้ไว้ใจไปรับ

กรณีโพสต์เฟซบุ๊กว่า “ตอนนี่ผมกำลังถูกนำตัวไปปล่อย เป็นเรื่องเข้าใจผิด” มงคลแจ้งว่า ไม่ได้เป็นผู้โพสต์แต่อย่างใด

จากนั้นมงคลกับเพื่อนไปที่สภ.บางปูเพื่อแจ้งความ แต่ตำรวจสภ.บางปูแจ้งว่า ท้องที่เกิดเหตุนั้นอยู่ที่สภ.เมืองสมุทรปราการ เวลา 15.51 น. มงคลเดินทางถึงสภ.เมืองสมุทรปราการและเข้าแจ้งความ จนถึงตอนนี้ (เวลา 17.04 น.) ตำรวจยังคงสอบสวนอยู่ ทนายความและเพื่อนขอให้ตำรวจส่งไปตรวจร่างกายและทางจิตเวชด้วย

จากเรื่องนี้เอง เกิดคำถามจากคนในสังคมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นน่าจะเป็นการสร้างเรื่องขึ้นเองหรือไม่? เนื่องด้วยว่าเรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้จากกล้องวงจรปิด เพราะอยู่ในเขตสมุทรปราการซึ่งนับว่าเป็นจังหวัดที่อยู่ในเขตปริมณฑล เป็นที่แน่นอนว่ามีกล้องวงจรปิด อีกประเด็นที่คนในสังคมสงสัยนั้นมีอยู่ว่า นายมงคล นั้นเป็นเพียงการ์ดธรรมดาของคณะราษฎร อีกทั้งเมื่อโดนจับตัวกลับไม่มีการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด(ตามที่นายมงคลบอก) เพียงแค่บอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ซ้ำยังคืนโทรศัพท์มือถือให้ด้วยในตอนที่ปล่อยตัว???

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีนายมงคล ถูกบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. อุ้มหายไปจากท้องที่ จ.สมุทรปราการ ว่า ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เรื่องราวก่อนเกิดเหตุ นายมงคล กลับจากการชุมนุม เมื่อลงรถไฟฟ้าจะเดินเข้าไปในที่พัก แต่รู้สึกว่ากุญแจหาย จึงเดินย้อนกลับไปหากุญแจตามทาง จากนั้นถูกคนร้ายอุ้มขึ้นรถตู้ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หายไปประมาณ 1 คืน และเอามา

ส่งใกล้จุดเกิดเหตุที่โดนอุ้มไป เบื้องต้นทาง พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ระดมทีมสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาพยานแวดล้อม จุดที่ผู้เสียหายถูกอุ้มไป ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงถือว่าอุกอาจพอสมควร

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าววอีกว่า บางคนอาจบอกว่าเป็นฝ่ายความมั่นคงของตำรวจ ตนขอชี้แจงว่า เวลานี้ตำรวจทำงานยึดถือกฎหมาย ป.วิอาญา, พ.ร.บ.ควบคุมโรค, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, และพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ หากเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร ไม่ใช่งานของตำรวจที่จะต้องไปอุ้มเขาอยู่แล้ว ซึ่งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น หากไม่ใช่การทำตามกฎหมายของหน่วยราชการใด ถือว่า เป็นเรื่องที่อาจจะละเมิดกฎหมาย และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง เพราะเป็นเรื่องละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน