“ยุโรปสปริง”! ผลพวงท้วงคว่ำบาตร ทำปชช.ลุกฮือโค่นรบ.หนุนสหรัฐ จี้เทยูเครน!

3463

“ยุโรปสปริง”! ผลพวงท้วงคว่ำบาตร ทำปชช.ลุกฮือโค่นรบ.หนุนสหรัฐ จี้เทยูเครน

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (21 มีนาคม 2565) ทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์ในฮังการี ที่กำลังลุกฮือหนุนผู้นำหลีกห่างสงครามยูเครนและไม่ร่วม NATO โดยอ้างที่มาของแหล่งข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์และสื่ออิสระท้องถิ่นกรีก โดยบอกว่า ฮังการี เคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 1 จนลุกลามบานปลายขยายวงออกไปหลายประเทศทั่วโลกใช้เวลานานถึง 6 ปีกว่าจะยุติสงครามมีผู้เสียชีวิตรวมกันมากกว่า 22 ล้านคน บาดเจ็บอีกมากมาย ชาวฮังการีที่รอดชีวิตจากมหาสงคราม จึงสั่งสอนลูกหลานว่าให้หลีกห่างจากสงครามแล้วชีวิตจะปลอดภัย ไม่ทุกข์ยากทรมาน

 ฮังการี เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม NATO ที่มีสหรัฐ และอังกฤษ เป็นแกนนำและ “คู่หูป่วนโลก” ที่ชอบชวนและดันหลังเพื่อนไปรุมตีคู่อริคนอื่น ถ้าเพื่อนชนะจะวิ่งไปหลังสุดเพื่อตีซ้ำคู่อริซ้ำจนคางเหลือง แล้วชิงโบกธงชัยชนะเอง แต่ถ้าเพื่อนแพ้จะลอยแพ แล้วเผ่นหนีกลับบ้านก่อนทันทีแบบไม่คิดชีวิต ปล่อยให้เพื่อนจมปลักติดหล่มสงครามตามลำพัง
 นายกรัฐมนตรีวิคเตอร์ ออร์บาน แห่งฮังการี มองเกมส์สหรัฐและ อังกฤษออกว่าใช้ NATO และยุโรป เป็นเครื่องมือในการก่อมหาสงครามยุแย่ให้ไปรุมตีกับรัสเซีย โดยการสนับอาวุธให้กับยูเครน ต่อสู้กับรัสเซีย จนลุกลามบานปลายเข้าโปแลนด์ เลยมาถึงฮังการี ดึงเข้าสู่มหาสงครามโดยชาวฮังการีต้องรับเคราะห์เหมือนคนรุ่นเก่าในอดีต ที่สุดแล้วสหรัฐ ก็จะลอยแพกลับบ้านไปทิ้งซากปรักหักพังไว้ให้ชาวฮังการี
ผู้นำฮังการี จึงพยายามสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับประธานาธิบดีปูติน รัสเซีย และประกาศต่อประชาชนหลายครั้งทางสาธารณะว่า “จะไม่ส่งอาวุธใด ๆ ไปยังยูเครน และจะไม่อยู่ร่วมในสงครามกับฝ่าย NATO แต่ฮังการี ยินดีจะช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาวุธ ร่วมทั้งเป็นตัวกลางส่งต่ออาวุธให้ยูเครนเด็ดขาด ชาวฮังการีจะต้องได้ใช้ก๊าซ และพลังงานราคาถูก”
