สื่อใหญ่อีกแล้วตีข่าวเสม็ดเจ๊งคราบน้ำมัน! ความจริงเป็นแนวหินใต้น้ำ ชาวเน็ตขอฟ้องให้เข็ด

1443

จากที่วันนี้ 03 กุมภาพันธ์ 2565  เพจเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page  ซึ่งเป็นของ กนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวชื่อดังแห่งสถานีโทรทัศนท็อปนิวส์ โพสต์ถึงสื่อใหญ่สำนักหนึ่งกับเรื่องราวคราบน้ำมันที่เสม็ด จนถูกวิจารณ์อย่างมาก

ทั้งนี้โดยข้อความที่เพจ Kanok Ratwongsakul Fan Page  โพสต์ลงในเฟซบุ๊กมีทั้งภาพของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ และเนื้อหาที่ระบุว่า

“จากเกาะที่ไม่มีน้ำมันแม้แต่หยดเดียว แต่สื่อลงว่า “เกาะเสม็ดเจ๊ง เพราะนักท่องเที่ยวหนีทะเลน้ำมัน” แท้จริงที่เห็นดำๆคือ แนวหินใต้น้ำ ..

อาทิตย์ที่แล้วก็.. ลุงตู่ไปเยือนซาอุฯ เจอแค่รองผู้ว่าฯ ไม่มีสื่อที่นั่นเสนอข่าว  ติดตาม “ช่อง 5 เล่าข่าวข้น” คืนนี้ 20.30 น. เท็จบอกเท็จ จริงคือจริง”

อย่างไรก็ตามพบว่าเพจเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page  ได้แชร์เหตุการณ์ และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pichai Lorchusakul ซึ่งได้โพสต์ไว้เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 265 เวลา 09:26 น. ว่า

“เมื่อเห็นภาพ นสพ.ใหญ่พาดหัวผมอึ้งไปชั่งขณะว่า นสพ.ที่คนอ่านมากที่สุดในประเทศคิดอะไร ทำไมถึงพาดอย่างนี้ ทั้งที่ความจริงทุกอย่างทางศูนย์ฯได้แถลงข่าว และตอบข้อซักถามทุกวัน และแม้กระทั่งให้สื่อมวลชนที่ขอรับการสนับสนุนขึ้น ฮ.ไปถ่ายภาพเพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงจะได้ช่วยกัน ปชส.ว่าเกาะเสม็ดไม่ได้รับผลกระทบเลย

ภาพนี้คือภาพที่มาลงว่าเป็นแผ่นฟิล์มคราบน้ำมัน ทั้งๆที่**** มันคือแนวหินใต้น้ำซึ่งกระจายไปทั่วตามอ่าวของเกาะเสม็ดมากบ้างน้อยบ้าง

ขอยืนยันในฐานะที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ที่สุดว่า เกาะเสม็ดไม่มีคราบน้ำมันหรือแม้กระทั่งน้ำมันจากมวลน้ำมันจนถึงขณะนี้แม้แต่หยดเดียว (2 ก.พ. เวลา 08.30 น.)

#เราจะต้องช่วยพี่น้องเราชาวระยอง #สื่อนี้ควรจะต้องทำอย่างไร ปล.ขณะที่สื่อใหญ่อีกฉบับลงถึงความงดงามของบรรยากาศใต้น้ำของเสม็ดด้วยข้อมูลจริง”

ดังนั้นเองที่ทีมข่าวเดอะทรูธ จึงได้ช่วยตรวจสอบว่า เหตุการณ์เป็นอย่างไรก็พบว่า สื่อใหญ่ดังกล่าวก็คือ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่ได้นำเสนอข่าวโดยพาดหัวไว้ที่หน้า 1 ซึ่งพบว่า เป็นหนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 โดยพาดหัวไว้ว่า

“เกาะเสม็ดเจ๊งยับ หนีคราบน้ำมัน อาหารทะเลขายไม่ได้ ลอยถึงอ่าวพร้าวแล้ว”

ก่อนหน้านี้ โซเชียลได้มีการพูดถึงการรายงานของสำนักข่าวชื่อดัง ถึงประเด็นที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ  ตามคำเชิญของเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

โดยผู้สื่อข่าวคนดังกล่าว ได้รายงานข่าวในทำนองที่ว่า พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีเดินทางถึงที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อร่วมประชุมหารือในฐานะตัวแทนประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 33 ปี หลังความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯต้องรับร้าวฉานจากคดีโจรกรรมเพชรซาอุ ซึ่งทางการซาอุดิอาระเบียส่งรองผู้ว่าการกรุงริยาด มารับนายกที่สนามบินแล้วก็เดินทางไปยังสถานที่ประชุม และไม่ได้มีการออกข่าวเรื่องการเดินทางเยือนครั้งนี้แต่อย่างใด มีแค่การรายงานทั่วไปว่าซาอุดิอาระเบียต้องการที่จะผูกสัมพันธ์กับนานาประเทศทั่วโลก

“และยังบอกว่า ทางการซาอุฯจะมีท่าทีที่จะฟื้นความสัมพันธ์กับไทยแต่ก็ยังคงมีความตึงเครียดบางอย่างอยู่ สังเกตจากการที่มีเพียงแค่รองผู้ว่าการกรุงริยาด ถ้าเทียบตำแหน่งก็เหมือนรองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เดินทางไปต้อนรับนายกรัฐมนตรีของไทยในฐานะตัวแทนของประเทศ และยังบอกด้วยว่า ก็เป็นรองผู้ว่าการคนนี้เท่านั้นเองยังไม่ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ”