เจ้าแม่เฟคนิวส์กี่ครั้งแล้ว?? “เจ๊หน่อย” โดดงับข่าวปลอมอีก!!! คราวนี้โดนข้อมูลโลกตีหน้าหงาย มั่วไทยติดเชื้ออันดับต้นๆโลก?

1052

เจ้าแม่เฟคนิวส์กี่ครั้งแล้ว?? “เจ๊หน่อย” โดดงับข่าวปลอมอีก!!! คราวนี้โดนข้อมูลโลกตีหน้าหงาย มั่วไทยติดเชื้ออันดับต้นๆโลก?

จากกรณีเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์ข้อความถึงกรณียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่าไทยเป็นอันดับที่ผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก โดยระบุข้อความว่า  วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ และเสียชีวิตสูงเป็นลำดับต้นๆของโลก ที่ 14,150 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่ 118 ราย (จากข้อมูล ณ.ช่วงเวลา 13:14 น. ของ https://www.worldometers.info)

ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ของไทยเราวิกฤตหนักมากแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ในขณะที่ประเทศอื่นทั่วโลกอยู่ขาลงของโควิด แต่ประเทศไทยกำลังทะยานขึ้นอย่างน่ากลัว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรี ต้องตระหนักถึงความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสของประชาชน ที่เกิดจากความล้มเหลวในการบริหารจัดการโควิดของรัฐบาล จนทำให้ระบบสาธารณสุขของไทยที่ถือว่าดีติดอันดับโลก ต้องล่มสลาย หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องทำงานหนักจนแทบจะไม่ไหวแล้ว ต้องเร่งปรับการทำงาน แก้ไขปัญหาตามที่พรรคไทยสร้างไทยได้เสนอพิมพ์เขียวไปแล้ว โดย
1. ต้องควบคุมการระบาดให้ได้เร็วที่สุด
โดยเพิ่มการตรวจเชิงรุก ด้วย Rapid antigen test ในพื้นที่ระบาดหนักสีแดงเข้ม และเมื่อผลตรวจเป็นบวก ต้องรับเข้าระบบดูแลทันที ไม่ต้องไปรอตรวจ PCR เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน โดยฝึกอาสาสมัครภาคประชาชนให้เป็นผู้ช่วยตรวจในทุกชุมชน
2. ต้องเร่งเพิ่ม Community Isolations โดยใช้โรงเรียน หรือวัดที่อยู่ใกล้ชุมชนและเร่งเพิ่มโรงพยาบาลสนาม (เตียงเขียว) โดยใช้สถานที่ราชการ ที่มีอาคารพร้อม เช่น ค่ายทหาร หรือเช่าโรงแรมที่ว่าง ทำให้เพียงพอรับรองผู้ติดเชื้อ
3. เร่งให้ “ยาฟาวิพิราเวีย” กับผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการ ตั้งแต่อยู่ในชั้น “เตียงเขียว” เพื่อให้หายป่วยกลับบ้านได้ ไม่ต้องรอให้อาการหนักจนต้องส่งต่อโรงพยาบาล เพื่อลดการป่วยหนักการเสียชีวิต และแก้ไขปัญหาเตียงไม่พอ
4. ปรับแผนการบริหารจัดการวัคซีนใหม่ เร่งสั่ง mRNA มาเป็นวัคซีนหลักคู่กับ AstraZeneca โดยต้องสั่ง mRNA เพิ่มให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 10 ล้านโดส ไม่ใช่สั่งแค่ 20 ล้าน อย่างที่ทำอยู่ ซึ่งจำนวน 10 ล้านโดสสามารถจัดหาได้ ถ้านายกใส่ใจและทุ่มเทสรรพกำลังในการเจรจา
5. ถึงเวลาทะลุทะลวงคอขวดของระบบราชการทั้งหมด
– ยกเลิกการผูกขาดวัคซีน และยาของหน่วยงานรัฐ
– ยกเลิกระเบียบขั้นตอนที่ออกกันมามากมาย จนเป็นอุปสรรคต่อผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเร่งดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะระเบียบการจ่ายเงิน
– ที่สำคัญคือต้อง “เลิกการรวมศูนย์อำนาจ” ไว้ที่นายกคนเดียว และต้องยกเลิกศูนย์ต่างๆ ที่ตั้งกันมามากมาย ซึ่งผิดหลักการบริหารในยามวิกฤติ ที่ต้องมีระบบสั่งการที่แม่นยำ และต้องสั้นที่สุด
ต่อมาทางด้าน ดร.เสรี วงษ์มณฑา ก็ได้โพสต์ข้อความ กรณีที่คุณหญิงได้โพสต์ข้อความดังกล่าว ระบุว่ายังจะต้องเกรงใจกันอีกไหมกับการที่มีคุณหญิง คนหนึ่งโพสต์ข้อความว่าประทศไทยมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นอันดับหนึ่งของโลก มีคนตายเป็นอันดับสองของโลก