โดยในวันที่ 24 มี.ค.65 นี้ที่กรุงบัสเซลล์ เบลเยี่ยม ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ มีกำหนดจะมานั่งหัวโต๊ะประชุมกลุ่ม NATO เพื่อนดันหลังชาติในยุโรปกระโจนเข้าสู่สงคราม และสหรัฐจะคอยเป็นแบคอัพให้โดยขายอาวุธ ในราคามิตรภาพให้กับชาติ NATO และยุโรปไปรบทำสงครามยืดเยื้อกับรัสเซีย หวังให้ยุโรป และรัสเซีย อ่อนเปลี้ยติดหล่มสงคราม แล้วสหรัฐจะรอจังหวะนั้นมารุมทุบซ้ำ และเป็นผู้ยกธงประกาศชัยชนะเหนือรัสเซียด้วยตนเอง
 ล่าสุดชาวฮังการี มืดฟ้ามัวดินเรือนแสนจำนวนมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน นัดออกมาชุมนุมกันที่กรุงบูดาเปส และสนับสนุนนายกฯ วิคเตอร์ ออร์บาน ให้ฮังการี ออกห่างจากสงครามในในยูเครน เพราะไม่ใช่เรื่องของชาวฮังการี อาวุธ และทหารของฮังการีที่มีแค่ 24,000 คน มีไว้เพื่อปกป้องดินแดนและประชาชนฮังการี ไม่ใช่ยูเครนหรือเครื่องมือ NATO โดยนายกรัฐมนตรีฮังการี คนนี้เป็นคนฉลาดและช่วงนี้เป็นช่วงหาเสียงเลือกตั้งฮังการีที่จะเกิดขึ้นต้นเดือน เม.ย.65 เขาจึงรีบชิงออกมาปราศรัยประกาศกับผู้ชุมนุมว่า
“ฝ่ายค้านพยายามลากฮังการีเข้าสู่ความขัดแย้งและสงคราม ยุโรปกลางเป็นเพียงกระดานหมากรุกของมหาอำนาจ เราไม่อาจตกเป็นเหยื่อจนเกิดวิกฤติได้ ทุกชาติล้วนมองถึงผลประโยชน์ของตนเอง แต่ฝ่ายค้าน สหรัฐ และ NATO ไม่คิดถึงหัวใจชาวฮังการี เราต้องยืนหยัดเพื่อผลประโยชน์ของเราเอง เราต้องอยู่ห่างจากสงครามนี้ ดังนั้นเราจะไม่ส่งทหารหรืออาวุธใดๆ ไปยังสงครามยูเครน ถ้าชาวฮังการีเลือกฝ่ายค้าน เขาจะพาพวกเราไปสู่สงครามที่เหี้ยมโหด ยืดเยื้อ และนองเลือด”
ทำให้ชาวฮังการีเรือนแสนตะโกนเฮ ด้วยความพึงพอใจและแยกย้ายกลับบ้านไปอย่างสงบ ส่งผลให้คะแนนนิยมของเขาพุ่งสูงขึ้นเหนือคู่แข่งฝ่ายค้านโปรสหรัฐทันที ผลสำรวจโพลก่อนเลือกตั้งฝ่ายค้านที่ชูนโยบายสนุนก่อสงคราม คะแนนนิยมลดลงฮวบเหลือเพียง 32% นายวิคเตอร์ ออร์บาน จึงมีโอกาสสูงมากที่ชนะเลือกตั้งอีกสมัย เพราะชาวฮังการีส่วนใหญ่กังวลว่าฝ่ายค้านคนรุ่นใหม่ จะนำพาประเทศสู่มหาสงครามเหมือนในอดีต ในเวลาไล่เลี่ยกันมีกลุ่มผู้ประท้วงในประเทศกรีก พากันไปโยนกระป๋องสีจำนวนมากไล่เรือรบ NATO ที่จอดอยู่ท่าเรือกรีกไปให้พ้นไกลๆ จากประเทศของเขาเพราะชาวกรีกไม่ต้องการร่วมสงคราม..รัสเซีย กำลังบีบให้เกิด “ยุโรปสปริงส์” ให้ประชาชนโค่นรัฐบาลที่โปรสหรัฐ และหนุนรัฐบาลที่ไม่ยุ่งกับสงครามยูเครน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในยุโปรหลาายประเทศ กำลังเผชิญกับวิกฤต มีประชาชนจำนวนมาก ได้ออกมาชุมนุมประท้วงถึงกรณีที่สินค้าเริ่มทีราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ค่าไฟฟ้า หลังจากที่ร่วมคว่ำบาตรรัสเซีย อย่างประเทศ

