“ศรีสุวรรณ” โพสต์ม็อบขัดกฎหมายไล่นายกฯออก ไม่ต้องทำตามตอบสนอง แต่ควรจับแกนนำให้หมด

1565

นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า “การชุมนุมที่ขัดต่อกฎหมาย ข้อเสนอให้นายกฯลาออก โดยใช้ผรุสวาจา จึงมิจำเป็นต้องตอบสนอง หากแต่ต้องเร่งจับกุมแกนนำ จึงชอบด้วยกฎหมาย”

 

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2563 ที่ผ่านมา ทางด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้สั่งการไปยังกระทรวงอุดมศึกษาฯ เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอาจารย์ 1,118 คน ว่าฝ่าฝืนกฎหมายและจริยธรรมหรือไม่ หลังจากเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2563 เครือข่ายนักวิชาการฯ ได้รวบรวมรายชื่อนักวิชาการ-ประชาชนจำนวน 1,118 รายชื่อ

ไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 3 ข้อ คือ การประณามการใช้กำลังสลายการชุมนุม การขอให้ยกเลิกการตั้งข้อหาและปล่อยตัวผู้ชุมนุมทุกคนอย่างไม่เงื่อนไข รวมถึงให้รัฐบาลรับข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมไปพิจารณา ทั้งการให้นายกฯ ลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปสถาบันฯ

นายศรีสุวรรณ เห็นว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ได้อยู่บนสถานะของความเป็นนักวิชาการที่เป็นกลางทางการเมือง แต่กลับเป็นการกระทำในลักษณะหนุนเสริมกลุ่มการเมืองที่ใช้ประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องข้อเรียกร้องต่างๆ แทน โดยจัดการชุมนุมที่ผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การที่ตัวแทนคณาจารย์ประกาศว่าภายใน 7 วัน หากรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องจะนัดหยุดสอนกันทั่วประเทศ อาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายครูอาจารย์ในมหาวิทยาลัยต้องยึดถือ พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 หมวด 5 มาเป็นแบบแผน ในการควบคุมความประพฤติของตน โดยเฉพาะใน ม.38 ที่ระบุว่า ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ ดังนั้น การที่กลุ่มคณาจารย์ดังกล่าวออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนกลุ่มที่ออกมาชุมนุมที่ผิดกฎหมายและกระทำการจาบจ้วงสถาบันฯ เป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ นอกจากนั้นใน ม.39 วรรคสี่ ยังระบุว่า ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผนของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของทางราชการอีกด้วย