คนๆนี้พูดเรื่องไม่จริงมาหลายครั้วแล้ว ทำไมไม่เห็นมีใครจัดการอะไรเลย คนที่ควรจะจัดการคือหน่วยงานใดคะ ทำหน้าที่หน่อยเถอะค่ะ อย่าให้คนเขาด่าว่าไม่มีน้ำยา ไม่ทำหน้าที่ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เคยมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีจะพูดเท็จได้ขนาดนี้ สงสัยว่าจริยธรรมหายไปเพราะความแค้นที่พ่ายแพ้ และไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันที่ตัวเองต้องการ จึงได้เล่นการเมืองน้ำเน่าได้ขนาดนี้ น่าสมเพชจริงๆ

จากการตรวจสอบของทีมข่าวเดอะทรูธ พบว่า รายงานข้อมูลยอดผู้ติดเชื้อ (27 กรกฎาคม 2564) ที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก 10 อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด

อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา 35,269,931 ราย(+29,111)

อันดับ 2 อินเดีย 31,439,764 ราย(+30,125)

อันดับ 3 บราซิล 19,707,662 ราย(+18,999)

อันดับ 4 รัสเซีย 6,149,780 ราย(+23,239)

อันดับ 5 ฝรั่งเศส 5,999,244 ราย(+5,307)

อันดับ 6 สหราชอาณาจักร 5,722,298 ราย(+24,950)

อันดับ 7 ตุรกี 5,618,417 ราย(+16,809)

อันดับ 8 อาเจนติน่า 4,859,170 ราย(+12,555)

อันดับ 9 โคลัมเบีย 4,736,349 ราย(+8,503)

อันดับ 10 สเปน 4,342,054 ราย(+20,541)

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ได้มีกรณีการโพสต์ข้อมูลว่าประเทศไทยมีการรายงานการเสียชีวิต และการติดเชื้อโควิด-19 เป็นอันดับ 1 ทางศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ตรวจสอบและชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตามรายงานสถานการณ์ล่าสุดของทาง ศบค. จำนวนผู้ติดเชื้อสะสม และผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศไทยอยู่อันดับที่ 67 ไม่ได้ขึ้นเป็นอันดับ 1 ตามที่ทางต้นโพสต์ได้กล่าวไว้

ในส่วนของคุณหญิงสุดารัตน์ ย้อนไปเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 64 คุณหญิงสุดารัตน์ ได้โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ เกี่ยวกับกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กอ้างว่าเดินทางกลับจากสเปนพร้อมผู้โดยสารหลายร้อยคน แต่ไม่มีระบบคัดกรองนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเฟคนิวส์ เนื่องจากรูปภาพประกอบเป็นภาพเก่าไม่ตรงกับความจริง ก่อนผู้โพสต์จะลบโพสต์ดังกล่าวทิ้ง โดยระบุว่า “ขออนุญาตแก้ข่าวทวิตที่แล้วค่ะ ต้องขออภัยทุกท่าน ที่ต้นตอเนื้อหาข่าว / รูปที่ลง
ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ที่เป็นปัจจุบันการคัดกรองที่ผ่านมาน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งโดยเฉพาะการไม่กักตัว 14 วัน พวกเราจึงต้องช่วยกันสอดส่องดูแล แต่หากภาครัฐได้ปรับปรุงแล้วจริง ๆ ถือเป็นเรื่องที่ดีค่ะ”

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 เมษายน คุณหญิงสุดารัตน์ ก็ได้ออกมาโจมตีรัฐบาล ด้วยการงับเฟคนิวส์ กรณีตัดงบบัตรทอง โดยโพสต์ข้อความว่า “ดิฉันขอค้านการตัดงบ “บัตรทอง” 2,400 ล้านบาท และตัดงบกระทรวงสาธารณสุขอีก 1,200 ล้านบาท เพื่อนำไปตั้งเป็นงบสำรองฉุกเฉินนำมาใช้จ่ายแก้ปัญหาโควิด-19ในขณะที่ Covid กำลังระบาด แทนที่จะจัดงบเพิ่มให้ รพ. แพทย์ พยาบาล ได้มีกำลังไปต่อสู้กับcovid อย่างเต็มที่ แต่กลับไปตัดงบบัตรทอง”

ซึ่งต่อมาทางด้าน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ได้ออกมาบอกว่า ผมขอถามว่า “คุณหญิงไปเอาข่าวมาจากไหน หรือว่าคุณหญิงสร้างข่าวขึ้นมาเอง นายกฯลุงตู่ มีแต่จะทำให้ บัตรประกันสุขภาพ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นายกฯและรัฐบาลยังไม่มีดำริ หรือความคิดในการทำเรื่องนี้เลย ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณหญิงถึงชอบหาเรื่องโจมตีรัฐบาล ขอให้คุณหญิงเลิกเต้าข่าว เลิกเอาข่าวเฟคนิสว์มากล่าวหาโจมตีรัฐบาลเสียที เพราะทุกครั้งที่คุณหญิงโพสต์ ล้วนแต่ไม่เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ขืนทำแบบนี้บ่อยๆ คุณหญิงจะหมดความน่าเชื่อถือจากสังคม”