กรีซ เกิดม็อบเกษตรกร จากทั่วประเทศกรีซ นัดหมายกันใช้รถแทรกเตอร์ รถไถ รถทางการเกษตร ปิดล้อมถนนในกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซ เพื่อประท้วงที่รัฐบาล ที่ไปเข้าข้างยูเครน และแบนรัสเซียก่อน จนถูกรัสเซียแบนกลับ เคราะห์ร้ายวนกลับมาตกที่เกษตรกรีซ เพราะรัสเซีย เป็นประเทศที่ส่งออกก๊าซ ปุ๋ยรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นต้นธารของอาหารคนและสัตว์ที่ใช้ปุ๋ยบำรุงต้นไม้ พืชเกษตร ที่เป็นจุดเริ่มของอาหารทุกชนิด
เมื่อโดนรัสเซียข้างบ้านแบนก๊าซ และปุ๋ย ทำให้ต้องไปนำเข้าจากบ้านไกลสหรัฐ และที่อื่นๆ ส่งผลให้ก๊าซราคาพุ่ง ปุ๋ยหาไม่ได้ ราคาแพงลิ่ว เกษตรทั่วประเทศกรีซ จึงทนไม่ไหว นัดกันมาปิดล้อมเมืองหลวงให้เป็นอัมพาต และไม่รู้จะจบอย่างไร
ในขณะที่ ชาวอิตาลีจำนวนมาก จึงเดินขบวนออกมาบนท้องถนน แสดงความไม่พอใจ สหรัฐ และห้ามรัฐบาลอิตาลีส่งอาวุธ หรือเป็นทางผ่านส่งอาวุธให้ยูเครน รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลอิตาลี ลาออกจากกลุ่ม NATO ไม่เป็นเครื่องมือหลอกใช้ของสหรัฐ และอังกฤษ ขณะนี้ในยุโรป ได้เกิดม็อบวุ่นวายในหลายประเทศเป็นโดมิโน เช่น ฮังการี บัลกาเรีย ฯลฯ ที่ไม่ต้องการให้รัฐบาลพาประเทศเข้าสู่มหาสงคราม
ภายหลังจากที่กองทัพรัสเซีย ประเดิมใช้อาวุธ Hipersonic ขนาดเล็กครั้งแรกดับคลังอาวุธไต้ดินยูเครนแล้ว ขณะนี้กองทัพรัสเซีย ได้กำหนดพิกัดเมืองต่างๆในชาติยุโรป สำหรับปล่อยขีปนาวุธ Hipersonic รุ่นต่างๆ และพร้อมกดปุ่มเปิดเกมส์ก่อนทันทีที่ผลการประชุม NATO วันที่ 24 มี.ค.65 ที่เบลเยี่ยม สั่งให้ชาติในยุโรป ลุย เพราะตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงรัสเซียล่าสุดระบุว่าให้อำนาจประธานาธิบดีสั่งใช้ปฏิบัติการพิเศษทางทหารนอกประเทศ ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปและขีปนาวุธต่างๆ ได้เลย ในกรณีชาตินั้นประกาศเป็นภัยคุกคามกับรัสเซียก่อน
เช่นเดียวกับประเทศสเปน ที่เป็นชาติหนึ่งในสหภาพยุโรป ที่แบนรัสเซียก่อน จึงถูกรัสเซียแบนกลับพลังงานและอาหาร ไม่นานนักราคาพลังงานพุ่งสูงสุดเป็นสถิติ ประชาชนแตกตื่นแห่กันไปเติมเชื้อเพลิงตามสถานีจ่ายเชื้อเพลิงต่างๆ จนเกลี้ยง ราคาก๊าซ ในสเปนก็ตอกย้ำพุ่งสูงทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว รัสเซียยังกระหน่ำด้วยการแบนปุ๋ย และอาหาร ทำให้ชาวสเปน ต้องเผชิญอัตราเงินเฟ้อสูงลิ่วถึง 7% สูงสุดในรอบกว่า 30 ปี
ทำให้ชาวสเปนปิดถนนสำคัญหลายสายทั่วประเทศ เพื่อประท้วงที่ราคาอาหาร พลังงาน และเชื้อเพลิงแพงขึ้น จนสินค้าราคาพุ่ง เกิดรถติดมหาวินาศหลายสิบชั่วโมงบนท้องถนน ผู้ประท้วงบอกว่า ” เป็นประเด็นร้ายแรง เพราะประชาชนจำนวนมาก จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานด้วยรถยนต์ทุกวัน ต้องเผชิญกับสินค้าที่แพงขึ้นเรื่อย ๆ แต่เงินเดือนยังคงเท่าเดิม หรือค่าเงินอาจลดลง เพราะเงินเฟ้อ”
ส่งผลให้นายเปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปน นั่งไม่ติดเพราะฝ่ายค้านก็จะคว่ำรัฐบาล ประชาชนก็จะรุมประชาฑัณฑ์ เขากับเหล่าผู้นำสหภาพยุโรป กำลังกุมขมับกับวิกฤตพลังงานน้ำมัน ก๊าซ ที่โดนรัสเซียแบน และมาซ้ำด้วยอาหารเข้าไปอีก สารพัดม็อบขนาดนี้รัฐบาลเสปนไม่รู้จะรอดไปได้นานแค่ไหน..ปูติน ผู้นำรัสเซียไม่ได้แค่ต้องการยึดพื้นที่ยูเครนเท่านั้น แต่เขาได้ตัดน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า ปุ๋ย อาหาร ที่ยูเครน และรัสเซียส่งให้ชาวยุโรปด้วย
เขากำลังบีบให้เกิด “ยุโรปสปริงส์” คว่ำรัฐบาลยุโรปทุกชาติที่แบนรัสเซีย เศรษฐยุโรป กำลังพังลงมาเป็นโดมิโน ชาติในยุโรปหลายชาติอาจต้องเผชิญชะตากรรมแบบกรีซเจอมาแล้วคือ “ล้มละลาย” ซึ่งจะฉุดให้สหภาพยุโรป (EU) ที่กำลังเป็น “เตี้ยอุ้มค่อม” ล้มครืนลงมาแตกเป็นเสี่ยงๆ นำไปสู่ “การจัดระเบียบโลกใหม่”..เกมส์นี้ของปูติน อาจลึกซึ้งมากกว่าสงครามยูเครน ที่คนทั่วไปมองเห็นภาพจากสื่อตะวันตกและสื่อไทย