21ส.ส.ระทึก! มติขับถึงมือกกต.ไม่กำหนดเงื่อนเวลาสอบ ขณะพปชร.ลุ้นหากผิดถึงยุบพรรค

874

จากเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ 20 ส.ส.พรรค ถูกมติกรรมการบริหารฯให้ขับออกจากพรรคนั้น

ทั้งนี้มีการเปิดเผย 21 รายชื่อ กลุ่มธรรมนัส ที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐได้แก่ 1.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา 2.นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น 3.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส. ตาก 4.นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก 5.นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร 6.นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง 7.นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา 8.นายสมศักดิ์ พันธุ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา 9.นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์

10.นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น 11.นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา 12.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 13.นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร 14.เอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 15.นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน 16.นางจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร 17.นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี 18.นายยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 19.พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 20.นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา และ 21.นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี

ต่อมาถัดมาเพียง3วัน คือวันที่21 มกราคม 2565  นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา ซึ่งมีชื่อเป็น 1 ใน 21 ส.ส.ที่ให้ออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และ ประธานคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เรื่อง “ขอให้ทบทวนมติพรรคพลังประชารัฐ ให้สมาชิกออกจากการเป็นสมาชิกพรรค”

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ล่าสุดวันที่ 25 มกราคม 2565 ที่ศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จังหวัดชัยนาท พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนหลังจากนี้เกี่ยวกับการขับ ส.ส. 21 คนออกจากพรรค เนื่องจาก นายสมศักดิ์ หนึ่งใน ส.ส.ที่ถูกขับออก ร้องขอให้มีการทบทวนมติว่า

“มันจบไปแล้ว มันจบไปแล้ว” เมื่อถามว่า แสดงว่าจะไม่มีการทบทวนตามที่นายสมศักดิ์ ร้องขอใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็ไปอยู่พรรคใหม่”

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลว่าเมื่อ 21 ส.ส.ไปอยู่พรรคใหม่แล้วจะกระทบต่อเสียงที่จะเป็นองค์ประชุมในสภา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “พรรคใหม่นี้ก็จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและสนับสนุนรัฐบาลเหมือนกัน ไม่ต้องห่วง”

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าเสียงในสภาของพรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้เพียงพอ ไม่มีปัญหาต่อการพิจารณากฎหมายใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เสียงไม่มีเปลี่ยนแปลง

เมื่อถามว่า นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล ระบุอาจมีปัญหาในส่วนของเสียงฝั่งรัฐบาลนั้น พล.อ.ประวิตร ถามกลับว่า ปัญหาอะไร พร้อมยืนยันว่าไม่มี และย้อนถามสื่อว่า “คุณจะฟังประธานวิปหรือฟังผม”

เมื่อถามอีกว่า ก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่องสภาฯล่มหลายครั้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็คนมาไม่ครบทำอย่างไรได้ เป็นโควิดกันตั้งเยอะแยะ  เมื่อถามว่าหลังจากนี้ต้องกำชับสมาชิกพรรคเพิ่มหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าไม่ต้องกำชับ สมาชิกพรรครู้กันดี

 

เมื่อถามว่า จะส่งพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ไปเป็นหัวหน้าพรรคใหม่ของ 21 ส.ส.หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคเขา ตนจะไปรู้ได้อย่างไร เรื่องของเขา ส่วนที่บอกว่ามีกระแสข่าวว่า พล.อ.วิชญ์ จะไปเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ก็ต้องไปถามกระแส “อยากรู้ก็ต้องไปถามกระแสดู คุณรู้จากกระแสก็ต้องไปถามกระแสดู”

ขณะในวันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวได้รายงานด้วยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับทราบกรณี พล.อ.ประวิตร มีหนังสือถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา แจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคจาก 19 คน เหลือ 17 คน โดย 2 คนที่พ้นจากตำแหน่งคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และ นายไผ่ ลิกค์ รองเลขาธิการพรรค และหนังสือแจ้งการพ้นจากสมาชิกพรรคของ ร.อ.ธรรมนัส และ ส.ส.รวม 21 คน

“หนังสือดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 38 วรรค 3 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองที่กำหนดว่า ในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคการเมืองครบวาระ ตาย ลาออก เปลี่ยนชื่อตัว เปลี่ยนชื่อสกุล หรือ เปลี่ยนแปลงด้วยเหตุใดๆให้หัวหน้าพรรคการเมืองแจ้งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีเหตุดังกล่าว และให้นายทะเบียนประกาศเหตุดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา”

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการกกต. รักษาการเลขาธิการกกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง จะได้มีการตรวจสอบว่าการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ 2 ครั้ง ในวันที่ 19 มกราคม 2565 ก่อนมีมติขับ ร.อ.ธรรมนัส และส.ส.พรรคพลังประชารัฐ รวม 21 คนองค์ประชุมและขั้นตอนต่างๆ เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับพรรคหรือไม่

นอกจากนี้รวมถึงประเด็นที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นร้องหากเห็นว่าถูกต้องก็จะลงนามรับทราบ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่หากไม่ถูกต้องก็จะมีการแจ้งกลับไปยังพรรคให้ดำเนินการแก้ไข ซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเมื่อใด