นายกฯ ย้อนถาม ส.ส.ทำอะไรกันไว้ปี 57 ที่บ้านเมืองวุ่นวาย ย้ำที่ยังอยู่เพราะหน้าที่

4021

หลังจากวันแรกฝ่ายค้านเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก และเสนอให้ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติ

วันนี้ เมื่อเวลา 10.05 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางถึงอาคารรัฐสภา เพื่อประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ตามที่รัฐบาลขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 โดยไม่ลงมติ ในวันสุดท้าย ด้วยสีหน้าเรียบเฉย   

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อความปรองดองเพื่อแก้ปัญหาประเทศ โดยนายกฯไม่ตอบคำถาม เพียงกล่าวทักทายสื่อ “สวัสดีทุกคนนะจ๊ะ” ก่อนเดินขึ้นลิฟต์ไปร่วมประชุม

  สำหรับการอภิปรายของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านในวันนี้  ยังแสดงจุดยืนตามข้อเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ลาออกตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชน รวมถึงเร่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย 

      โดย นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อภิปรายเรียกร้องให้ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และส.ว. ลงมติสนับสนุนให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น ส่วนกรณีพล.อ.ประยุทธ์ ออกแถลงการณ์ให้เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ดังนั้นหากนายกฯ ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งทันที รัฐสภาสามารถเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามกระบวนการของส.ส.ร. ดังนั้นขอให้ช่องทางรัฐสภาดำเนินการ โดยนายกฯ ไม่ตระบัดสัตย์ ชิงยุบสภาก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แก้ไข และไม่ควรใช้ทหารยึดอำนาจ ทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นปฏิบัติการ และเสนอว่าให้ท่านนายกถือใบลาออกจากตำแหน่งถวายต่อพระมหากษัตริย์ เพื่อรับผิดชอบ กรณีที่ขบวนเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม

   ต่อมา นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ  พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายเสนอ 4 ทางออกของปัญหา คือ 1.ซื้อเวลา อยู่ในตำแหน่ง, 2.ลาออก โดยยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ว่าเป็นต้นตอของปัญหาของการชุมนุม ที่เริ่มจากการยึดอำนาจ หากยอมเสียสละ และลาออก เชื่อว่านายกฯ​คนใหม่จะคลี่คลายสถานการณ์ได้ , 3. ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แต่ตนเชื่อว่าจะพาไปสู่รัฐที่ล้มเหลว และเท่ากับผลักภาระออกจากตัวนายกฯ ซึ่งตนไม่อยากให้เลือกเป็นทางออก  และ 4.ยึดอำนาจ แต่เชื่อว่าจะกลายเป็นประเด็นที่ทำให้เลือดนองแผ่นดิน

หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงได้ลุกขึ้นชี้แจง กรณีทีถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทำให้เกิดการแบ่งชนชั้นขึ้น ยืนยันมีแต่คนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างอนาคตไปร่วมกัน ประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน อนาคตกำหนดความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนของไทย 

นายกฯ ระบุว่า สิ่งที่ทำมาอาจจะรู้เท่าไม่ถึงอะไรสักอย่าง ไม่ขอก้าวล่วง แต่สิ่งที่เห็นวันนี้ การทำลายสถาบันครอบครัวเกิดขึ้นในไทยแล้ว ส่วนเรื่องการลาออกจากตำแหน่ง นายกได้ชี้แจงว่าหน้าที่ตอนนี้ยังไม่จบ ยืนยันไม่ต้องการรักษาอำนาจไว้ให้นานที่สุด เพราะเป็นหน้าที่ ส่วนที่บอกว่าต้นตอของปัญหาทั้งหมดเป็นอำนาจ พูดแต่เรื่องยึดอำนาจรัฐประหาร แต่ไม่เคยพูดถึงเผด็จการรัฐสภา รธน.ปี 60 ไม่ได้ก้าวล่วงกับ รธน.และประวัติศาสตร์ อย่านำมาเชื่อมโยงกัน 

นายก กล่าวอีกว่า “ตอนผมเป็น ผบ.ทบ. มาหาว่า ลำเอียง ผมก็ทำตามมาทุกรัฐบาล มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาทุกรัฐบาล มันเป็นบทเรียน และหลายคนมาบอกว่าไม่เป็นธรรม ต้องขอพูดบ้างและอย่าลืมว่าประวัติศาสตร์คือ ปัจจุบัน และอนาคต คนไทยทุกคน ศาสนา ทุกเชื้อชาติที่สัญชาติอยู่ในไทยต้องรักประเทศไทย”

“หลายอย่างก่อนที่ผมเข้ามาท่านลืมไปแล้วหรือ สมัยนั้นท่านทำอะไรกันที่วุ่นวาย การทุจริตที่มีหลักฐานชัดเจนเชิงประจักษ์ถ้าลืมให้ไปทบทวนกัน ใหม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในปี 57  และปีก่อนหน้า สถานการณ์บ้านมืองวุ่นวายอยู่ตอนนี้ ขอให้ช่วยกันทบทวนเพราะอาจจะความจำสั้น”